อานธรประเทศ อัญมณีแห่งอ่าวเบงกอล ตอนที่ 3
อานธรประเทศ อัญมณีแห่งอ่าวเบงกอล ตอนที่ 3
          การขยายโครงการของ CPF Group โดยการลงทุน 10,000 ล้านรูปีที่รัฐอานธรประเทศนั้นไม่เป็นข่าวในสื่อไทยหากได้รับการตีพิมพ์ในเว็บไซต์สื่อชื่อดังของอินเดียหลายสำนก อย่างเช่น The Hindu และ NDTV.com นั้น แสดงให้เห็นว่ารัฐอานธรประเทศมีอนาคตที่สดใส มั่นใจได้สำหรับนักลงทุน และคนอินเดียก็อ้าแขนรับคนไทยอย่างเต็มที่

          การบุกเบิกธุรกิจในประเทศอินเดียขึ้นอยู่กับมุมมองและวิธีคิด หากมองว่าคนอินเดียทำธุรกิจด้วยยาก เหตุใดชนชาติญี่ปุ่น เกาหลี จึงสามารถลงทุนกันอย่างเอิกเกริกในประเทศนี้ จะบอกว่าคนญี่ปุ่นกับเกาหลีเก่งภาษาอังกฤษกว่าคนไทย ก็เห็นทีจะไม่ใช่ แต่เขาเชื่อว่าประเทศอินเดียนั้นมีโอกาส ถ้าไม่ขลาดที่จะแสวงหาย่อมขุดเจอขุมทองจนได้

         อย่างที่ได้กล่าวมาแล้วใน 2 บทก่อนหน้านี้ว่า รัฐอานธรประเทศเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนที่น่าจับตามอง ไม่ว่าจะเป็นการแยกตัวของรัฐเตลังคานา ซึ่งทำให้รัฐอานธรประเทศมีขนาดลดลงโดยเหลือเพียง 13 เมือง ง่ายต่อการวางแผนพัฒนาอย่างทั่วถึง การที่เมืองไฮเดอราบัดต้องควบตำแหน่งเมืองหลวง 2 รัฐ เพื่อพยุงเศรษฐกิจรัฐน้องใหม่ เป็นการเปิดทางให้ผู้ปกครองรัฐมองหาเมืองหลวงใหม่ เพื่อขยายความเจริญที่เคยกระจุกอยู่ในเมืองไฮเดอราบัดออกไปสู่เมืองอื่น การกลับมารับตำแหน่งมุขมนตรีเป็นสมัยที่ 3 ของนายจันทรบาบู ไนดู ก็เป็นกาตต่อยอดวิสัยทัศน์ของรัฐอานธรประเทศ 2020 ที่เขาได้วางไว้ก่อนหน้ากับเอเจนซี่ชื่อดังในอเมริกา McKinsey & Company ซึ่งประกาศไว้ว่ารัฐอานธรประเทศจะเป็นศูนย์กลางการศึกษา และการรักษาพยาบาลซึ่งมีคุษภาพสูง ต้นทุนต่ำ คนจนในชนบทมีงานทำ และมีการลงทุนขนาดใหญ่เพิ่มมากขึ้น แทนที่จะมีแต่พ่อค้ารายย่อย

        รัฐอานธรประเทศมีความหลากหลายดานภูมิศาสตร์และทรัพยากร หากต้องการผลักดันให้เป็น 1 ใน 25 เขตเศรษฐกิจพิเศษที่ดีที่สุดในโลกเช่นเดียวกับรัฐคุชราตก็ไม่น่าจะยาก เนื่องจากมีพื้นที่ชายฝั่งยาวเป็นอันดับ 2 ของประเทศอินเดีย เป็นรองก็แต่รัฐคุชราตรัฐเดียวเท่านั้น นอกจากเมืองเด่นอย่างไฮเดอราบัด ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะนครไอที และศูนย์กลางการผลิตรถยนต์แล้ว รัฐนี้ยังมีแม่เหล็กสำคัญอย่างเมืองวิสาขาปัทนัม (Visakhapatnam) หรือไวแซก ซึ่งกำลังผลักดันให้เป็นพื้นที่เศราฐกิจพิเศษตามแนวชายฝั่งตะวันออก ภายใต้โครงการ Petroleum, Chemicals and Petrochemicals Investment Region (PCPIC) บนพื้นที่ 608 ตร.กม. เชื่อมต่อระหว่างเมืองวิสาขาปัทนัมและเมืองคานินดา (Kaninada) โครงการนี้จะนำรัฐอานธรประเทศไปสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมด้านปิโตรเคมี ซึ่งประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี โรงกลั่นน้ำมัน โพลิเมอร์ ปุ๋ย เวชภัณฑ์ นอกเหนือจากสาธารณูปโภคครบครันพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกไว้รองรับนักลงทุนแล้ว ยังมีท่าเรือสำคัญ 3แห่ง เชื่อมต่อกับการเดินทางทางบก และทางอากาศ ได้โดยง่าย ส่งเสริมการตลาดทั้งภายในประเทศและการส่งออกไปยังต่างประเทศ

          วิจายาวาดา (Vijayawada) ได้เปรียบด้วยการเป็นเมืองเดียวที่มีแมม่น้ำสำคัญถึง 2 สายไหลผ่าน ซึ่งหาได้ยากในโลก เมืองนี้เป็นเมืองใหญ่ลำดับ 2 รองจากวิสาขปัทนัม ซึ่งใหญ่ที่สุดในรัฐอานธรประเทศได้รับการวางกลยุทธ์ 2020 โดย McKinsey Quarterly เอเจนซี่ชื่อดังของสหรัฐอเมริกาให้เป็น “Global City of the Future” เมืองนี้เป็นเมืองที่สะอาดที่สุดในรัฐอานธรประเทศละเป็นชุมทางรถไฟที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศอินเดีย มีแนวโน้มว่าจะได้รับตำแหน่งเมืองหลวงใหม่ของรัฐอานธรประเทศต่อจากเมืองไฮเดอราบัด


          เมืองกุนเธอร์ (Gunter) เป็นเมืองโบราณซึ่งมีการค้นพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดในอินเดีย ว่ามีมนุษย์อาศัยอยู่ที่นี่มีความสำคัญมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล ซึ่งส่งอิทธิพลต่อศิลปวัฒนธรรมในสมัยต่อมา ทุกวันนี้ยังมีสถูปเจดีย์สถานหลงเหลืออยู่ เมืองนี้เป็นที่ตั้งของสถาบันการศึกษาที่สำคัญหลายแห่ง อาทิ Acharya Nagarjuna University, K.L. University, Katuri Medical College, Hindu College, Gunter Medical College เป็นต้น กุนเธอร์จึงถูกหมายตาให้เป็นเมืองศูนย์กลางทางการศึกษา ที่จะสนับสนุนให้คนในรัฐอานธรประเทศมีโอกาสเรียนดี และยังดึงดูดนักเรียน นักศึกษาจากประเทศใกล้เคียงอีกด้วย

          เมืองเคอร์นูล (Kurnool) ไปจนถึงคูดาปา (Kudapa) เป็นแหล่งแร่ธาตุและทรัพยาการธรรมชาติอันหลากหลาย โดยเฉพาะหินแกรนิต โมเสค ไฮเดอราบัดไลม์ ซึ่งใช้ในการก่อสร้าง รวมถึงแร่แบไรต์ ซึ่งใช้ในการเจาะสำรวจน้ำมันหรือน้ำบาดาลใช้ในอุตสาหกรรมทำแม่สีและเนื้อสี อุตสาหกรรมทำแก้ว ทำยาง ผ้าน้ำมัน กระดาษน้ำมัน พรมน้ำมัน และพลาสติก ใช้ในอุตสาหกรรมฟอกหนัง ทำแป้งผัดหน้า เป็นต้น ชาวอานธรประเทศเชื่อว่า ต่อให้ขุดทรัพยากรทั้งหมดที่มีแถวนี้มาสร้างเมืองใหม่ทั้งเมืองก็ยังคงใช้ไม่หมด

         ด้านศักยภาพการท่องเที่ยว รัฐอานธรประเทศมีเมืองทิรูปาธี (Tirupathi) เป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์และเป็นจุดหมายแห่งการแสวงบุญ ได้รับการวางกลยุทธ์ให้เป็นศูนย์กลางศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของรัฐ สำหรับผู้ที่ไม่ได้สนใจการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมเพียงอย่างเดียว ก็ยังมีเมืองท่าชายทะเลอีก 3 แห่งที่กำลังพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางความบันเทิงทันสมัยได้แก่ วิสาขปัทนัม (Visakhapatnam) วิสยนาการาม (Vizianagaram) และศรีขคุลาม (Srikakulam) ที่มีความสวยงานเตรียมส่องประกายในอนาคตอันใกล้ด้านฐานะจุดหมายท่องเที่ยวและศูนย์รวมความบันเทิงทางชายฝั่งตะวันออก

        ในด้านการคมนาคมและโลจิสติกส์ รัฐอานธรประเทศมีถนนหนทางที่สะดวกสบาย มีทางหลวงสาย NH5 ที่เชื่อมต่อกับสนามบินเจนไน และขับรถได้ถึงเมืองกัลกัตตา มีท่าอากาศยานถึง 5 แห่งนอกเหนือจากสนามบินไฮเดอราบัด มีท่าเรือใหญ่ๆ ไม่ต่ำกว่า 9 แห่ง เฉพาะที่เมืองไวแซกก็มีท่าเรือขนาดใหญ่ถึง 3 แห่ง โดยท่าเรือวิสาขปัทนัมเป็นท่าเรือน้ำลึกที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอินเดีย ในแง่ของความสามารถในการรองรับการขนถ่ายสินค้า ในปี 2554-2555 มีการขนถ่ายสินค้าที่ท่าเรือนี้ 68 ล้านตัน และตั้งเพิ่มเป็น 110 ล้านตันในปี 2557 มีเส้นทางเดินเรือห่างจากท่าเรือสิงคโปร์ 1,573 กม. และห่างจากท่าเรือโคลัมโบ 849 กม. ซึ่งรัฐบาลอานธรประเทศมีโครงการลงทุนขนาดใหญ่มูลค่ากว่า 1.39 แสนล้านรูปี เพื่อพัฒนาศักยภาพของท่าเรือพาณิชย์ มีการเพิ่มความลึกของอ่าวทั้งส่วนด้านนอกและด้านใน พัฒนาและสร้างท่าเทียบเรือเพิ่มให้สามารถรองรับชนิดและปริมาณสินค้าที่จะเพิ่มขึ้น เตรียมการพัฒนา Container Terminal ปรับปรุงทางรถไฟและถนนหนทางที่เชื่อมต่อกับท่าเรือ ตลอดจนท่าจอดรถขนส่งพัฒนาโกดังสินค้า และห้องเย็น ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้วิสัยทัศน์ที่จะสร้างให้ท่าเรือของรัฐอานธรประเทศมีฐานะเป็น Multi-Model Logistic Humb

       นับเป็นความโชคดีที่เรามีเอกชนไทยรายใหญ่อย่างบริษัทในเครือซีพีนำทีมเปิดทางไปก่อน คงถึงเวลาแล้วที่ภาครัฐและภาคเอกชนไทยจะจัดทัพตบเท้าเข้ากระทบไหล่นายจันทรบาบู ไนดู พร้อมพูดคุยถึงศักยภาพความเป็นไปได้ที่เอกชนไทยจะเข้าไปร่วมลงทุนในรัฐนี้ ซึ่งมีโอกาสอีกหลายด้าน หากเริ่มกรุยทางตั้งแต่เนิ่นๆ ย่อมส่งถึงความร่วมมือที่ยั่งยืนต่อไป
3 ตุลาคม 2557
แหล่งข้อมูล: นางสาวสุทธิมา เสืองาม สถานกงสุงใหญ่ ณ เมืองเจนไน
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ