ไม่นานมานี้ Reuters เผยแพร่ข่าวเรื่อง “Denmark to join shale gas quest in Europe” เพื่อรายงานความคืบหน้าของการสำรวจก๊าซธรรมชาติในชั้นหินดินดาน (shale gas) ของเดนมาร์ก ซึ่งถือเป็นแหล่งพลังงานใหม่ของโลกที่หากพัฒนาสำเร็จ จะสามารถเป็นพลังงานที่มีบทบาทไม่แพ้ “น้ำมัน” เลยทีเดียว
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคเปนเฮเกน เห็นว่า รายงานดังกล่าวมีประโยชน์ต่อผู้ประกอบการไทยสาขาพลังงานที่สนใจจะเข้าไปลงทุนในดินแดนโคนมแห่งนี้ จึงส่งต่อข้อมูลมาเผยแพร่ผ่านศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กระทรวงการต่างประเทศ
ในปี พ.ศ. 2553 (ค.ศ. 2010) เดนมาร์กได้อนุญาตให้บริษัท Total บริษัทด้านพลังงานสัญชาติฝรั่งเศส และกองทุน North Sea สำรวจน้ำมันและก๊าซในภาคตะวันเฉียงเหนือของเดนมาร์กซึ่งมีชั้นหินดินดานอยู่ลึกลงไปประมาณ 4,000 เมตร โดยในช่วงปลายฤดูร้อนของปีนี้ บริษัท Total และกองกทุน North Sea มีแผนที่จะสำรวจบ่อก๊าซธรรมชาติร่วมกัน
นักวิชาการในยุโรป อาทิ เดนมาร์ก อังกฤษ สเปน โปแลนด์ และโรมาเนียเห็นตรงกันว่า shale gas จะสนองความต้องการพลังงานในอนาคตได้ โดยเฉพาะอังกฤษและโปแลนด์ต่างผลักดันการพัฒนา shale gas อย่างแข็งขัน เพราะมองว่าก๊าซชนิดนี้จะเป็นอีกแหล่งพลังงานของประเทศ และจะช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าก๊าซจากประเทศผู้ส่งออกรายใหญ่อย่างรัสเซียได้
ถึงแม้ว่าประชาชนส่วนใหญ่ของเดนมาร์กสนับสนุนการอนุญาตให้บริษัทเข้ามาขุดเจาะ shale gas ในครั้งนี้ และเชื่อว่า shale gas จะเป็นพลังงานในอนาคตของประเทศ แต่ในทางกลับกัน ประชาชน 1 ใน 4 ของประเทศกลับไม่เห็นด้วยกับแผนการดังกล่าว
นอกจากนั้น หลายภาคส่วนต่างความกังวลต่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะเกรงว่าการขุดเจาะโดยใช้กรรมวิธีแบบ Hydraulic Fracturing อาจทำให้น้ำบาดาลปนเปื้อนได้ ในขณะเดียวกัน Greenpeace ได้ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า การขุดเจาะ shale gas เป็นการขัดต่อแผนงานของรัฐบาลที่ตั้งเป้าจะยกเลิกการใช้พลังฟอสซิลภายในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) โดย นาย Tarjei Haaland (ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพภูมิอากาศและพลังงานของ Greenpeace) มองว่า รัฐบาลจัดอภิปรายสาธารณะเกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการขุดเจาะ shale gas น้อยเกินไป ซึ่งจะทำให้ประชาชนไม่ทราบถึงผลกระทบเท่าที่ควร
แหล่งข้อมูล:
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคเปนเฮเกน
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
http://www.thaibiz.net/th/news/16950/217/
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
