นักลงทุนลุ้นเลือกตั้ง "บราซิล" หวัง "ผู้นำใหม่" ฟื้นเศรษฐกิจ
นักลงทุนลุ้นเลือกตั้ง "บราซิล" หวัง "ผู้นำใหม่" ฟื้นเศรษฐกิจ
     ศึกชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีบราซิลที่จะมีขึ้นในเดือนนี้เป็นไปอย่างเข้มข้น และถูกจับตามองจากทั่วโลกเพราะอนาคตของเขตเศรษฐกิจอันดับหนึ่งของละตินอเมริกาที่กำลังย่ำแย่ จะเป็นไปในทิศทางใด ขึ้นอยู่กับการกุมบังเหียนของผู้นำคนต่อไป

     อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้พิเศษกว่าครั้งก่อนๆ คือ ตัวเต็ง 2 อันดับแรกล้วนเป็นผู้หญิง ฝ่ายหนึ่งเป็นประธานาธิบดีคนปัจจุบัน นางดิลมา รุสเซฟฟ์ จากพรรคคนงาน ที่คะแนนนิยมตกต่ำจากปัญหาเศรษฐกิจและข่าวฉาวคอร์รัปชั่น และอีกคนผู้สมัครจากพรรคสังคมนิยมบราซิล (BSP) นางมารินา ซิลวา ที่เพิ่งรณรงค์หาเสียงอย่างเป็นทางการช่วงกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาหลังนาย เอดูอาโดคอมโพส ตัวเลือกแรกของพรรค BSP ประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกเสียชีวิต

     จากผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดพบว่า การเลือกตั้งรอบแรกวันที่ 5 ตุลาคมนี้ ดิลมาจะได้รับคะแนนเสียงมากที่สุดตามมาด้วยซิลวา แต่คาดว่าจะไม่มีใครได้เสียงสนับสนุนเกิน 50% ทำให้ผู้สมัครที่ได้คะแนนสูงสุด 2 คนแรกต้องไปแข่งต่อรอบสองในวันที่ 26 ตุลาคม ซึ่งตามผลโพลชี้ว่า นางซิลวาจะเป็นผู้กำชัย

     แม้นางซิลวาจะถูกฝ่ายตรงข้ามโจมตีว่าขาดประสบการณ์ด้านการบริหาร โดยเคยดำรงเป็นรัฐมนตรีกระทรวงสิ่งแวดล้อมในสมัยอดีตประธานาธิบดี ลูอิส อินาซิโอลูลา ดา ซิลวา ซึ่งเป็นผู้นำก่อนหน้านางรุสเซฟฟ์ แต่นักลงทุนทั้งในและนอกประเทศเชื่อว่า นางซิลวาซึ่งเป็นนักการเมืองหัวปฏิรูป เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจของบราซิล


ยุครุ่งของผู้นำนักปฏิรูป

     ช่วง 2 ปีที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลจากชัยชนะของนักการเมืองหัวปฏิรูปที่มีต่อการลงทุน ตลาดหุ้น และการยอมรับจากต่างชาติ ตัวอย่างที่ชัดเจน ได้แก่ นายนเรนทรา โมดิ นายกรัฐมนตรีอินเดียจากพรรคบีเจพี ที่สามารถล้มพรรคคองเกรส ซึ่งครองทำเนียบนายกรัฐมนตรีมานานนับทศวรรษได้อย่างราบคาบ ชัยชนะของนายโมดิได้รับเสียงขานรับจากดัชนีตลาดหลักทรัพย์และบริษัทข้ามชาติที่เข้าไปทำธุรกิจในอินเดีย กระแสผู้นำนักปฏิรูปไม่ได้จำกัดเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนาเท่านั้น ที่ญี่ปุ่นการก้าวขึ้นสู่อำนาจเป็นครั้งที่สองของนายชินโสะ อาเบะ เมื่อปี 2555 ก็ส่งผลให้ดัชนีนิกเคอิพุ่งทะยาน นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ "อาเบะโนมิกส์" ยังเป็นความหวังจะช่วยผลักดันให้ญี่ปุ่นหลุดจากภาวะเงินฝืดนางซิลวาเองก็ชูนโยบายปราบคอร์รัปชั่น ความเป็นอิสระของธนาคารกลางและการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจแต่ นโยบายเชิงปฏิรูปเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่รับประกันถึงความสำเร็จ นักเศรษฐศาสตร์ชี้ว่าต้องอาศัยจังหวะเวลาที่ใช่และโชคช่วยด้วย

     บางประเทศมีการเลือกตั้งในช่วงที่วงจรเศรษฐกิจเอื้ออำนวยและประชาชนกำลังต้องการการเปลี่ยนแปลงหรือแรงกระตุ้นใหม่ๆ ขณะที่บางประเทศแม้อยู่ในวงจรเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับการปฏิรูป แต่เศรษฐกิจกลับสับสนวุ่นวายจนภาคธุรกิจและครัวเรือนต้องการความนิ่งมากกว่าจะรับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลง อาทิ ยุโรป ซึ่งผู้นำพยายามผลักดันการปฏิรูปหลายอย่าง แต่สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจกลับอ่อนแอเสียจน แทบไม่เห็นผลดีจากการปฏิรูปในระยะสั้น

     ประเทศที่อยู่ในสถานการณ์เหมาะสมที่สุดน่าจะเป็นอินเดีย ซึ่งกระแสความต้องการปฏิรูปผนึกกำลังกับจังหวะวงจรเศรษฐกิจอย่างลงตัว เช่นเดียวกับในเม็กซิโก ประธานาธิบดี เอนริเก พีนา นีโต ซึ่งชนะเลือกตั้งในปี 2555 ผลักดันการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างออกมาหลายมาตรการ พร้อมๆ กับได้รับอานิสงส์จากการฟิ้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ นายดิดิเยร์ เซนต์จอร์จส์ นักกลยุทธ์จากบริษัทบริหารสินทรัพย์คาร์มิกแนค เจสชั่นกล่าว


หายนะเศรษฐกิจบราซิล

     นักวิเคราะห์มองว่า เศรษฐกิจบราซิลอยู่ในภาวะ "ค่อนข้างหายนะ" โดยเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนเพิ่งถูกสถาบันจัดอันดับมูดีส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ปรับลดแนวโน้มจาก "มีเสถียรภาพ" เหลือ "เป็นลบ" และมีอันดับเครดิตที่ Baa2 เพียง 2 อันดับเหนือสถานะ "ขยะ" มูดีส์ยังเตือนด้วยว่า การเติบโตของบราซิลกำลัง "ลดลงอย่างต่เนื่อง" และมีสัญญาณน้อยมากขึ้นถึงการฟื้นตัวในระยะเวลาอันใกล้

     ขณะนี้เศรษฐกิจแดนแซมบ้าเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิคแล้ว หลังการเติบโตไตรมาสแรกของปีติดลบ 0.2% ตามมาด้วยการหดตัว 0.9% ในไตรมาสสอง ปัจจัยสำคัญที่ทำให้จีดีพีบราซิลดิ่งลงเป็นเพราะ การลงทุนภาคเอกชนทรุดลง 19.6% ส่วนการชะลอตัวภาคการผลิตรวมถึงก่อสร้างก็เป็นตัวฉุดการเติบโตในภาคอุตสาหกรรมการลงทุนที่ร่วงหนักสะท้อนถึงการขาดความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจต่อแนวโน้มเศรษฐกิจบราซิล โดยเฉพาะธุรกิจที่เผชิญกับการแทรกแซงราคาจากภาครัฐ ทำให้ขาดแรงจูงใจในการลงทุนเพิ่ม ประกอบกับความไม่แน่นอนของระบบภาษี ต้นทุนกู้ยืมที่สูง และอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งทะลุเป้าหมาย 6% ของธนาคารกลางบราซิล ล้วนเป็นปัญหาซ้ำเติมให้สถานการณ์เลวร้ายลงอีก


จับตาโค้งสุดท้าย

     แม้ในที่สุดนางซิลวาจะชนะเลือกตั้งอย่างที่นักลงทุนคาดหวัง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเศรษฐกิจบราซิลจะดีขึ้นในฉับพลัน เพราะยังต้องรอดูนโยบายเศรษฐกิจที่ชัดเจน รวมถึงขุนคลังที่นางซิลวาจะเลือกมาผลักดันการปฏิรูปเศรษฐกิจ แต่อย่างน้อยก็น่าจะเรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับมาได้ระดับหนึ่ง

     นายดีน นิวแมน หัวหน้าฝ่ายตลาดหุ้นตลาดเกิดใหม่ จากอินเวสโก เพอร์เพทชวล เชื่อว่า นางซิลวามีโอกาสชนะสูง เพราะได้รับแรงสนับสนุนจากกลุ่มคนชั้นกลาง ที่เบื่อหน่ายปัญหาคอร์รัปชั่นของรัฐบาลชุดปัจจุบัน กลุ่มชาวคริสเตียนเคร่งศาสนาซึ่งมีอิทธิพลอย่างมากในสังคมบราซิล และกลุ่มคนชั้นล่างที่ได้รับผลกระทบหนักจากเศรษฐกิจตกต่ำและผิดหวังจากคำสัญญาที่ทำไม่ได้จริงของนางรุสเซฟฟ์ที่ว่าการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกช่วงกลางปีที่ผ่านมาจะเป็นการยกเครื่องโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ ซึ่งจะช่วยให้คนยากจนทำมาหากินสะดวกขึ้น

     แต่ไม่ได้หมายความว่านางรุสเซฟฟ์ ไม่มีโอกาสพลิกกลับมาชนะในโค้งสุดท้าย เพราะอาจมีพลังเงียบออกมาลงคะแนนเสียงให้ผู้นำคนปัจจุบันคว้าชัยเป็นครั้งที่สองก็ได้

ขอบคุณรูปภาพจาก : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
10 ตุลาคม 2557
แหล่งข้อมูล: ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • เมื่อวันที่ 13 - 15 กันยายน 2562 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย ร่วมกับโรงแรม Kubitschek Plaza กรุงบราซิเลีย จัดงานเทศกาลอาหารไทย ณ ห้องอาหารของโรงแรมฯ โดยแม่ครัวประจำทำเนียบเอกอัครราชทูตฯ ได้ฝึกสอนเชฟของโรงแรมปรุงเมนูอาหารต่าง ๆ ที่ใช้จัดงานฯ งานดังกล่าวได้รับความสนใจจากบุคคลทั่วไปจำนวนมาก โดยมีการสำรองโต๊ะล่วงหน้าเต็มทั้งหมดก่อนหน้าการจัดงานฯ<br />
    <br />
    อนึ่ง การจัดงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมประชาสัมพันธ์อาหารไทยตามนโยบายครัวไทยสู่ครัวโลกของรัฐบาล
  • “ครัวไทยสู่ครัวโลก” ในอิกวาซู<br />
    <br />
    เมื่อวันที่ 16 - 17 สิงหาคม 2562 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย ร่วมกับโรงแรม Bourbon das Cataratas ในเมือง Foz do Iguaçu รัฐ Paraná ซึ่งเป็นเมืองที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวไปเยือนมากเป็นอันดับต้น ๆ ของบราซิล จัดงานเทศกาลอาหารไทย ณ ห้องอาหารของโรงแรมฯ โดยแม่ครัวประจำทำเนียบเอกอัครราชทูตฯ ได้ฝึกสอนเชฟของโรงแรมฯ ปรุงเมนูอาหารต่าง ๆ ที่ใช้จัดงานฯ อาทิ ต้มยำกุ้ง ผัดไทยเจ ปอเปี๊ยะทอด ลาบไก่ ยำวุ้นเส้น ไก่ผัดขิง พะแนงเนื้อ แกงเขียวหวาน และฟักทองแกงบวด ทั้งนี้ มีสื่อมวลชน ลูกค้าโรงแรม และบุคคลทั่วไปให้ความสนใจเข้าร่วมงานดังกล่าว<br />
    <br />
    อนึ่ง การดำเนินโครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมประชาสัมพันธ์อาหารไทยตามนโยบายครัวไทยสู่ครัวโลกของรัฐบาล
  • งานเทศกาลไทย 2562 ณ นครเซาเปาลู
  • เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย ร่วมกับสถาบันฝึกสอนวิชาชีพ (Senac) ในสังกัดสมาพันธ์การค้าแห่งรัฐรีโอเดจาเนโร จัดกิจกรรมฝึกสอนทำอาหารไทยแก่พ่อครัว/แม่ครัวที่เป็นคณาจารย์และนักเรียนของสถาบันฯ 2 รอบ รวมจำนวนกว่า 60 คน โดยเอกอัครราชทูตฯ ได้บรรยายเกร็ดความรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับอาหารไทย และแม่ครัวประจำทำเนียบเอกอัครราชทูตฯ ได้สาธิตการปรุงอาหารไทย 4 รายการ ได้แก่ ต้มยำกุ้ง ห่อหมกปลาแซลมอน ผัดไทยกุ้งสด และฟักทองแกงบวด ซึ่งสามารถหาเครื่องปรุง/วัตถุดิบได้ในพื้นที่ ทั้งนี้ การดำเนินโครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมประชาสัมพันธ์อาหารไทยตามนโยบายครัวไทยสู่ครัวโลกของรัฐบาล

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ