อานธรประเทศ อัญมณีแห่งอ่าวเบงกอลตอนที่ 1
อานธรประเทศ อัญมณีแห่งอ่าวเบงกอลตอนที่ 1
        ความเคลื่อนไหวอันนำไปสู่การแยกตัวของรัฐเตลังคานาออกจากรัฐ อานธรประเทศ ที่ดำเนินมาตลอด 50 ปี ได้สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2557 ส่งผลให้รัฐอานธรประเทศซึ่งเคยมีอาณาเขตใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของประเทศอินเดีย ตกไปอยู่อันดับที่ 8 โดยรัฐเตลังคานาซึ่งประกอบด้วยเขตปกครอง 10 เมือง ได้รับการสถาปนาให้เป็นรัฐที่ 29 ให้เป็นรัฐน้องใหม่ล่าสุดของประเทศอินเดีย โดยอีก 13 เมืองฝั่งตะวันตกยังคงอยู่ภายใต้ การดูแลของรัฐอานธรประเทศต่อไป  ส่วนเมืองไฮเดอราบัดยังคงต้องรับบทเป็นเมืองหลวงควบ 2 รัฐต่อไปอีกเป็นระยะเวลา 10 ปี จนกว่ารัฐเตลังคานาและรัฐอานธรประเทศจะสถาปนาเมืองหลวงใหม่ของตัวเองได้เป็น ที่เรียบร้อย
 
        รัฐอานธรประเทศตั้งอยู่บนที่ราบสูงเดคคาน ทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย พื้นที่ด้านในที่ติดกับภูเขามีอากาศเย็นสบาย  ส่วนพื้นที่ราบลุ่มมีฝนตกชุกในฤดูฝนเนื่องจากได้รับลมมรสุม มีแม่น้ำกฤษณะ และแม่น้ำโกดาวารี ไหลผ่านที่ราบลุ่มขนาดใหญ่ ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “ชามข้าวของอินเดีย” ทิศตะวันออกของรัฐหันออกสู่อ่าวเบงกอล มีชายฝั่งทะเลยาวเป็นอันดับที่ 2 ของประเทศอินเดีย (รองจากคุชราต) ระยะทาง 972 กิโลเมตร มีทรัพยากรต่างๆ มากมาย รัฐนี้มีภาษาเตลูกูเป็นภาษาประจำรัฐรองลงมา คือ ภาษาอูรดู และภาษาอังกฤษ ปัจจุบันรัฐอานธรประเทศมีพื้นที่ที่เล็กลงเหลือเพียง 160,025 ตารางกิโลเมตร ภายหลังการประกาศตั้งรัฐใหม่ของรัฐเตลังคานา และมีประชากร 49 ล้านคน 
 
        ผู้กุมนโยบายพัฒนารัฐอานธรประเทศคนล่าสุดคือ นายจันทรบาบู ไนดู ผู้นำพรรค Telugu Desam เป็นนักการเมืองดาวรุ่งพุ่งแรงที่มีเส้นทางการเมืองน่าสนใจ โดยเคยได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีหนุ่มที่สุดของรัฐตั้งแต่อายุ 28 ปี หนังสือพิมพ์ India Today โหวตให้เป็น “IT Indian of the Millennium” เคยดำรงตำแหน่งมุขมนตรีของรัฐอานธรประเทศติดต่อกันถึง 2 สมัย ในระหว่างปี 2538-2547 เป็นผู้นำระดับรัฐที่ผู้นำระดับโลกเข้าพบปะแลกเปลี่ยนความคิดอยู่บ่อยครั้ง ทั้งนายโทนี่ แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร และนายบิล คลินตัน อดีตประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ได้รับการชื่นชมจากสำนักข่าว CNN ว่าสามารถพลิกฟื้นชนบทล้าหลังให้กลายเป็นมหานครแห่งโลกไอทีของประเทศอินเดีย ได้ในเวลาเพียง 5 ปี ด้วยการเจียระไนเมืองไฮเดอราบัดให้เจิดจรัสบนสายตานักลงทุนต่างชาติ ภายใต้แคมเปญ “บ๊ายบายบังคาลอร์ ฮัลโหลไฮเดอราบัด” 
 
        นายจันทรบาบู  ไนดู ได้รับโอกาสให้กลับมารับใช้ชาวอานธรประเทศรอบใหม่ โดยเข้าสาบานตนรับตำแหน่ง มุขมนตรีสมัยที่ 3 และถือเป็นมุขมนตรีคนแรกของรัฐอานธรประเทศเวอร์ชั่นใหม่ ไปเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2557 ภายหลังการสถาปนารัฐเตลังคานาไปได้ 6 วัน ประชาชนชาวอานธรประเทศส่วนใหญ่เริ่มมีความหวังต่อสิ่งใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้น นายจันทรบาบู ไนดู เคยวางวิสัยทัศน์ของรัฐอานธรประเทศในปี 2020 ร่วมกับบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำจากอเมริกาอย่าง McKinsey & Company ไว้ว่า รัฐอานธรประเทศในอนาคตจะกลายเป็นศูนย์กลางด้านการศึกษา ศูนย์กลางการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพ ประชาชนในชนบทมีงานทำ และมีการลงทุนจากองค์กรขนาดใหญ่มากกว่าการลงทุนจากนักลงทุนรายย่อยๆ เมืองทุกเมืองเข้มแข็งและสามารถพึ่งพาตัวเองได้ 
 
         ในปี 2555-2556 ก่อนที่จะแยกพื้นที่รัฐเตลังคานา รัฐอานธรประเทศมีผลิตภัณฑ์มวลรวมในรัฐ (GDP) อยู่ที่ 2,359.3 พันล้านรูปี มาจากภาคการเกษตร 545.99 พันล้านรูปี และมาจากภาคอุตสาหกรรม 507.45 พันล้านรูปี แต่ที่น่าสนใจมากคือรายได้ที่มาจากภาคบริการ 1,305.87 พันล้านรูปี ส่วนใหญ่มาจากเมืองไฮเดอราบัดซึ่งมีชื่อเสียงด้าน IT และการให้บริการด้านศูนย์ดำเนินการ call center การวิจัยพัฒนาและการบริการเกี่ยวกับกระบวนการให้ความรู้  Knowledge Process Outsource หรือ KPO
 
        หากนโยบายต่างๆ ที่รัฐวางไว้สามารถเป็นจริงได้ รัฐอานธรประเทศจะไม่เพียงโดดเด่นด้านการเป็นศูนย์กลางการให้บริการ Call Center ศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ แหล่งส่งออกสินค้าด้านไอที แต่เราจะ ได้เห็นเมืองชั้นนำผุดขึ้นประหนึ่งสายสร้อยไข่มุกรายเรียงต่อกันในระยะทาง 972 กิโลเมตรเลียบอ่าวเบงกอล และเมืองหลวงใหม่ของรัฐที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานความทันสมัย ความเป็นไปได้นี้จะเกิดขึ้นเร็ววันแค่ไหน แล้วผู้ประกอบการไทยควรขยับอย่างไร เราจะมาติดตามกันต่อไปในตอนหน้า
17 กันยายน 2557
โดย: รายงานโดยนางสาวสุทธิมา เสืองาม สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเจนไน

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ