นักวิทย์ชี้พลังงานฟอซซิลต้องหมดไปในปี 2643

สำนักข่าวบีบีซีรายงานจากกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ว่า จากการโต้เถียงระหว่างกลุ่มนักวิทยาศาสตร์และตัวแทนรัฐบาลจากประเทศต่างๆ ในการประชุมเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่กรุงโคเปนเฮเกน เมื่อสัปดาห์ก่อน คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ไอพีซีซี) ได้สรุปรายงานออกมาเมื่อวันอาทิตย์ โดยมีเป้าหมายเพื่อเรียกร้องและกระตุ้นให้กลุ่มการเมืองที่เกี่ยวข้อง เห็นความรุนแรงของผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และผลักดันให้เกิดสนธิสัญญาระดับโลกฉบับใหม่ที่ว่าด้วยการแก้ใขปัญหาดังกล่าวภายในปี 2558
รายงานระบุว่า การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง โดยกระบวนการผลิตไฟฟ้าทั่วโลกต้องเปลี่ยนมาใช้แหล่งพลังงานที่ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับต่ำ และเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนจากปัจจุบันร้อยละ 30 เป็นร้อยละ 80 ให้ได้ภายในปี 2593 ไม่เช่นนั้นแล้ว โลกจะต้องเผชิญกับความเสียหายที่รุนแรง ยากจะแก้ไข ซึ่งกระจายไปทั่วทุกหัวระแหง
นอกจากนี้ ในแผนการรับมือระยะยาว รายงานยังเสนอแนะว่า การผลิตพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอซซิลหรือเชื้อเพลิงดึกดำบรรพ์ โดยไม่ใช้เทคโนโลยีการกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (ซีซีเอส) ควรหมดไปภายในปี 2643 ด้านนายบัน คี-มูน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวว่า ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่วิทยาศาสตร์ช่วยให้เราเข้าใจได้ในวันนี้ แสดงให้เห็นความรุนแรงที่ชัดเจนอย่างไม่ต้องสงสัย บรรดาผู้นำและผู้มีอำนาจของแต่ละประเทศ ควรตื่นตัวและเร่งมือหาทางจัดการกับปัญหานี้ เพราะเวลาไม่เคยคอยใคร การลงมือแก้ปัญหาอาจเป็นการลงทุนราคาแพง แต่หากไม่ทำอะไรเสียตั้งแต่วันนี้ การสูญเสียที่เกิดขึ้นจะมหาศาลยิ่งกว่า
ขอบคุณรูปภาพจาก : เดลินิวส์ออนไลน์
4 พฤศจิกายน 2557
แหล่งข้อมูล:
เดลินิวส์ออนไลน์
โดย:
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
เดนมาร์ก, ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
