เศรษฐกิจการเมืองบราซิลกับการกีฬาในรัฐบาล Dilma Rousseff

สาเหตุที่ทำให้ทั่วโลกสนใจกับการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้อย่างมาก เพราะมีปัจจัยสำคัญมาจากเศรษฐกิจการเมืองในบราซิล ตั้งแต่ Dilma Rousseff ประธานาธิบดีหญิงคนแรก ขึ้นดำรงตำแหน่งฯ ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2011
ผลของการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬา 2014 FIFA World Cup Brazil และ Olympic หรือ Rio 2016 ในประเทศบราซิลหนนี้ ถูกนำเสนอ 2 ด้าน ได้แก่
1. ด้านของพลเมือง ได้เกิดการชุมนุมประท้วงของพลเมืองกว่า 1,400,000 คน ใน 100 เมืองใหญ่ของบราซิล ในเดือนมิถุนายน 2013
2. ด้านของรัฐบาลบราซิล ชี้ว่าทำให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรัฐบาลของประธานาธิบดี Dilma Rousseff
โดยมีการวิเคราะห์ว่าการชุมนุมครั้งนี้ ถือเป็นเปลี่ยนผ่านสำคัญของประวัติศาสตร์การเมืองบราซิลที่ส่งผลต่อการทำงานของรัฐบาล และการเสื่อมศรัทธาต่อนักการเมืองที่ฉ้อฉลต่อการจัดการแข่งขันกีฬาดังกล่าว แม้ว่า Rousseff จะมีคำสั่งปลดรัฐมนตรี จำนวน 6 คน ที่ตรวจสอบพบการทุจริตแล้วก็ตาม แต่สถานการณ์การชุมนุมประท้วงก็เกิดขึ้นและขยายไปทั่วประเทศ
บราซิลถูกกล่าวถึงบนเวทีเศรษฐกิจการเมืองโลกอีกครั้งใน ค.ศ. 2009 ด้วยการเข้าเป็นสมาชิกกลุ่ม BRIC (วันที่ 24 ธันวาคม ค.ศ. 2010 ได้เพิ่ม South Africa หรือประเทศแอฟริกาใต้ จึงเปลี่ยนชื่อย่อเป็น กลุ่ม BRICs) ซึ่งการประชุม ครั้งที่ 1 ได้จัดขึ้น ณ เมืองเยคาเตรินเบิร์ก (Yekaterinburg) ของสหพันธรัฐรัสเซีย เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ค.ศ. 2009 โดยมีผู้นำ 4 ประเทศ คือ บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน ประชุมหารือเพื่อสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจและเป็นแนวทางในการปฏิรูปสถาบันการเงินระหว่างประเทศ โดยดำเนินนโยบายบนพื้นฐานของประชาธิปไตย พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกิดการตระหนักถึงปัญหาโลกร้อนและต่อต้านการก่อการร้าย เป็นต้น
ขณะนั้น Rousseff ได้ดำรงรัฐมนตรีว่าการ หลายกระทรวง และเป็นประธานบอร์ดพลังงานในสมัยประธานาธิบดี Luiz Inacio Lula da Silva หรือประธานาธิบดี "ลูลา" อีกด้วย กระทั่งดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี Rousseff จึงมีเป้าหมายที่จะสานต่อนโยบายของประธานาธิบดีลูลาต่อไป โดยเฉพาะนโยบายแก้ไขปัญหาความยากจนในประเทศบราซิล ปฏิรูประบบภาษีให้เป็นธรรมเพื่อแก้ปัญหาเงินเฟ้อ รวมทั้งให้ลดรายจ่ายภาครัฐด้วยการปรับลดงบประมาณของทุกกระทรวงลง และพุ่งเป้าไปที่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้ได้ในอนาคต
ค.ศ. 2012 ภายใต้การบริหารงานของประธานาธิบดี Rousseff เริ่มมีเสียงสะท้อนถึงความไม่พอใจในการดำเนินนโยบายของรัฐบาล เช่น การประกาศขึ้นราคาค่าโดยสารประจำทางและรถไฟฟ้าใต้ดิน การใช้งบประมาณจำนวนมากเพื่อเตรียมการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกในปี 2014 ซึ่งมีการสร้างสนามฟุตบอลใหม่ถึง 7 สนาม และการแข่งขัน Confederations Cup ที่มีการวิเคราะห์ว่ารัฐบาลจะใช้งบประมาณราว 32 พันล้านเรียลในการจัดการแข่งขันกีฬานี้ รวมถึง Olympic 2016 ด้วย
การชุมนุมประท้วงเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ค.ศ. 2013 (ตามเวลาท้องถิ่นของประเทศบราซิล) โดยมีประชาชนกว่า 240,000 คน ใน 12 เมืองใหญ่ของบราซิลร่วมชุมนุมกันอย่างสงบ ยกเว้นได้เกิดปะทะกันขึ้นที่เมืองริโอเดจาเนโร ซึ่งทำให้มีผู้ชุมนุม และเจ้าหน้าที่รัฐ ได้รับบาดเจ็บ จนกระทั่งเหตุการณ์ได้ขยายความรุนแรงไปสู่จุดสูงสุดเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ค.ศ. 2013 ที่มีการชุมนุมเกิดขึ้นพร้อมกันในกว่า 100 เมือง และมีผู้เข้าร่วมชุมนุมทั่วประเทศ มากกว่า 1,400,000 คน โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตเป็นทางการในขณะนั้นจำนวน 1 คน และบาดเจ็บราว 200 คน การชุมนุมประท้วงในครั้งนี้ถือว่าเป็นการชุมนุมที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองสมัยใหม่ของบราซิล นับตั้งแต่ ค.ศ. 1985
ค.ศ. 2014 เมื่อ 2014 FIFA World Cup Brazil เริ่มต้นขึ้น ได้มีบทวิเคราะห์จากฝ่ายที่คัดค้านและเล็งเห็นการฉ้อฉลของรัฐบาลว่าเป็นการก่ออาชญากรรมโดยรัฐที่ทำให้มีผู้ประสบปัญหาความยากจนโดยเฉพาะบริเวณสถานที่จัดการแข่งขัน เช่น คนไร้บ้านจากการถูกไล่รื้อที่เกิดปัญหาโสเภณีเด็ก การค้ายาเสพติด รวมถึงการเข้าปราบปรามผู้ที่คาดว่าจะประท้วงตามชุมชน หรือสลัมต่างๆ ทั้งก่อนและในช่วงเวลาที่จัดการแข่งขัน ขณะที่ภาครัฐได้นำเสนอภาพความสำเร็จ จากการจัด 2014 FIFA World Cup Brazil ว่าจะนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจ และขับเน้นภาพสิ่งปลูกสร้างทันสมัยทั้งสนามกีฬา อาคารที่พักโดยรอบ รวมถึงระบุว่าทำให้เกิดการกระจายรายได้แก่คนจนและผู้ใช้แรงงาน
นี่คือมุมมองสองด้าน จาก 2014 FIFA World Cup Brazil ที่สะท้อนให้เห็นเศรษฐกิจการเมืองกับการกีฬา ในบราซิล ประเทศที่กำเนิดและพัฒนาด้วยประวัติศาสตร์จากเบื้องล่างของสองเท้านักกีฬาผู้ยากไร้ และโอบด้วย City of God อ้อมกอดของพระเจ้า
ข้อมูลอ้างอิง:
กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้
กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา กระทรวงการต่างประเทศ
เว็บไซต์ Revolution News
ขอบคุณรูปภาพจาก : wlanru.blogspot.com
28 สิงหาคม 2557
แหล่งข้อมูล:
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
โดย:
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
