ธนาคารกลางอินเดียคลอดนโยบายทางการเงินแล้ว !
ธนาคารกลางอินเดียคลอดนโยบายทางการเงินแล้ว !
      หนังสือพิมพ์ชื่อดังของอินเดีย Hindustan Times รายงานว่า ธนาคารกลางอินเดีย (Reserve Bank of India – RBI) ได้ประกาศนโยบายล่าสุดทางการเงินแล้ว

     ประเด็นสำคัญของนโยบายดังกล่าวคือการตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมของธนาคารพาณิชย์จากธนาคารกลางอินเดียหรือ “repo rate” ที่ร้อยละ 8 และจะลดสัดส่วนสภาพคล่องทางการเงินหรือ Statutory Liquidity Ratio – SLR (อัตราส่วนของสินทรัพย์ประเภทอื่นนอกจากเงินสดที่ธนาคารพาณิชย์ต้องมีสำรอง) เหลือร้อยละ 22 จากร้อยละ 22.5 ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้มีเงินทุนหมุนเวียนในระบบธนาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้นประมาณ 4 แสนล้านรูปี (6,670 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

     ผู้ว่าการธนาคารกลางอินเดียชี้แจงว่า แม้อัตราเงินเฟ้อราคาส่งสินค้าอาหารได้ปรับลงเหลือร้อยละ 8.10 ในเดือนมิถุนายน 2557 จากร้อยละ 9.50 เมื่อเดือนพฤษภาคมของปีเดียวกัน และอัตราเงินเฟ้อราคาปลีกสินค้าอาหารเหลือร้อยละ 7.90 เมื่อเดือนมิถุนายน 2557 จากร้อยละ 9.4 เมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 อย่างไรก็ดี ยังถือเป็นอัตราที่สูงเกินกว่าที่ธนาคารกลางฯ จะสามารถพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ย repo rate ได้ กอปรกับความไม่แน่นอนของปริมาณน้ำฝนสำหรับการเพาะปลูก และความเป็นไปได้ที่ราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์ความไม่สงบในหลายพื้นที่ทั่วโลก

     “ธนาคารกลางฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการเติบโตทางเศรษฐกิจมากกว่าการเน้นควบคุมอัตราเงินเฟ้อเพียงอย่างเดียวซึ่งภาคเอกชนและตลาดหลักทรัพย์ได้สนับสนุนความคิดนี้เป็นอย่างดี สังเกตจากดัชนีหุ้น Sensex ปรับตัวสูงขึ้น 184.85 จุด และดัชนีหุ้น Nifty ปรับตัวสูงขึ้น 62.90 จุด” สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองมุมไบให้ข้อสังเกตเพิ่มเติม


ขอบคุณรูปภาพจาก : TopNews.in
18 สิงหาคม 2557
แหล่งข้อมูล: สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองมุมไบ
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ