'ไทย-จีน' ผนึกกำลังเดินเรือท่องเที่ยวแม่น้ำโขง

หลังนักท่องเที่ยวไทย-จีนให้ความนิยมเพิ่มขึ้น กลุ่ม"เจียน เย่ว ฮั่น หยุน" ลงทุนต่อเรือเพิ่ม 2 ลำๆละ 35 ล้านบาท ขณะที่"กลุ่มแม่โขงเดลต้า"เปิดตัวเรือกาสะลองคำ 2 รองรับนักเที่ยวกลุ่มอนุุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง-กลุ่มอาเซียน ด้านหอการค้าสิบสองปันนา ระบุพร้อมเป็นเมืองท่องเที่ยวทั้งทางบก-ทางน้ำ มีห้องพักรองรับได้มากกว่า 10,000 ห้อง
นายหม่า จง ประธานกรรมการ บริษัทเจียน เย่ว ฮั่น หยุน จำกัด เปิดเผยว่า ได้ดำเนินธุรกิจเดินเรือขนส่งสินค้าเส้นทางระหว่างสิบสองปันนา สาธารณรัฐประชาชนจีนมายังอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงรายมาก่อน และมีเรือสำราญท่องเที่ยวขนาด 600 ที่นั่ง จำนวน 1 ลำ ต่อมาพบว่า มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวจีนให้ความสนใจในการเดินทางเส้นทางทางน้ำเพิ่มขึ้น จึงได้ให้บริการเดินเรือ เพื่อการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น โดยตลอด 2 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีอัตราการขยายตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงเล็งเห็นว่าน่าจะเป็นโอกาสในการที่จะพัฒนาให้การท่องเที่ยวในแม่น้ำโขงมีความน่าสนใจเพิ่มยิ่งขึ้น เพราะถือว่าเป็นเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ที่มีทั้งความเป็นธรรมชาติ และวิถีชีวิตของเพื่อนบ้านในกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง
ขณะนี้ได้อยู่ระหว่างการเจรจากับทางกลุ่มแม่โขงเดลต้า ซึ่งเป็นผู้ประกอบการเดินเรือสัญชาติไทย เพื่อการท่องเที่ยวในแม่น้ำโขงรายเดียว โดยขอเป็นพันธมิตรในการเปิดตลาดเดินเรือท่องเที่ยวในแม่น้ำโขงร่วมกัน เพื่อช่วยกันในการพัฒนาให้การท่องเที่ยวทางแม่น้ำโขงเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยสามารถที่จะเดินทางได้ทุกวันเช่นเดียวกับการคมนาคมทางบก และทางอากาศ จากปัจจุบันนี้ยังต้องกำหนดการเดินทางแบบเช่าเหมาลำ และขณะนี้กำลังต่อเรือเพิ่มอีก 2 ลำๆละ 99 ที่นั่ง มูลค่าการลงทุนลำละ 35 ล้านบาท เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวจีนที่กำลังนิยมเดินทางท่องเที่ยวทางแม่น้ำโขงเพิ่มขึ้น คาดว่าน่าจะดำเนินการได้ภายในปี 2558 และตั้งเป้าหมายจะกำหนดตารางเดินเรือให้ได้ตลอดทั้งปี
"ในช่วงที่่ผ่านมามีเอกชนจีนเดินเรือท่องเที่ยวในแม่น้ำโขง แต่ก็เป็นเส้นทางระยะสั้น จะมีเพียงแต่บริษัทแม่โขงเดลต้า ทราเวล เอเจนซี่ จำกัด เอกชนไทยรายเดียวที่เปิดเดินเรือท่องเที่ยวเส้นทางระยะยาว และใช้เวลาเดินทางเพียง 7 ชั่วโมง ขณะที่ทางรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ร่วมกับ 3 ประเทศ ตั้งทีมลาดตระเวณความปลอดภัยในแม่น้ำโขง และติดตั้งกล้องซี ซีทีวีในจุดที่สำคัญตลอดเส้นทาง ทำให้การเดินเรือในแม่น้ำโขงไม่ใช่พื้นที่สนธยาอีกต่อไป และกำลังจะถูกเปลี่ยนโฉมเป็นเส้นทางท่องเที่ยวรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งปัจจุบันจะพบว่าภาครัฐ และภาคเอกชนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง มีความตื่นตัวในการพัฒนาการเดินเรือ เพื่อการท่องเที่ยวในแม่น้ำโขง และร่วมมือกันกำหนดกฎระเบียบที่เอื้อต่อการพัฒนาให้มากที่สุด" นายหม่า จง กล่าว
นายยาน ฮั่น รองประธานหอการค้าสิบสองปันนา สาธารณรัฐประชาชนจีน กล่าวว่า รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน ให้ความสำคัญในการเปิดน่านน้ำโขงมาโดยตลอด ที่ผ่านมาได้แก้ไขปัญหาให้การเดินเรือให้มีอุปสรรคน้อยที่สุด จึงจะเห็นได้ว่าว่าปัจจุบันนี้ไม่เพียงแต่มีเรือขนส่งสินค้าแล้ว ยังมีเรือเพื่อการท่องเที่ยว เข้าไปเพิ่มสีสันในแม่น้ำโขงด้วย และเมืองท่าท่าสำคัญอย่างสิบสองปันนาได้เตรียมความเป็นเมืองท่องเที่ยวเชื่อมต่อจากประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งทางบก และทางน้ำโขง ด้วยการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ และสร้างโรงแรมทั้งระดับ3 ดาวจนถึง5 ดาวรองรับไม่ต่ำกว่า 10,000 ห้อง และมีความเป็นไปได้ที่จำนวนห้องพักจะเพิ่มขึ้นอีกในอนาคตอันใกล้นี้
ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นกลุ่มลูกค้าหลักที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในสิบสองปันนา รองลงมาเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า ความร่วมมือในการพัฒนาแม่น้ำโขงคงไม่ได้จำกัดอยู่ที่การค้า เพราะต่อไปจะมีการพัฒนาต่อเนื่องไปยังอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวด้วย โดยเชื่อว่าจะมีการเดินทาง เพื่อการท่องเที่ยวทางเรือผ่านแม่น้ำโขงเพิ่มขึ้น ซึ่งจะให้ในอนาคตธุรกิจการเดินเรือในแม่น้ำโขง ผ่านน่านน้ำของไทย, เมียนมา, สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และสาธารณรัฐประชาชนจีน มีแนวโน้มจะคึกคักขึ้น และส่งผลให้บรรยากาศริมฝั่งแม่น้ำโขงในเมืองท่าเรือที่สำคัญ มีโอกาสเติบโตไปตามการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว
"แม่น้ำโขงถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่แต่ละประเทศ ต่างไม่มองข้ามที่จะใช้ประโยชน์จากแม่น้ำโขงให้เกิดความคุ้มค่าในเชิงเศรษฐกิจให้มากที่สุดในยุคการค้าไร้พรมแดน ซึ่งต่อไปไม่เพียงแต่การค้าจะเติบโตแบบก้าวกระโดด ในด้านของการท่องเที่ยวทางน้ำโขงก็จะขยายตัวไม่แพ้กัน เพราะเป็นเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ที่มีภาครัฐและภาคเอกชนในประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงให้ความสำคัญ และเปิดประตูเชื่อมต่อเมื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน" นายยาน ฮั่น กล่าว
นางสาวผกายมาศ เวียร์ร่า ประธานกรรมการ บริษัทแม่โขงเดลต้าทราเวล เอเจนซี่ จำกัด กล่าวว่า ท่าเรือจิ่งหง สาธารณรัฐประชาชนจีน ถือได้ว่าเป็นต้นทางในการคมนาคมทางน้ำโขง เพื่อเชื่อมโยงไปสู่เมียนมา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ก่อนเข้าสู่ประเทศไทยที่จังหวัดเชียงราย โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินธุรกิจเดินเรือเพื่อการท่องเที่ยวมาหลายปีแล้ว ล่าสุด ได้ว่าจ้างให้อู่ต่อเรือที่เมืองจูไห่ ต่อเรือกาสะลองคำ 2 เป็นเรือสัญชาติไทย ลำที่ 3 ขนาด 116 ที่นั่ง และเดินทางออกจากท่าเรือจิ่งหงของสิบสองปันนา สาธารณรัฐประชาชนจีน กลับมายังอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย นับเป็นการเปิดตัวเรือลำใหม่ที่จะเข้าประจำการฝูงเรือที่มีอยู่แล้ว 2 ลำ เพื่อให้บริการในเส้นทางระหว่างอำเภอเชียงแสนไปยังสิบสองปันนา และอำเภอเชียงแสนไปยังหลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาชนลาว
ปัจจุบันนี้การใช้ประโยชน์ในแม่น้ำโขงเส้นทางจากสิบสองปันนา มายังอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ตลอดระยะทาง 263 กิโลเมตร ส่วนใหญ่เป็นการเดินเรือ เพื่อการขนส่งสินค้าเป็นหลัก ของเรือสัญชาติลาว และสัญชาติจีนที่มีประมาณ 700 ลำ แต่การเดินเรือเพื่อการท่องเที่ยวแบบครบวงจร จะมีเพียงเรือสัญชาติไทยเพียงรายเดียวเท่านั้น จึงถือเป็นโอกาสในการจะพัฒนาให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง และประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
ขอบคุณรูปภาพจาก : www.l3nr.org
19 มกราคม 2558
แหล่งข้อมูล:
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
โดย:
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
