ผลไม้ไทยเตรียมหนาว!! กว่างซีเร่งพัฒนาสายพันธุ์ และแปรรูปผลผลิตเพิ่มมูลค่า

ปัจจุบัน ทางการกว่างซีเริ่มสนับสนุนการแปรรูปผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตร โดยเฉพาะผลไม้ตามฤดูกาล เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า
“แก้วมังกร” เป็นหนึ่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์แปรรูปของกว่างซี อาทิ ไอศกรีมแก้วมังกร มาการองแก้วมังกร (Macaron ขนมหวานที่มีต้นกำเนิดจากฝรั่งเศส) กีจ่างแก้วมังกร (คล้ายบ๊ะจ่าง ขนมหวานจิ้มน้ำตาล) น้ำแก้วมังกร หัวเชื้อน้ำเอนไซม์แก้วมังกร ไวน์แก้วมังกร น้ำมันหอมระเหยจากแก้วมังกร ฯลฯ
เจ้า หน้าที่บริษัทหนึ่งที่ทำการพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากแก้วมังกรดังกล่าว ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้ บริษัทได้วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากแก้วมังกรแล้วทั้งหมด 18 รายการ สินค้าบางรายการได้ทดลองวางจำหน่ายแล้วตามร้านเฟรนไชส์และบนเว็บไซต์ E-Commerce
กว่างซี มีพื้นที่ปลูกแก้วมังกรราว 1 แสนหมู่ (หรือราวๆ 41,668 ไร่) ได้ผลผลิตปีละกว่า 2 แสนตัน ซึ่งผลผลิตยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด โดยในแต่ละปีกว่างซียังต้องนำเข้าแก้วมังกรมากถึง 2 แสนตัน (ทั้งประเทศมีการนำเข้าประมาณ 6-7 แสนตัน)
เจ้าหน้าที่หน่วยให้คำแนะนำด้านเทคโนโลยีการผลิตผลไม้เขตฯ กว่างซีจ้วง (Guangxi Fruit Production Technical Guidance Station, 广西水果生产技术指导总站) กล่าวว่า หากแก้วมังกรได้รับการพัฒนาที่ดีจะมีแนวโน้มก้าวขึ้นเป็นผลไม้ขึ้นชื่อกว่างซี ต่อจากกล้วยหอม ลิ้นจี่ และลำไย
ปี 57 กรมการเกษตรกว่างซี ได้ดำเนิน “โครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมผลไม้เด่นกว่างซี” สำหรับแก้วมังกร นอกจากการปรับปรุงสายพันธุ์แล้ว ยังมีการส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อการค้า (Commercialization) และการเก็บรักษาผลไม้ในอุณหภูมิต่ำ ณ แหล่งผลิต เพื่อรักษาคุณภาพ และเพิ่มมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมการผลิตผลไม้ให้มากขึ้น
แก้วมังกรทั่วไปที่ปลูกในนครหนานหนิงมีน้ำหนักไม่เกินครึ่งกิโลกรัม มักพบปัญหาผลแก้วมังกรแตกง่ายในขณะสุกงอมอยู่บนต้น และบอบช้ำง่ายในระหว่างการขนส่ง หากเป็นแก้วมังกรพันธุ์ดีจะมีน้ำหนักราว 1-1.5 กิโลกรัม รสชาติหวานมาก
นายเหลียง กุ้ย ตง (Liang Gui Dong, 梁桂东) นักวิชาการด้านฟังก์ชั่นการผลิตแก้วมังกรจากสถาบันเกษตรศาสตร์เขตฯ กว่างซีจ้วง (Guangxi Academy of Agricultural, 广西农科院) ให้ข้อมูลว่า ไร่แก้วมังกรแห่งหนึ่งในตำบลผู่เมี่ยว (Pumiao Town, 蒲庙镇) นครหนานหนิง มีการพัฒนาสายพันธุ์แก้วมังกรใหม่ที่มีชื่อสายพันธุ์ว่า “เหม่ยหลง หมายเลข 1-8” (Meilong No.1-8, 美龙 1-8号) โดยเฉพาะ “Meilong No.2” ที่เป็นสายพันธุ์แก้วมังกรชั้นเลิศ
สาย พันธุ์นี้มีจุดเด่นในเรื่องของรสชาติที่ไม่หวานจนเกินไป และมีระยะเวลาเก็บเกี่ยวหลังจากผลสุกได้นาน (ปล่อยคาต้นหลังผลสุก) 15-90 วัน รักษาความสดไว้ได้นานกว่าพันธุ์ทั่วไป 2-4 เท่า ซึ่งนับเป็นเงื่อนไขสำคัญสำหรับการส่งผลไม้ไปจำหน่ายยังนอกพื้นที่
นอกจากนี้ ไร่แห่งนี้ยังมีระบบการ จัดการภาคการผลิตที่มีประสิทธิภาพ สายการผลิตมีการคัดเกรดแก้วมังกรเป็น 3-4 เกรดตามน้ำหนักผล หนึ่งสายการผลิตสามารถคัดเกรดผลผลิตได้ มากกว่า 1,500 กิโลกรัม (แก้วมังกรเกรด 1-2 จะมีราคารับซื้อสูงกว่าผลแก้วมังกรที่ยังไม่ได้คัดเลือกเกรดประมาณ 1-2 หยวน) และมีการเก็บรักษาผลผลิตในห้องเย็นหลังกระบวนการคัดเกรด เพื่อรอส่งจำหน่ายไปยังทั่วประเทศ
“การ เก็บรักษาผลผลิตในความเย็นช่วยควบคุมอัตราการสูญเสียไว้ไม่เกินร้อยละ 6 ขณะที่ผลผลิตที่ไม่ผ่านกระบวนดังกล่าวมีอัตราการสูญเสียสูงถึงร้อยละ 20” เจ้าหน้าที่คนเดิม ให้ข้อมูล
เมื่อ 10 ปีก่อน กว่างซีมีการจัดการผลผลิตหลังการเก็บเกี่ยวผลไม้อยู่ที่ 5 แสนตัน ปัจจุบันเพิ่มขึ้นประมาณ 2.28 ล้านตัน และคาดหมายว่า ปีหน้า (ปี 58) จะมีสายการผลิตเพื่อจัดการผลไม้เพิ่มขึ้น 100 สายการผลิต ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพการจัดการผลผลิตเพิ่มขึ้นอีก 1 ล้านตัน และมีห้องเย็นในแหล่งผลิตที่สร้างเพิ่มขึ้นใหม่อีก 100 แห่ง ซึ่งสามารถรองรับการเก็บรักษาผลไม้ได้เพิ่มขึ้นอีก 5 แสนตัน
BIC ขอ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ชาวจีนมีความนิยมในการบริโภคผลไม้เมืองร้อนและผลไม้เขตกึ่งร้อนเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าผลไม้บางประเภทจะสามารถปลูกได้ในพื้นที่ตอนใต้ของประเทศ ทว่า ปริมาณและคุณภาพผลผลิตไม่สามารถตอบสนองความต้องการภายในประเทศได้
จากบริบท ข้างต้น ผู้ประกอบการจีนจำเป็นต้องอาศัยการนำเข้าจากต่างประเทศ ในกรณีของแก้วมังกร ผู้ประกอบการจีนมีการนำเข้าแก้วมังกรจากประเทศเวียดนามผ่านด่านทางบกในเขตฯ กว่างซีจ้วงเป็นจำนวนมหาศาลในแต่ละปี
อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือ พื้นที่ผลิตผลไม้ในประเทศเริ่มมีการพัฒนาสายพันธุ์ผลไม้ รวมทั้งมีการส่งเสริมเทคโนโลยีและการแปรรูปผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า ซึ่งประเด็นดังกล่าวอาจส่งผลให้ส่วนแบ่งทางการตลาดของผลิตภัณฑ์ผลไม้ไทยใน ตลาดจีนได้รับผลกระทบไม่มากก็น้อยในอนาคตอันใกล้
แหล่งข้อมูลรูปภาพ : http://www.xinhuanet.com
6 สิงหาคม 2557
แหล่งข้อมูล:
เว็บไซต์ www.gx.chinanews.com.cn (中国新闻网) ประจำวันที่ 23 กรกฏาคม 2557 เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง / ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครหนานหนิง
โดย:
นายวีระศักดิ์ ภาพพา / เรียบเรียงโดย นายกฤษณะ สุกันตพงศ์
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
