มองอินเดียใหม่ ตอนที่ 140 - อินเดียยุคใหม่กับอาหารแช่แข็ง
มองอินเดียใหม่ ตอนที่ 140 - อินเดียยุคใหม่กับอาหารแช่แข็ง
        ประเทศอินเดียในความรู้สึกของคนไทยอาจจะยังไม่ค่อยดีนัก แต่จริงๆแล้วอินเดียที่เจริญๆก็มี โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ๆอย่าง นิวเดลี มุมไบ บังกะลอร์ ไฮเดอราบาด ฯลฯ ซึ่งขณะนี้ได้พัฒนาไปมากแล้ว วิถีชีวิตและพฤติกรรมการบริโภคของคนในเมืองใหญ่ของอินเดีย ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับคนในเมืองใหญ่อื่นๆทั่วโลกคือ ผู้หญิงทำงานนอกบ้านมากขึ้น มีเวลาในการประกอบอาหารและทำงานบ้านน้อยลง และต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น จึงทำให้เกิดโอกาสที่คาดไม่ถึงในตลาดอาหารแปรรูปแช่แข็งของอินเดียขึ้นมา
 
        จากข้อมูลของ บริษัท Euromonitor พบว่ายอดจำหน่ายอาหารแปรรูปแช่แข็งในประเทศอินเดียในปี 2554 มีมูลค่า 2,986.3 ล้านรูปี และขยายตัวอย่างไม่หยุดยั้งโดยในปี 2555 ยอดจำหน่ายอาหารแปรรูปแช่แข็งในประเทศอินเดียมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 3,653 ล้านรูปีหรือขยายตัวอยู่ที่อัตรา 22.33% และล่าสุดในปี 2556 ที่ผ่านมา ยอดจำหน่ายได้เพิ่มขึ้นไปถึง 4,521.5 ล้านรูปี หรือมีอัตราการขยายตัวจากปีก่อนหน้าเกือบ 24% ในขณะที่อัตราการขยายตัวเฉลี่ยต่อปีของอุตสาหกรรมดังกล่าวของอินเดียอยู่ใน ระดับประมาณ 19% เอง และคาดว่าจะมียอดจำหน่ายสูงถึง 7,635.4 ล้านรูปีในปี 2561 ถ้าหากอยากจะทราบว่าเป็นเงินกี่บาทก็ลองคำนวณแบบง่ายๆด้วยการหารด้วยสองก็พอ จะได้ครับ
 
        ตลาดอาหารแปรรูปแช่แข็งในประเทศอินเดียประกอบไปด้วยอาหารมังสวิรัติและที่ไม่ใช่มังสวิรัติ โดยเป็นประเภทพร้อมปรุง/พร้อมทอด (Ready-to-Cook/Fry) และประเภทเพียงแค่อุ่นก็รับประทานได้ทันที (Heat-and Eat) แต่ก่อนที่จะไปไกลกว่านี้ ผมอยากจะอธิบายให้ท่านผู้อ่านเข้าใจเสียก่อนว่า "อาหารมังสวิรัติ" ในประเทศอินเดียหมายถึง อาหารที่ไม่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์และไข่ แต่สามารถมีส่วนผสมของนมและผลิตภัณฑ์นมได้ ซึ่งชาวอินเดียที่นับถือศาสนาฮินดูและเป็นพวกมังสวิรัติจะรับประทานอาหาร มังสวิรัติแบบนี้ แต่ก็ยังมีที่ซับซ้อนกว่านี้ขึ้นไปอีกคือ อาหารมังสวิรัติของชาวอินเดียที่นับถือศาสนาเชน ซึ่งจะเคร่งมากกว่าโดยจะเป็นอาหารมังสวิรัติเหมือนกันแต่จะไม่มีส่วนผสมของ พืชผักส่วนที่อยู่ใต้ดิน เช่น หอม กระเทียม ฯลฯ อยู่ในอาหารด้วย อันนี้เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการไทยจะต้องมีความรู้และความเข้าใจก่อนที่จะ เข้ามาในตลาดอินเดีย
 
        อาหารแปรรูปแช่แข็งในอินเดียสามารถแบ่งออกได้เป็นกลุ่มต่างๆคือ ผัก เนื้อสัตว์ปีก ปลา/อาหารทะเล เนื้อแดง มันฝรั่งแปรรูป และอาหารพร้อมรับประทาน ซึ่งก็เป็นไปตามคาดว่าประเภทผักแปรรูปแช่แข็งมียอดจำหน่ายสูงสุด โดยในปี 2556 ที่ผ่านมามียอดจำหน่าย 1,977.8 ล้านรูปี รองลงมาคือ เนื้อสัตว์ปีก  780.9 ล้านรูปี ปลา/อาหารทะเล 710.6  ล้านรูปี อาหารพร้อมรับประทาน 391.8 ล้านรูปี เนื้อแดง 375 ล้านรูปี ฯลฯ ตามลำดับ
 
        อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดเรื่องระบบโครงสร้างพื้นฐานและระบบการค้าปลีกของอินเดียที่ยัง คงเป็นร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมหรือที่เรียกว่า Kirana ซึ่งมีสัดส่วนถึง 92% ของตลาดค้าปลีกของอินเดีย และส่วนใหญ่ยังไม่มีตู้แช่แข็ง ประกอบกับประเทศอินเดียเองยังขาดระบบห้องเย็นและรถห้องเย็น จึงทำให้สินค้าประเภทอาหารแปรรูปแช่แข็งยังคงมีวางจำหน่ายอยู่เฉพาะในเมือง ใหญ่เท่านั้น โดยในปี 2556 ที่ผ่านมาพบว่า 80.5% ของอาหารแปรรูปแช่แข็งในอินเดียจะวางจำหน่ายในร้านค้าปลีกทันสมัยโดยแบ่ง เป็นไฮเปอร์มาร์เก็ต 47.5% และซูเปอร์มาร์เก็ต 33%
 
        แม้ว่าจะมีข้อจำกัดอยู่บ้าง แต่ด้วยอัตราการขยายตัวของสินค้าอาหารแปรรูปแช่แข็งที่อยู่ในอัตราสูงถึงปี ละ 25-30% อันเป็นผลมาจากการที่อินเดียมีการพัฒนามากขึ้น มีการขยายเมืองใหม่ๆมากขึ้น ประชากรมีรายได้มากขึ้น ผู้หญิงทำงานนอกบ้านมากขึ้นแต่มีเวลาน้อยลง และรสนิยมของผู้บริโภคมีความทันสมัยมากขึ้น ทำให้บริษัทค้าปลีกสมัยใหม่ของ อินเดียต่างหันมาให้ความสำคัญกับตลาดอาหารแปรรูปแช่แข็งกันถ้วนหน้าโดย ทุกบริษัทต่างก็ชิงเพิ่มพื้นที่สำหรับวางจำหน่ายอาหารแปรรูปแช่แข็งกันขนาน ใหญ่
 
        เห็นตลาดอาหารแปรรูปแช่แข็งในอินเดียกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว และที่สำคัญอาหารไทยก็เป็นอาหารยอดนิยมของคนอินเดียอีกต่างหาก ผมว่าถ้าผู้ประกอบการไทยเข้าไปลงทุนผลิตอาหารไทยแช่แข็งพร้อมรับประทานเพื่อจำหน่ายในตลาดอินเดียได้สำเร็จละก็ รับทรัพย์กันระเบิดเถิดเทิงแน่นอน
17 กันยายน 2557
โดย: อดุลย์ โชตินิสากรณ์ ผู้อำนวยการอาวุโส สคร. ณ เมืองมุมไบ

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ