อานธรประเทศ อัญมณีแห่งอ่าวเบงกอลตอนที่ 1
รัฐอานธรประเทศตั้งอยู่บนที่ราบสูงเดคคาน ทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย พื้นที่ด้านในที่ติดกับภูเขามีอากาศเย็นสบาย ส่วนพื้นที่ราบลุ่มมีฝนตกชุกในฤดูฝนเนื่องจากได้รับลมมรสุม มีแม่น้ำกฤษณะ และแม่น้ำโกดาวารี ไหลผ่านที่ราบลุ่มขนาดใหญ่ ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “ชามข้าวของอินเดีย” ทิศตะวันออกของรัฐหันออกสู่อ่าวเบงกอล มีชายฝั่งทะเลยาวเป็นอันดับที่ 2 ของประเทศอินเดีย (รองจากคุชราต) ระยะทาง 972 กิโลเมตร มีทรัพยากรต่างๆ มากมาย รัฐนี้มีภาษาเตลูกูเป็นภาษาประจำรัฐรองลงมา คือ ภาษาอูรดู และภาษาอังกฤษ ปัจจุบันรัฐอานธรประเทศมีพื้นที่ที่เล็กลงเหลือเพียง 160,025 ตารางกิโลเมตร ภายหลังการประกาศตั้งรัฐใหม่ของรัฐเตลังคานา และมีประชากร 49 ล้านคน
ผู้กุมนโยบายพัฒนารัฐอานธรประเทศคนล่าสุดคือ นายจันทรบาบู ไนดู ผู้นำพรรค Telugu Desam เป็นนักการเมืองดาวรุ่งพุ่งแรงที่มีเส้นทางการเมืองน่าสนใจ โดยเคยได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีหนุ่มที่สุดของรัฐตั้งแต่อายุ 28 ปี หนังสือพิมพ์ India Today โหวตให้เป็น “IT Indian of the Millennium” เคยดำรงตำแหน่งมุขมนตรีของรัฐอานธรประเทศติดต่อกันถึง 2 สมัย ในระหว่างปี 2538-2547 เป็นผู้นำระดับรัฐที่ผู้นำระดับโลกเข้าพบปะแลกเปลี่ยนความคิดอยู่บ่อยครั้ง ทั้งนายโทนี่ แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร และนายบิล คลินตัน อดีตประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ได้รับการชื่นชมจากสำนักข่าว CNN ว่าสามารถพลิกฟื้นชนบทล้าหลังให้กลายเป็นมหานครแห่งโลกไอทีของประเทศอินเดีย ได้ในเวลาเพียง 5 ปี ด้วยการเจียระไนเมืองไฮเดอราบัดให้เจิดจรัสบนสายตานักลงทุนต่างชาติ ภายใต้แคมเปญ “บ๊ายบายบังคาลอร์ ฮัลโหลไฮเดอราบัด”
นายจันทรบาบู ไนดู ได้รับโอกาสให้กลับมารับใช้ชาวอานธรประเทศรอบใหม่ โดยเข้าสาบานตนรับตำแหน่ง มุขมนตรีสมัยที่ 3 และถือเป็นมุขมนตรีคนแรกของรัฐอานธรประเทศเวอร์ชั่นใหม่ ไปเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2557 ภายหลังการสถาปนารัฐเตลังคานาไปได้ 6 วัน ประชาชนชาวอานธรประเทศส่วนใหญ่เริ่มมีความหวังต่อสิ่งใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้น นายจันทรบาบู ไนดู เคยวางวิสัยทัศน์ของรัฐอานธรประเทศในปี 2020 ร่วมกับบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำจากอเมริกาอย่าง McKinsey & Company ไว้ว่า รัฐอานธรประเทศในอนาคตจะกลายเป็นศูนย์กลางด้านการศึกษา ศูนย์กลางการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพ ประชาชนในชนบทมีงานทำ และมีการลงทุนจากองค์กรขนาดใหญ่มากกว่าการลงทุนจากนักลงทุนรายย่อยๆ เมืองทุกเมืองเข้มแข็งและสามารถพึ่งพาตัวเองได้
ในปี 2555-2556 ก่อนที่จะแยกพื้นที่รัฐเตลังคานา รัฐอานธรประเทศมีผลิตภัณฑ์มวลรวมในรัฐ (GDP) อยู่ที่ 2,359.3 พันล้านรูปี มาจากภาคการเกษตร 545.99 พันล้านรูปี และมาจากภาคอุตสาหกรรม 507.45 พันล้านรูปี แต่ที่น่าสนใจมากคือรายได้ที่มาจากภาคบริการ 1,305.87 พันล้านรูปี ส่วนใหญ่มาจากเมืองไฮเดอราบัดซึ่งมีชื่อเสียงด้าน IT และการให้บริการด้านศูนย์ดำเนินการ call center การวิจัยพัฒนาและการบริการเกี่ยวกับกระบวนการให้ความรู้ Knowledge Process Outsource หรือ KPO
หากนโยบายต่างๆ ที่รัฐวางไว้สามารถเป็นจริงได้ รัฐอานธรประเทศจะไม่เพียงโดดเด่นด้านการเป็นศูนย์กลางการให้บริการ Call Center ศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ แหล่งส่งออกสินค้าด้านไอที แต่เราจะ ได้เห็นเมืองชั้นนำผุดขึ้นประหนึ่งสายสร้อยไข่มุกรายเรียงต่อกันในระยะทาง 972 กิโลเมตรเลียบอ่าวเบงกอล และเมืองหลวงใหม่ของรัฐที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานความทันสมัย ความเป็นไปได้นี้จะเกิดขึ้นเร็ววันแค่ไหน แล้วผู้ประกอบการไทยควรขยับอย่างไร เราจะมาติดตามกันต่อไปในตอนหน้า
17 กันยายน 2557
โดย:
รายงานโดยนางสาวสุทธิมา เสืองาม สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเจนไน
อินเดีย, ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
