รัฐบาลโมดีแจกแจงงบประมาณประจำปี 2557-2558
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี เห็นว่า การแถลงดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงทิศทางการบริหารประเทศของรัฐบาลใหม่ชุดนี้ จึงฝากข้อมูลมาเผยแพร่ผ่านศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กระทรวงการต่างประเทศ ณ ที่นี้
โครงสร้างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557-2558 รัฐบาลอินเดียมีแผนใช้จ่ายงบประมาณทั้งสิ้น 17,948,920 ล้านรูปี (ประมาณ 10 ล้านล้านบาท) เป็นงบประมาณแบบขาดดุล 4.1% ของ GDP (ตั้งเป้าจะลดการขาดดุลเหลือ 3.6% และ 3% ของ GDP ในปี 2558-2559 และ 2559-2560 ตามลำดับ)
แผนการใช้จ่ายงบประมาณและนโยบายด้านต่าง ๆ ดังนี้
ด้านการทหาร จัดสรรงบประมาณด้านการทหารทั้งสิ้น 2.29 ล้านล้านรูปี (ประมาณ 1.28 ล้านล้านบาท) ประมาณ 12.8% ของงบประมาณทั้งหมด โดยจะส่งเสริมการพัฒนาความก้าวหน้าทางอุตสาหกรรมทหารของประเทศด้วยการเพิ่มเพดานการลงทุน FDI ด้านการทหารจาก 26% เป็น 49%
ด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจผ่านมาตรการเหล่านี้
- ส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติ (FDI) โดยปรับเพิ่มเพดานการลงทุนในสาขาต่าง ๆ เช่น ด้านการทหาร และประกัน (เพิ่มเพดานการลงทุนของต่างชาติจากร้อยละ 26 เป็นร้อยละ 49) การพัฒนา Smart Cities (ผ่อนปรนกฎระเบียบสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเข้าร่วมโครงการก่อสร้าง) และสาขาการผลิต (อนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติขายสินค้าที่ผลิตในอินเดียแบบขายปลีกและผ่าน e-Commerce)
- พัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศ สร้างงานและกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับรากหญ้า
- ปรับเพิ่มฐานรายได้ขั้นต่ำสำหรับการเก็บภาษีรายได้ เพื่อแบ่งเบาภาระประชาชนระดับรากหญ้า รวมทั้งเพิ่มสิทธิพิเศษทางภาษีแก่เอกชนที่เข้ามาลงทุน เพื่อกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ส่วนนักลงทุนต่างชาติ รัฐบาลจะเร่งพิจารณาการใช้ระบบภาษีสินค้าและบริการระบบเดียวทั้งประเทศ (Goods and Service Tax หรือ GST) และจะเพิ่มความเป็นธรรมให้กับบริษัทต่างชาติที่มีข้อพิพาทด้านภาษีกับรัฐบาล
- พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน รัฐบาลจะพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart Cities) รอบหัวเมืองใหญ่จำนวน 100 เมือง เพื่อรองรับการขยายตัวของชนชั้นกลาง และจะจัดตั้งกองทุนพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อหาแหล่งทุนในการสนับสนุนโครงการก่อสร้างเส้นทางคมนาคม ระบบขนส่งมวลชน ที่พักอาศัยราคาประหยัด รวมถึงการจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
- พัฒนาภาคอุตสาหกรรม เดินหน้าพัฒนาระเบียงอุตสาหกรรมทั่วอินเดียเพิ่มเติมจากระเบียงอุตสาหกรรมเดลี-มุมไบ (DMIC) ได้แก่ ระเบียงอมริตสาร์-กัลกัตตา บังกาลอร์-มุมไบ เจนไน-บังกาลอร์ และเจนไน-ไวแซก โดยจะจัดตั้ง National Industrial Corridors Authority ขึ้นมาดูแลโครงการทั้งหมด นอกจากนี้ จะพัฒนาระบบ eBiz เพื่อเป็นศูนย์บริการเบ็ดเสร็จสำหรับการขออนุญาตดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมได้ตลอด 24 ชั่วโมง ภายใน 31 ธันวาคม 2557
- พัฒนาภาคเกษตรกรรม โดยจะตั้งกองทุนเพื่อพยุงราคาสินค้าเกษตร (Price Stabilization Fund) ด้วยทุนตั้งต้น 5 พันล้านรูปี (ประมาณ 2.8 พันล้านบาท) จัดตั้ง National Market และ Farmer’s Markets ในเมืองต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหาพ่อค้าคนกลาง ปล่อยกู้สินเชื่อเพื่อเกษตร และพัฒนาระบบชลประทาน
ด้านสังคม รัฐบาลอินเดียให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของชนชั้นรากหญ้า โดยเฉพาะชนกลุ่มน้อย โดยมีนโยบายสำคัญ ดังนี้
- พัฒนาชนบท เร่งพัฒนาระบบสาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้า น้ำประปา และจัดสรรที่อยู่อาศัยให้คนชนบทภายใต้โครงการ Rural Housing Scheme ผ่านธนาคาร National Housing Bank
- ดูแลชนกลุ่มน้อยและผู้ด้อยโอกาส จัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนสวัสดิการของชนกลุ่มน้อย Scheduled Castes / Scheduled Tribes เด็กและสตรี นอกจากนั้น ชาวมุสลิมที่เป็นชนกลุ่มน้อยจะได้รับงบประมาณเพื่อพัฒนาโรงเรียนสอนศาสนา (Madrasas) ให้ทันสมัยมากขึ้น
- พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยจะให้ความสำคัญกับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (อายุ 6-14 ปี) และจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา สำหรับระดับอุดมศึกษาจะจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีอินเดีย (IIT) และสถาบันการจัดการอินเดีย (IIM) เพิ่มเติมในรัฐต่างๆ
- พัฒนาระบบสาธารณสุข ตั้งเป้าให้ทุกครัวเรือนมีระบบสุขอนามัยแบบครบวงจรภายในปี 2562 ซึ่งตรงกับปีแห่งการเฉลิมฉลองวันเกิดครบรอบ 150 ปี มหาตมะคานธี และจะจัดตั้งสถาบันทางการแพทย์เช่นเดียวกับ All India Institute of Medical Sciences (AIIMS) ที่กรุงนิวเดลี ในรัฐอานธรประเทศ รัฐเบงกอลตะวันตก รัฐมหาราษฏระ และรัฐอุตตรประเทศ
อนึ่ง ในโอกาสการแถลงแผนงบประมาณข้างต้น รัฐมนตรีคลังอินเดียได้กล่าวถึงผลสำรวจ Economic Survey 2013-2014 ของอินเดียด้วย ซึ่งสรุปได้ว่า ปัญหาเร่งด่วนที่อินเดียต้องเร่งแก้ไข คือ การมีอัตราการเติบโต GDP ซึ่งต่ำกว่า 5% สองปีติดต่อกัน ปัญหาอัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง และการชะลอตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เช่น การชะลอตัวของการลงทุนและการผลิตทางอุตสาหกรรม ฯลฯ
แผนการใช้จ่ายของรัฐบาลชี้ชัดว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยชู “Gujarat model” เป็นต้นแบบของการพัฒนาประเทศ ใช้แนวทางการบริหารแบบ Minimum Government, Maximun Governance ลดการอุดหนุนจากภาครัฐ ตลอดจนเน้นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งภาคเอกชนไทยควรเข้าไปลงทุนในโครงการต่าง ๆ ที่ได้ริเริ่มโดยรัฐบาลโมดี อาทิ การพัฒนาระเบียงอุตสาหกรรม การสร้าง Smart Cities โครงสร้างพื้นฐานสำหรับที่อยู่อาศัย หรือแม้แต่การส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภคของไทยสู่ตลาดชนชั้นกลางซึ่งเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี กล่าวทิ้งท้าย
ขอบคุณรูปภาพจาก : sameaf.mfa.go.th
7 สิงหาคม 2557
แหล่งข้อมูล:
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี
โดย:
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
อินเดีย, ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
