ไอร์แลนด์เริ่มชำระหนี้คืนไอเอ็มเอฟ
ไอร์แลนด์เริ่มชำระหนี้คืนไอเอ็มเอฟ
     รัฐบาลไอร์แลนด์เริ่มชำระหนี้คืนก้อนแรก 9 พันล้านยูโรแก่ไอเอ็มเอฟ ซึ่งเป็นการใช้หนี้ก่อนถึงกำหนดหลายปี และแสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศ

     สำนักข่าวเอพีรายงานจากกรุงดับลิน สาธารณรัฐไอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ว่า รัฐบาลไอร์แลนด์ชำระหนี้เงินกู้ ตามโครงการกอบกู้เศรษฐกิจ จำนวน 9,000 ล้านยูโร (ประมาณ 362,987 ล้านบาท) คืนแก่ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ซึ่งเป็นการจ่ายหนี้ก่อนถึงกำหนดหลายปี ทำให้ประหยัดค่าดอกเบี้ยได้เป็นจำนวนมาก และแสดงให้เห็นถึงเศรษฐกิจของไอร์แลนด์ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง หลังต้องขอรับความช่วยเหลือจากสหภาพยุโรป (อียู) และไอเอ็มเอฟ

     นายไมเคิล นูแนน รัฐมนตรีคลังไอร์แลนด์ กล่าวขอบคุณหลายประเทศสมาชิกของอียู ที่อนุญาตให้ไอร์แลนด์ชำระหนี้ก่อนถึงกำหนด ซึ่งจะต้องได้รับการอนุมัติเป็นพิเศษจากประเทศสมาชิกอื่นๆ ของอียู

     ไอร์แลนด์ได้รับเงิน 67,500 ล้านยูโร จากอียูและไอเอ็มเอฟ ในปี 2553 เพื่อพยุงฐานะเศรษฐกิจของประเทศจนถึงปี 2556 ในปีนี้ไอร์แลนด์ของกู้เงินเพิ่ม ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าเดิม ทำให้ดอกเบี้ยที่ต้องชำระแก่ไอเอ็มเอฟอยู่ที่ประมาณร้อยละ 5 นายนูแนน กล่าวว่า การชำระหนี้คืนงวดนี้ ซึ่งเท่ากับ 1 ใน 5 ของเงินกู้ทั้งหมดจาก ไอเอ็มเอฟ จะช่วยให้ไอร์แลนด์ประหยัดเิงนค่าดอกเบี้ยได้ 750 ล้านยูโร (30,263 ล้านบาท) และไอร์แลนด์มีแผนชำระหนี้คืน ไอเอ็มเอฟ อีก 9,000 ล้านยูโร ช่วงต้นปี 2558


ขอบคุณรูปภาพจาก : เดลินิวส์ออนไลน์
19 ธันวาคม 2557
แหล่งข้อมูล: เดลินิวส์ออนไลน์
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ