ตลาดน้ำผลไม้ในประเทศอินเดีย
ตลาดน้ำผลไม้ในประเทศอินเดีย
ภาพรวมอุตสาหกรรมน้ำผลไม้ในประเทศอินเดีย
          อุตสาหกรรมน้ำผลไม้ในประเทศอินเดียเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่น่าสนใจ เนื่องจากอุตสาหกรรมน้ำผลไม้ในประเทศอินเดียมีมูลค่าตลาด (Market Size) สูงถึง 18,500 ล้านรูปีในปีงบประมาณ 2013-14 (เมษายน 2013– มีนาคม 2014) ทั้งยังมีการเติบโตเฉลี่ยถึง 18% ในช่วงสามปีที่ผ่านมา และมีการคาดการณ์การเติบโตเฉลี่ยต่อปีสูงถึง 23% ในอีกห้าปีข้างหน้าอีกด้วย
อุตสาหกรรมน้ำผลไม้ในประเทศอินเดียสามารถแบ่งออกได้เป็นสองส่วน คือ น้ำผลไม้ที่บรรจุในบรรจุภัณฑ์ (Packaged Juice) และน้ำผลไม้สด (Fresh Juice) โดยน้ำผลไม้ที่บรรจุในบรรจุภัณฑ์มีสัดส่วนประมาณ 14% ของมูลค่าตลาดทั้งหมด ส่วนที่เหลือจะเป็นน้ำผลไม้สดซึ่งส่วนใหญ่จำหน่ายโดยร้านค้าปลีกท้องถิ่นขนาดเล็กซึ่งกระจายอยู่ทั่วเมือง

         นอกจากนี้ น้ำผลไม้ที่บรรจุในบรรจุภัณฑ์ยังสามารถแบ่งออกได้อีกสองประเภท คือ 1. เครื่องดื่มรสผลไม้ (Fruit Drinks) และ 2. น้ำผลไม้ (Fruit Juices) โดยความแตกต่างระหว่างเครื่องดื่มทั้งสองประเภท คือ ปริมาณผลไม้ที่ผสมอยู่ หากปริมาณผลไม้ที่ผสมน้อยกว่า 30% น้ำผลไม้ดังกล่าวจะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเครื่องดื่มรสผลไม้ แต่หากปริมาณผลไม้ที่ผสมมากกว่า 30% น้ำผลไม้ดังกล่าวจะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มน้ำผลไม้ ทั้งนี้ เครื่องดื่มรสผลไม้มีสัดส่วน 75% ของมูลค่าตลาด ในขณะที่น้ำผลไม้มีสัดส่วน25%

ปัจจัยส่งเสริมและความท้าทายของตลาดน้ำผลไม้ที่บรรจุในบรรจุภัณฑ์ในประเทศอินเดีย
ปัจจัยส่งเสริม
        • รายได้ของชาวอินเดียที่อาศัยอยู่ในเมืองเพิ่มมากขึ้นทำให้ความต้องการสินค้าแบรนด์เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย
        • ชาวอินเดียเริ่มใส่ใจสุขภาพมากยิ่งขึ้น
        • ชาวอินเดียเชื่อว่าน้ำผลไม้ที่บรรจุในบรรจุภัณฑ์สะดวกและดีต่อสุขภาพกว่าน้ำผลไม้สดที่จำหน่ายข้างถนน
        • ชาวอินเดียเริ่มซื้อน้ำผลไม้ในปริมาณที่มากขึ้นเพื่อใช้บริโภคภายในครอบครัว ทั้งยังเริ่มกลายเป็นการซื้อแบบเคยชินมากกว่าการซื้อเพื่อความต้องการด้วย
        • ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ที่กำลังเติบโตได้ช่วยให้ผู้ผลิตน้ำผลไม้สามารถนำเสนอสินค้าที่หลากหลายให้กับผู้บริโภคได้
ความท้าทาย
        • การควบคุมต้นทุนการผลิตที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องไปพร้อม ๆ กับการรักษาคุณภาพของสินค้าตลอดทั้งปีเป็นความท้าทายอย่างมากสำหรับผู้ผลิตน้ำผลไม้ในประเทศอินเดีย
        • ห่วงโซ่อุปทานของวัตถุดิบในการผลิตน้ำผลไม้ที่ค่อนข้างยาวทำให้ผู้ผลิตน้ำผลไม้จะต้องวางแผนเกี่ยวกับการผลิตให้รอบคอบ

การสนับสนุนจากรัฐบาลอินเดีย
กฎระเบียบ
        • การผลิตอาหารแปรรูปส่วนใหญ่ไม่ต้องขออนุญาตจากรัฐบาลอินเดีย
        • อุตสาหกรรมอาหารแปรรูปได้รับอนุญาตให้สามารถนำเข้าสินค้าทุนได้อย่างเสรี
ภาษี
        • ภาษีศุลกากรสำหรับโรงงานและอุปกรณ์สำหรับแปรรูปอาหาร รวมไปถึงวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางได้รับการยกเว้นภาษีไปเรียบร้อยแล้ว
        • อาหารแปรรูปจำนวนมากได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าและภาษีสรรพสามิต
การส่งเสริมการส่งออก
        • อุตสาหกรรมอาหารแปรรูปเป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่มีพื้นที่เฉพาะสำหรับการผลิตเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก เช่น Free Trade Zones และ Export Processing Zonesเป็นต้น
การลงทุน
        • รัฐบาลอินเดียอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติสามารถเข้าไปลงทุนในอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปได้โดยผ่านช่องทางอัตโนมัติ (Automatic Route)โดยสามารถถือหุ้นสูงสุดได้ถึง 100%
        • ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (12th Five Year Plan) รัฐบาลอินเดียได้จัดสรรงบประมาณกว่า 59,900 ล้านรูปี หรือประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป

โอกาสในตลาดน้ำผลไม้ที่บรรจุในบรรจุภัณฑ์ของประเทศอินเดีย
        • ชาวอินเดียมีแนวโน้มว่าจะเปลี่ยนมาดื่มน้ำผลไม้ 100% มากขึ้น
        • น้ำผลไม้ที่อุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร (Fiber) และน้ำผลไม้ที่ไม่ใส่น้ำตาลกำลังเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคชาวอินเดีย เนื่องจากชาวอินเดียเริ่มให้ความสำคัญกับสุขภาพของตนมากยิ่งขึ้น
        • ชาวอินเดียกำลังมองหาน้ำผลไม้รสชาติใหม่ ๆ เช่น แบรนด์ BNaturalได้นำเสนอน้ำผลไม้รสผลไม้แห้งผสมแอปเปิ้ลซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
        • ผู้ผลิตน้ำผลไม้กำลังนำเสนอผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ๆ เช่น แบรนด์ Tropicanaได้นำเสนอผงน้ำผลไม้ (Tropicana Fruit Powder) เพียงเติมน้ำก็สามารถดื่มได้ทันที




แหล่งข้อมูลอ้างอิง : สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ เมืองมุมไบ
                             นายกิตติพร โตเจริญโชค
                             นักศึกษาฝึกงาน คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
28 สิงหาคม 2557
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ