ภาพรวมเศรษฐกิจกรีซผ่านสายตาของ IMF

โดยเป็นการแก้ไขปัญหาตามแนวทางของธนาคารกลางยุโรป (European Central Bank) คณะกรรมาธิการยุโรป(European Commission) และ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund) หรือที่รู้จักกันในนาม “Troika”
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กระทรวงการต่างประเทศ เห็นว่า รายงานดังกล่าวมีประเด็นที่น่าสนใจ โดยเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจกับยุโรป จึงขอสรุปสาระสำคัญมา ณ ที่นี้
ภาพรวมเศรษฐกิจกรีซ
IMF ยอมรับว่า ในปีที่ผ่านมา ภาพรวมเศรษฐกิจของกรีซอยู่ในเกณฑ์ดี โดยสามารถปรับระบบการเงินการคลังได้ดุลงบประมาณ (primary surplus) ทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้น และส่งผลให้รัฐบาลประสบความสำเร็จในการขายพันธบัตรรัฐบาลอายุ 3-5 ปี (medium-term bond) ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณเชิงบวกว่าเศรษฐกิจกรีซจะปรับตัวดีขึ้น หลังจากที่จมดิ่งยาวนานถึง 6 ปี อย่างไรก็ดี กรีซยังคงต้องเผชิญกับปัญหาที่คั่งค้างในหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูปภาคการผลิตที่ล่าช้า สินค้าที่ขาดความหลากหลายและไม่อยู่ในภาวะที่จะแข่งขัน ซึ่งทำให้เกิดการว่างงานเพิ่มขึ้นถึง 26.5% โดย 2 ใน 3 เป็นกลุ่มว่างงานต่อเนื่อง นอกจากนั้น ในช่วงระหว่างปี 2009-2012 กรีซยังคงประสบภาวะความยากจนที่เพิ่มขึ้นจาก 20% เป็น 23% รวมถึงการกระจายรายได้ที่ลดลงด้วยเช่นกัน
ในรายงานยังได้ระบุถึงเสถียรภาพของรัฐบาลกรีซ ว่ามีผลต่อการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอย่างมาก เนื่องจากที่ผ่านมา IMF ได้ดำเนินโครงการ Extended Fund Facility (EFF) สำหรับกรีซ ซึ่งการดำเนินโครงการนี้ จำเป็นจะต้องมีการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจอย่างรอบด้าน อย่างไรก็ดี การปฏิรูปไม่สามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่น เพราะไม่ได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายการเมือง และรัฐบาลไม่มีเสถียรภาพเท่าที่ควร (เสียงสนับสนุน 152 เสียงต่อ 300 เสียง) ทำให้ขาดพลังขับเคลื่อนที่เข้มแข็ง
ข้อสรุปของ IMF เกี่ยวกับเศรษฐกิจกรีซในปีที่ผ่านมา
- งบประมาณเกินดุลของรัฐบาลกรีซในปี 2556 คิดเป็นเงินราว 800 ล้านยูโร หรือ 0.8% ของ GDP
- Real GDP = -3.9% ของ GDP (จากที่คาดการณ์ไว้ -4.2% ของ GDP) และ GDP กรีซช่วงไตรมาสแรกของปี 2557 = -1.1% ของ GDP คาดว่าจะกระเตื้องขึ้นในครึ่งปีหลังที่มาจากรายได้การท่องเที่ยวที่สูงขึ้น โดยเศรษฐกิจของกรีซจะเติบโต +0.6% ของ GDP ในปีนี้
- ค่าเงินยูโรในประเทศอ่อนลง แต่อัตราแลกเปลี่ยนที่เป็นจริง (Real Effective Exchange Rate- REER) ยังมีมูลค่าสูง ซึ่งปรับตัวสูงขึ้นเช่นเดียวกับดัชนีราคาผู้บริโภค (สินค้าอุปโภคบริโภคมีราคาแพง)
- แม้ในปี 2556 ดุลบัญชีเดินสะพัดระหว่างประเทศ (External Current Account) ได้ปรับตัวสมดุลเป็นครั้งแรกในช่วงสิบปีที่ผ่านมา แต่ภาคการส่งออกยังอ่อนแอมากเมื่อเทียบกับสมาชิกอียูที่มีเศรษฐกิจระดับเดียวกับกรีซ และภาวะสมดุลของบัญชีเดินสะพัดส่วนใหญ่มาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการท่องเที่ยว การส่งออกน้ำมัน เงินช่วยเหลือจากอียู และการนำเข้าสินค้าจากต่างชาติลดลง
- รัฐบาลกรีซได้ปฏิบัติตามมาตรการทางเศรษฐกิจสำหรับปี 2556 ตามที่ตกลงไว้กับ Troika ทั้งหมด แต่ไม่สำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ IMF ได้คาดการณ์ด้วยว่าจะยังมีช่องโหว่ของงบประมาณปี 2558 อีก 2 พันล้านยูโร และปี 2559 อีก 3.7 พันล้านยูโร ดังนั้น IMF จึงเรียกร้องให้รัฐบาลกรีซออกมาตรการหารายได้เพิ่มเติม
ข้อเสนอของ IMF ต่อรัฐบาลกรีซ
1. IMF ได้เรียกร้องให้อียูซึ่งเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาหนี้สินของกรีซ เพื่อให้กรีซสามารถลดหนี้สาธารณะที่มีอยู่ปริมาณ 174% ของ GDP ให้เหลือ 128% ของ GDP ภายในปี 2563 และเหลือ 117% ของ GDP ภายในปี 2565 โดยได้นำเสนอแนวทางต่าง ๆ ดังนี้
- ตั้งเป้าการบริหารงบประมาณปี 2557 ให้ได้เกินดุล 1.5% ของ GDP
- เร่งรัดปฏิรูปโครงสร้างการให้บริการสาธารณะ ลดขั้นตอนที่ทำให้ล่าช้า
- เปิดเสรีในการกำหนดค่าเช่าสังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์
- เปิดเสรีด้านการขนส่งทุกด้าน
- ลดต้นทุนด้านพลังงานเพื่อส่งเสริมการลงทุน
- เพิ่มทุนหมุนเวียนสำหรับธนาคารพาณิชย์
2. IMF ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับนโยบายการหาเสียงเลือกตั้งของรัฐบาล ที่เน้นให้เงินช่วยเหลือผู้ที่มีรายได้น้อย รวมถึงไม่มีการบังคับใช้มาตรการเศรษฐกิจใหม่ ๆ เพิ่มเติม นอกจากนั้น IMF ระบุด้วยว่า รัฐบาลจะไม่สามารถปรับขึ้นเงินเดือนและเงินบำนาญในภาวะเศรษฐกิจของกรีซในปัจจุบัน ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้จะลากยาวไปจนถึงการเลือกตั้งครั้งใหม่ที่จะมีขึ้นประมาณกลางปี 2559 โดย IMF ได้เสนอมาตรการลดการใช้จ่ายใน 3 ด้าน ได้แก่
ด้านการจ้างงาน
- IMF เสนอให้รัฐบาลปรับลดจำนวนเจ้าหน้าที่ของรัฐลงอีกภายหลังปี 2558 ซึ่งถึงแม้จะเป็นช่วงที่กรีซได้ออกจากโครงการช่วยเหลือของ Troika แล้วก็ตาม อย่างไรก็ดี ภายใต้ข้อตกลงของ Troika รัฐบาลจะต้องปลดเจ้าหน้าที่รัฐจำนวน 11,000 คน ภายในปี 2557
- เสนอให้ลดการจ่ายเงินชดเชยการปลดพนักงานหรือลูกจ้าง โดยเฉพาะการให้คนงานออกจากงานเป็นจำนวนมาก อาทิ กรณีการปิดกิจการ ฯลฯ ทั้งนี้ IMF ขอให้ดำเนินการภายในตุลาคมนี้
- เสนอให้กำหนดอัตราค่าจ้างและขึ้นค่าจ้างในลักษณะเป็นการตกลงกันเองระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง รวมทั้งให้ยกเลิกการจ้างงานที่ระบุให้ขึ้นเงินเดือนทุก 3 ปี
- เสนอให้แก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิและอำนาจในการนัดหยุดงาน จากที่เคยใช้เสียงส่วนใหญ่ของกรรมการสหภาพแรงงานเปลี่ยนเป็นใช้เสียงข้างมากจากสมาชิกสหภาพทั้งหมด รวมทั้งเสนอให้สิทธิต่อสมาคมนายจ้างในการต่อต้านการนัดหยุดงาน อาทิ ปิดโรงงานในวันนัดหยุดงาน (lock out) ฯลฯ
ด้านประกันสังคม
- ปัจจุบันรัฐบาลกรีซมีรายจ่ายด้านประกันสังคมคิดเป็น 17% ของ GDP ซึ่ง IMF เห็นว่า ทั้งรายจ่ายของรัฐบาลกรีซด้านการรักษาพยาบาลและการจ่ายเงินบำนาญมีปริมาณมากเกินไป จึงเสนอให้ตัดรายจ่ายด้านนี้ลงอีก
- ให้รัฐบาลกรีซเข้าไปตรวจสอบระบบการจัดเก็บ-จ่ายเบี้ยประกันสังคมของธุรกิจห้างร้าน หากจำเป็นรัฐบาลกรีซสามารถเข้าแทรกแซงหรือจัดการกับกองทุนประกันสังคมแต่ละแห่งได้
ด้านเกี่ยวกับภาษี
- รัฐบาลกรีซยังต้องเก็บภาษีในอัตราที่สูงต่อไปควบคู่กับการตัดรายจ่ายลงอีก
- เร่งรัดให้ปฏิรูประบบการจัดเก็บภาษีที่กำลังดำเนินอยู่ให้เห็นผลโดยเร็ว
- ไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลกรีซจะออกระเบียบใหม่เพื่ออะลุ้มอะล่วยให้กับการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มและผ่อนปรนให้กลุ่มธุรกิจที่ติดค้างการชำระภาษีให้รัฐอยู่
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเอเธนส์ ให้ข้อมูลด้วยว่า รายงานของ IMF ฉบับนี้ ได้แสดงความวิตกเกี่ยวกับคำตัดสินของศาลปกครองของกรีซที่ให้รัฐบาลคืนเงินเดือนและเงินบำนาญของข้าราชการในเครื่องแบบ ซึ่งในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้หักเงินเดือน เงินบำนาญ ตลอดจนปลดพนักงาน หรือลูกจ้างภาครัฐ เพื่อให้เป็นไปตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับกลุ่มเจ้าหนี้เงินกู้ นอกจากนั้น ศาลยังตัดสินด้วยว่าการเก็บภาษีอหังสาริมทรัพย์ของรัฐบาลมีความซ้ำซ้อนและผิดกฎหมาย ซึ่ง IMF มองว่าการตัดสินนี้จะเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินมาตรการเศรษฐกิจที่กรีซได้ตกลงไว้แล้วกับ Troika
ขอบคุณรูปภาพจาก : www.sntsky.com
15 สิงหาคม 2557
แหล่งข้อมูล:
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเอเธนส์
โดย:
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
