7ใน10เมืองเอเชียติดโผค่าเช่าออฟฟิศแพงสุด ลอนดอนครองแชมป์ 251ดอลล์/ตารางฟุต
7ใน10เมืองเอเชียติดโผค่าเช่าออฟฟิศแพงสุด ลอนดอนครองแชมป์ 251ดอลล์/ตารางฟุต
     บริษัท CBRE ดูแลด้านอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของโลก เผยรายงานการจัดอันดับราคาค่าเช่าพื้นที่เพื่อตั้งสำนักงานทั่วโลกในช่วงไตรมาสแรกของปี 2558 ว่า ย่านเวสต์เอนด์ของกรุงลอนดอน เป็นพื้นที่ที่มีค่าเช่าแพงที่สุดในโลก มีราคาค่าเช่าเฉลี่ยราว 273.63 ดอลลาร์ต่อตารางฟุต

     ตามมาด้วยย่านใจกลางนครฮ่องกง ราคา 251 ดอลลาร์ต่อตารางฟุต ทั้งนี้ พบว่า มีเพียง 2 เมืองเท่านั้น ที่มีราคาค่าเช่าต่อตารางฟุตเกิน 200 ดอลลาร์

     อันดับ 3 ได้แก่ ถนนสายธุรกิจกรุงปักกิ่งที่ราคา 198 ดอลลาร์ต่อตารางฟุต

     อันดับ 4 ย่านศูนย์กลางธุรกิจกรุงปักกิ่ง 189 ดอลลาร์ต่อตารางฟุต 5. กรุงมอสโก 165 ดอลลาร์ต่อตารางฟุต 6. กรุงนิวเดลี (158 ดอลลาร์ต่อตารางฟุต)

     7. ย่านเวสต์เกาลูนของฮ่องกง 153 ดอลลาร์ต่อตารางฟุต 8.ใจกลางกรุงลอนดอน 152 ดอลลาร์ต่อตารางฟุต 9.ย่านมารุโนะอุจิ โอเตมาจิ ของกรุงโตเกียว 136 ดอลลาร์ต่อตารางฟุต และ อันดับ 10 ย่านปูดงของนครเซี่ยงไฮ้ 127 ดอลลาร์ต่อตารางฟุต

     เวิลด์ พร็อพเพอร์ตี้ เจอร์นัลด์ ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงทางด้านราคาดังกล่าวสะท้อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในหลายพื้นที่ทั่วโลก โดยเมื่อมองในภาพรวมราคาค่าเช่าสำนักงานขยายตัว 2.5% ซึ่งหลักๆ แล้วได้รับอานิสงส์จากการขยายตัวของตลาดในสหรัฐ ซึ่งโตถึง 4.1% และตลาดในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกที่ขยายตัว 2.8% ขณะที่กว่าครึ่งของตลาดที่มีการสำรวจขยายตัวเพียง 1%

     ด้าน นายริชาร์ด บาร์กแฮม เศรษฐกรอาวุโสจาก CBRE เสริมว่า "เราคาดหวังการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลดีต่อการจ้างงาน และการเช่าพื้นที่สำนักงานที่เพิ่มมากขึ้นในระยะกลาง และเชื่อว่าราคาค่าเช่าน่าจะขยับขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ ปัจจัยที่จะเข้ามามีส่วนสำคัญยังได้แก่ เทคโนโลยี ความเท่าเทียม และความยืดหยุ่นในการประกอบธุรกิจ ซึ่งภาคธุรกิจเลือกที่จะพิจารณาก่อนจัดตั้งสำนักงาน"

     ทั้งนี้ CBRE ได้เข้าไปสำรวจราคาอสังหาริมทรัพย์ในกว่า 126 ประเทศ และได้จัดอันดับค่าเช่าสำนักงานที่มีราคาแพงที่สุดในโลก 50 อันดับ โดยมีตัวแทนจากภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกที่ติดโผ 20 แห่ง ยุโรปและตะวันออกกลาง 20 เขต และสหรัฐอีก 10 เขต

     ขณะที่ในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งครองพื้นที่ถึง 7 อันดับในท็อป 10 ชาร์ตนั้น เวิลด์ พร็อพเพอร์ตี้ เจอร์นัลด์วิเคราะห์ว่า ตลาดในพื้นที่ดังกล่าวได้รับแรงผลักดันจากบริษัทข้ามชาติที่เข้ามาตั้งสำนักงานในภูมิภาค และบริษัทด้านเทคโนโลยีโทรคมนาคมและสื่อสารมวลชนที่ขยายตัว


ขอบคุณรูปภาพจาก : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ที่มา : คอลัมน์ รอบโลกน่ารู้
20 มกราคม 2558
แหล่งข้อมูล: ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ