เอกชน 'จีน-แอฟริกาใต้' สนซื้อข้าวไทย
เอกชน 'จีน-แอฟริกาใต้' สนซื้อข้าวไทย
     'อคส.' แย้มเอกชนสนซื้อข้าวไทย แห่ขอโค้ดราคา แต่ติดปัญหาไม่ใช่หน่วยงานระบายข้าว

     แหล่งข่าวจากองค์การคลังสินค้า (อคส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบการนำเข้าข้าวจากประเทศจีนและแอฟริกาใต้ ติดต่อขอซื้อข้าวจาก อคส. ตามแนวโน้มความต้องการตลาดที่เพิ่มขึ้น ผู้ที่ติดต่อกับอคส.เพราะประเมินว่า อาจได้ข้าวราคาต่ำกว่าท้องตลาดเนื่องจากเป็นหน่วยงานที่ดูแลรักษาข้าวโดยตรง แต่ในทางปฏิบัติ อคส.ไม่มีหน้าที่ระบายข้าว จึงส่งต่อไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้อง เช่น กรมการค้าต่างประเทศเพื่อประสานงานซื้อขาย

     “การที่มีเอกชนติดต่อสอบถามเพื่อขอซื้อข้าวจากโกดังของรัฐ แสดงให้เห็นว่าข้าวไทยยังสดใสในตลาดโลกเป็นแนวโน้มที่ดีมาก สอดคล้องนโยบายการทำงานด้านการตลาดของอคส.ที่จะเน้นทำตลาดด้วยการส่งเสริมให้เอกชนทำการค้ากับต่างประเทศให้ได้มากที่สุด เน้นตลาดจีน และตลาดในแถบเอเชียด้วยกัน รวมทั้งแอฟริกา เพราะเป็นกลุ่มประเทศที่บริโภคข้าวจำนวนมากในแต่ละปี” แหล่งข่าว กล่าว

     นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า วันที่ 27 ส.ค.นี้ ฟิลิปปินส์จะเปิดประมูลนำเข้าข้าวขาว 25% ปริมาณ 5 แสนตัน ซึ่งเอกชนไทยจะเข้าไปร่วมเสนอราคาขายข้าวให้ฟิลิปปินส์ครั้งนี้ด้วย ซึ่งไทยมีโอกาสขายข้าวให้ฟิลิปปินส์ เนื่องจากขณะนี้ราคาข้าวไทยถูกกว่าเวียดนาม อีกทั้งผลผลิตข้าวเวียดนามไม่เพียงพอส่งออก แม้เวียดนามจะเข้าประมูลครั้งนี้ด้วยก็คงไม่สามารถขายข้าวตามออเดอร์ที่ฟิลิปปินส์ต้องการ

     “ปกติฟิลิปปินส์จะซื้อข้าวจากเวียดนามเป็นหลัก แต่เชื่อว่าประมูลครั้งนี้ไทยมีโอกาส เพราะเวียดนามผลผลิตข้าวไม่ค่อยมี แต่ที่ประมูลด้วยเพราะต้องการรักษาฐานลูกค้าไว้ เชื่อว่าฟิลิปปินส์คงซื้อข้าวจากไทยด้วยโดยการประมูลครั้งนี้เอกชนจะเป็นทัพหน้า และภาครัฐจะคอยสนับสนุนเอกชนไทย" นายเจริญ กล่าว

     อย่างไรก็ตาม แนวโน้มข้าวไทยปัจจุบันกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดโลก เพราะราคาข้าวเป็นไปตามกลไกตลาด แม้ราคาข้าวไทยจะต่ำกว่าเวียดนามแต่ไม่น่าห่วง เพราะประเมินว่าราคาจะไม่ต่ำไปมากกว่านี้ โดย 6 เดือนแรกปีนี้ ไทยส่งออกได้แล้ว 5.2-5.3 ล้านตัน และคาดว่าถึงปลายปีจะส่งออกได้ไม่ต่ำกว่า 9 ล้านตัน

     นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า เป็นไปได้สูงที่ไทยจะส่งออกข้าวเกินกว่าเป้าที่คาดไว้เดิมที่ 9 ล้านตัน แต่อาจไม่ถึง 10 ล้านตัน ส่งผลให้ราคาข้าวเปลือกที่จะออกปลายปีขยับถึงราคาตันละ 8,500 บาท ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องการ โดยประเทศผู้ซื้อส่วนใหญ่ต้องการข้าวออกใหม่ ไม่สนใจข้าวเก่าในสต็อก

     รายงานข่าวกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า ราคาข้าวไทยช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ต่ำกว่าข้าวประเทศผู้ส่งออกอื่น ราคาข้าวข้าว 5% ของไทยและสหรัฐลดลง ขณะที่ราคาข้าว 5% ของเวียดนามและอินเดียเพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยทำให้ผู้ซื้อสนใจนำเข้าข้าวไทยมากขึ้น ราคาเฉลี่ยช่วง มิ.ย.ที่ผ่านมา ข้าวไทยตันละ 375 ดอลลาร์ เวียดนามตันละ 405 ดอลลาร์ อินเดีย 435 ดอลลาร์ โดยอิรักที่ประกาศนำเข้าข้าวอีก 3 หมื่นตัน จากสหรัฐ อุรุกวัย บราซิล อาร์เจนตินา และข้าวหอมจากเวียดนาม แต่ไม่ปรากฏการณ์นำเข้าข้าวไทย ขณะที่จีนกำหนดราคารับซื้อข้าวเปลือกขั้นต่ำจูงใจชาวนาเพิ่มผลผลิต แต่ปีนี้กระทรวงเกษตรสหรัฐยังคาดว่าจีนจะนำเข้าข้าวรวม 3.2 ล้านตัน

     ส่วนฟิลิปปินส์ แม้มีสต็อกข้าวฉุกเฉินเพิ่มขึ้นแต่ทั้งปีต้องนำเข้าข้าวรวม 2 ล้านตัน เพิ่มขึ้น100% จากปีที่ผ่านมา การนำเข้าล่าสุดมีเพียง 8 แสนตันจากเวียดนามเท่านั้น ส่วนไนจีเรีย แม้รัฐบาลมีแผนพัฒนาพันธุ์ข้าวแต่ยังพบว่าไนจีเรียจำเป็นต้องนำเข้าข้าวในปริมาณสูงถึง 3 ล้านตันปีนี้ เนื่องจากผลผลิตในประเทศเฉลี่ยที่ 2.7 ล้านตัน ขณะที่ความต้องการมีสูงถึง 6 ล้านตัน


ขอบคุณรูปภาพจาก : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
15 สิงหาคม 2557
แหล่งข้อมูล: กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานที่น่าสนใจจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพริทอเรีย (ประเทศแอฟริกาใต้) เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติการถือครองที่ดิน (The Land Holdings Bill)
  • “เก็บตกจากต่างแดน” ฉบับนี้ จะนำท่านผู้อ่านไปไกลถึงประเทศแอฟริกาใต้ หนึ่งในประเทศกลุ่ม BRICS ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่ถูกหมายตาว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจใหม่ของโลกเทียบชั้นกลุ่ม G3 (สหรัฐฯ EU และญี่ปุ่น) เนื่องจากเศรษฐกิจมีโอกาสเติบโตได้อีกมากจากความพร้อมของทรัพยากรธรรมชาติและตลาดที่มีขนาดใหญ่ รวมทั้งการเป็นฐานที่มั่น ทางเศรษฐกิจและแหล่งกระจายสินค้าสำคัญของทวีปแอฟริกาโดยในครั้งนี้จะนำท่านผู้อ่านไปสำรวจพื้นที่ลงทุนในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์หลังจากเริ่มมีผู้ประกอบการชิ้นส่วนยานยนต์ของไทยหลายรายให้ความสนใจที่จะเข้าไปลงทุนในแอฟริกาใต้ เนื่องจากอุตสาหกรรมยานยนต์ของแอฟริกาใต้เติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านอุปสงค์จากการขยายตัวของตลาดภายในประเทศและตลาดแอฟริกา (แอฟริกาใต้เป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกรถยนต์ไปทั่วทวีปแอฟริกา) รวมถึงด้านอุปทานที่บริษัทรถยนต์ขนาดใหญ่ของโลก โดยเฉพาะจากยุโรปได้เข้าไปลงทุนตั้งโรงงานประกอบรถยนต์สำเร็จรูป ส่งผลให้แอฟริกาใต้มีความต้องการใช้ชิ้นส่วนยานยนต์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่จากข้อจำกัดของอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศที่ยังผลิตได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทำให้ต้องพึ่งพาการนำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์เป็นจำนวนมาก โดยไทยถือเป็นแหล่งนำ เข้าชิ้นส่วนยานยนต์สำคัญอันดับ 3 ของแอฟริกาใต้ รองจากเยอรมนีและญี่ปุ่น สอดคล้องกับข้อมูลมูลค่าส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ของไทยไปแอฟริกาใต้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ขยายตัวเฉลี่ยสูงถึงเกือบร้อยละ 30ต่อปี ส่งผลให้ผู้ประกอบการชิ้นส่วนยานยนต์ไทยมองเห็นโอกาสในการขยายการลงทุนในแอฟริกาใต้ ทั้งนี้ จะขอพาท่านผู้อ่านไปสำรวจ 3 จังหวัดที่เป็นพื้นที่ลงทุนและคลัสเตอร์สำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ของแอฟริกาใต้ ได้แก่ Gauteng,Eastern Cape และ Kwazulu-Natal...
  • นายหลิว ไจหยี่ ทูตถาวรประจำสหประชาชาติของจีน กล่าวสนับสนุนให้กลุ่มจี-77 ร่วมมือกันสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ทุกฝ่ายจะได้รับประโยชน์...
  • บริษัท เมตาโควตส์ ซอฟต์แวร์ (MetaQuotes Software) ได้เปิดตัว MetaFintech ในฐานะ สำนักงานตัวแทนแห่งใหม่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไปเมื่อเร็วๆนี้ และปัจจุบัน เมตาโควตส์ ซอฟต์แวร์ ประกาศขยายกิจการเพิ่มอีกหนึ่งแห่ง โดยมอบหมายให้บริษัท Derivative System Technologies ทำหน้าที่เป็นสำนักงานตัวแทนในแอฟริกาใต้...
  • “พาณิชย์” จ่อคิวดันส่งออกรถยนต์มือสอง เน้นตลาดเพื่อนบ้าน–แอฟริกา พร้อมช่วยตลาดในประเทศ แถมได้ยอดการส่งออก ด้าน ส.อ.ท.ออกโรงหนุนทันควัน หลังผู้ประกอบการเจอพิษเศรษฐกิจซบเซา แถมค่ายรถยนต์โหมแคมเปญขายรถใหม่ จนรถมือสองล้นตลาด...
  • พันธมิตรในแวดวงอุตสาหกรรมต่างตบเท้าเข้าร่วมการประชุมประจำปีที่มีชื่อเสียงโดดเด่นที่สุดในอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซแอลเอ็นจีของแอฟริกา โดยนับตั้งแต่ปีพ.ศ. 2537 เป็นต้นมา งานนี้ยังคงได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะที่มีบทบาทสำคัญในการเร่งพัฒนาและยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งบริษัทและรัฐบาล...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ