EU ปรับเพิ่มค่า Fluoride ในสาร Calcium propionate ที่อนุญาตให้ใช้ในอาหาร
EU ปรับเพิ่มค่า Fluoride ในสาร Calcium propionate ที่อนุญาตให้ใช้ในอาหาร
         เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2557 สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Regulation (EU) No 966/2014 of 12 September 2014 amending Annex to Regulation (EU) No 231/2012 laying down specifications for food additives listed in Annexes II and III to Regulation (EC) No 1333/2008 of the European Parliament and of the Council as regards specifications for calcium propionate ใน EU Official Journal L 272/1 ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

         1. กฎระเบียบใหม่นี้เป็นการแก้ไข Annex II และ Annex III ของ Regulation (EC) No 1333/2008 ซึ่งเป็นบัญชีรายชื่อวัตถุเจือปนอาหาร (food additives) กลุ่มที่มีคุณสมบัติเชิงเทคนิค (technical function) การแก้ไขในครั้งนี้ สืบเนื่องจากการที่มีผู้ประกอบการใน EU ยื่นคำร้องเมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๕๖ ขออนุญาตใช้ Calcium propionate (E 282) ในสัดส่วนที่มี Fluoride เจือปนมากกว่าในระดับ ๑๐ มิลลิกรัม/กิโลกรัม ซึ่งเป็นระดับที่ EU กำหนดไว้ในปัจจุบัน เนื่องจากสาร Calcium propionate (E 282) ผลิตด้วย Calcium oxide (E 529) ที่มีค่าสูงสุดของ Fluoride ในระดับ ๕๐ มิลลิกรัม/กิโลกรัม ดังนั้น หากผู้ผลิตต้องปฎิบัติตามข้อกำหนดว่าไม่ให้มี fluoride เจือปนมากกว่า ๑๐ มิลลิกรัม/กิโลกรัม ผู้ผลิตก็จำเป็นต้องสรรหา Calcium oxide (E 529) ที่มีค่า Fluoride น้อยกว่าหรือเท่ากับ ๓๓ มิลลิกรัม/กิโลกรัม จึงจะได้สาร Calcium propionate (E 282) ที่มีค่า Fluoride ในระดับ ๑๐ มิลลิกรัม/กิโลกรัม ตามที่ EU กำหนด ซึ่งข้อจำกัดในเรื่องนี้ได้สร้างความยุ่งยากให้แก่ผู้ผลิตในการสรรหาวัตถุดิบ ในการผลิตเป็นอย่างมาก

         2. ในการนี้ หน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหารประจำสหภาพยุโรป (European Food Safety Authority : EFSA) จึงเห็นควรอนุญาตให้ Calcium propionate (E 282)* สามารถมี Fluoride เจือปนเพิ่มขึ้น ได้ในระดับ ๒๐ มิลลิกรัม/กิโลกรัม เนื่องจากพิจารณาแล้วว่า จะไม่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค เพราะระดับ Fluoride ยัง คงอยู่ในปริมาณที่ต่ำกว่าในวัตถุเจือปนอาหารชนิดอื่นๆ

         3. กฎระเบียบดังกล่าวจะมีผลตามกฎหมาย ๒๐ วันหลังวันที่มีการประกาศลงใน EU Official Journal แล้วเป็นต้นไป (ประกาศ ณ วันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๕๗) สำหรับรายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าวนี้สามารถศึกษา เพิ่มเติมได้จากเวปไซต์ดังต่อไปนี้ http://eur-lex.europa.eu/legal-content/EN/TXT/PDF/?uri=CELEX:32014R0966&from=EN


*** สาร Calcium propionate (E 282) เป็นวัตถุเจือปนอาหารที่มีคุณสมบัติในการช่วยถนอมอาหาร สามารถป้องกันการ เจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรียบางชนิดได้ นิยมใช้เป็นวัตถุกันเสียในผลิตภัณฑ์อาหารหลายชนิด
8 ธันวาคม 2557
โดย: สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ