ข้อมูลเศรษฐกิจและนโยบายส่งเสริมการลงทุนของรัฐเบงกอลตะวันตก
ข้อมูลเศรษฐกิจและนโยบายส่งเสริมการลงทุนของรัฐเบงกอลตะวันตก

ข้อมูลเศรษฐกิจทั่วไปของรัฐ

         เบงกอลตะวันตก เป็นหนึ่งในรัฐของประเทศอินเดียที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง เนื่องจาก

         ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ซึ่งเป็นประตูสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ และเป็นจุดขนส่งสินค้าสำหรับภาคกลางของอินเดียซึ่งไม่มีชายแดนติดทะเล บังกลาเทศ ภูฏาน และเนปาล และเป็นเส้นทางการค้าสำคัญกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

         จำนวนประชากรในรัฐสูงถึง 91 ล้านคน โดยเฉพาะในเมืองกัลกัตตาซึ่งเป็นเมืองหลวงมีประชากรจำนวนประมาณ 15 ล้านคน (สูงเป้ลำดับที่ 3 ของประเทศ) มี GDP สูงเป้ฯลำดับที่สามรองจากกรุงนิวเดลีและเมืองมุมไบ (อิงจากค่ากำลังซื้อของประชากร) นับเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีความหลากหลายทางด้านศาสนา วัฒนธรรม วิถีชีวิต และการบริโภค

         ทรัพยากรธรรมชาติสมบูรณ์และผลผลิตทางการเกษตรมีจำนวนมหาศาล สินค้าเกษตรสำคัญคือ ข้าว ธัญพืช ยาสูบ มันฝรั่ง อ้อย ทับทิม สับปะรด มะม่วง ปอกระเจา ฯลฯ เกษตรกรในรัฐผลิตข้าว ปลา และปอกระเจาปริมาณสูงเป้ฯลำดับที่หนึ่งของประเทศ ผลิตมันฝรั่งปริมาณสูงเป็นลพดับสองของประเทศ นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยแร่มีค่าต่างๆ อาทิ ถ่านหิน เหล็ก ดินขาว ดินเผา ก๊าซธรรมชาติ เป็นต้น อุตสาหกรรมสำคัญของรัฐประกอบด้วย การเกษตร เครื่องหนัง สิ่งทอ การถลุงเหล็ก ผลิตภัณฑ์เหล็กและสินแร่ต่างๆ ยานยนต์ เครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สินค้า IT การต่อเรือ ตู้รถไฟ ฯลฯ

         ภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจหลายแห่งตั้งสำนักงานในเมืองกัลกัตตาและใกล้เคียง อาทิ บริษัท ITC Limited (ประกอบธุรกิจครอบคลุมหลายด้านประกอบด้วย โรงแรม สินค้าอุปโภคบริโภค บรรจุภัณฑ์ สินค้าเกษตร) สำนักงานใหญ่บริษัท Coal India Limited (รัฐวิสาหกิจใต้การกำกับดูแลของ ก. ถ่านหิน ผลิตถ่านหินปริมาณสูงเป็นลำดับหนึ่งของโลก ในปี 2013 ผลิตได้ 452 ล้านตัน คิดเป็นปริมาณ 81% ของการผลิตทั้งประเทศ) สำนักงานใหญ่บริษัท Damodar Valley Corporation (รัฐวิสาหกิจใต้การกำกับดูแลของ ก.พลังงาน ผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานความร้อนและน้ำ) บริษัท Frito Lay India (Pepsico) บริษัท Mitsubishi Chemical Corporation (MCC) บริษัท Danieli (บริษัท อิตาเลียน ประกอบอุตสาหกรรมเหล็กและเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง ผลิตสินค้าปริมาณสูงเป็นลำดับที่สามของโลก) เป็นต้น

การส่งเสริมการค้าการลงทุน

         สภาพแวดล้อมของรัฐเบงกอลตะวันตกเอื้ออำนวยต่อโครงการลงทุนต่างๆ ปัจจุบัน มูลค่าธุรกิจอุตสาหกรรมเท่ากับประมาณ 10% ของ GDP ของรัฐ และรัฐบาลท้องถิ่นมีเป้าหมายที่จะพัฒนาให้สัดส่วนมูลค่าดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวภายในระยะเวลา 5 ปี จึงได้ประกาศนโยบาย Industrial and Investment Policy เมื่อปี 2013 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการลงทุนภาคอุตสาหกรรมเพื่อดึงดุดนักลงทุนและพัฒนาเศรษฐกิจ ดังนี้

          ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ได้แก่ ปรับปรุงการขนส่งทางบก อากาศและน้ำ พัฒนาคุณภาพทรัพยากรบุคคล และจัดตั้ง Employment Bank ซึ่งเป็นฐานข้อมูลและพื้นที่แลกเปลี่ยนระหว่างภาคเอกชนและผู้หางานประเภทต่างๆ

          ลดขั้นตอนทางกฎระเบียบต่างๆ โดยประกาศใช้ระบบ Single Window Clearances ซึ่งเป้ฯการดำเนินการเรื่องเอกสารผ่านเว็บไซต์ ลดขั้นตอนการขอจดทะเบียนประกอบธุรกิจ เริ่มใช้ e-Governance ในขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับภาษีและศุลกากร กำหนดรอบระยะเวลาในการดำเนินขั้นตอนทางเอกสารของภาครัฐ ฯลฯ

          ลงทุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเฉพาะในเมืองกัลกัตตาซึ่งขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีการเจริญเติบโตถึงปีละ 70% ส่งผลให้กลายเป็นเมือง IT ของภาคตะวันออก สร้างนิคมอุตสาหกรรมขึ้น 12 แห่ง และจัดตั้งเขตเศรษฐกิจต่างๆ อาทิ เขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) เขตเศรษฐกิจการเกษตร (AEZ) (มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้เข้าถึงตลาดส่งออกโดยเฉพาะเกษตรกรที่ปลูกสับปะรด มะม่วง ลิ้นจี่ ผักต่างๆ และมันฝรั่ง) เขตอุตสาหกรรมเครื่องหนัง Biotech Park Chemical Park ฯลฯ ในพื้นที่อุตสาหกรรมหลักของรัฐได้แก่ เมืองกัลกัตตา เมืองฮาวราห์ (Howrah) เมืองฮาลเดีย (Haldia) เมืองอสานศล (Asansol) เมืองทุรคาปูร์ (Durgapur) และเมืองฆารคปูร์ (Kharagpur) ฯลฯ

***สามารถอ่านข้อมูลฉบับเต็มได้ที่ "มุมสมาชิก"

8 สิงหาคม 2557
แหล่งข้อมูล: สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองกัลกัตตา
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ([email protected])

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ