อินเดียทุ่มขยายฐานลงทุนธุรกิจสิ่งทอในไทย หวังต่อยอดส่งออกในอาเซียน
อินเดียทุ่มขยายฐานลงทุนธุรกิจสิ่งทอในไทย หวังต่อยอดส่งออกในอาเซียน
        นายสมศักดิ์ ศรีสุภรวาณิชย์ รองประธานสหพันธ์อุตสาหกรรมสิ่งทอแห่งประเทศไทย กล่าวถึงภาพอุตสาหกรรมสิ่งทอไทยในปี 2558 ภายหลังเปิดการประชุม Global Textile Congress ร่วมกับผู้ประกอบการอินเดีย ว่า แนวโน้มการขยายตัวของอุตสาหกรรมสิ่งทอไทยทิศทางดีขึ้น จากปี 2556 และ 2557 ที่มีอัตราการเติบโตคงที่ 8% หรือมีมูลค่าประมาณ 250,000 ล้านบาท

        ปัจจัยสำคัญที่จะสนับสนุนให้ธุรกิจสิ่งทอปีนี้ สามารถขยายการเติบโตได้ มาจากนักธุรกิจจากประเทศอินเดีย ซึ่งเดิมมีฐานการผลิตอยู่ในไทย ได้เข้ามาขยายลงทุนเพิ่มเติม ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมไฟเบอร์ หรือเส้นใยประดิษฐ์ ที่ยังต้องพึ่งวัตถุดิบต้นน้ำจากไทยแทบทั้งสิ้น

        นอกจากนี้ การสนับสนุนจากภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อย่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จะเป็นตัวช่วยขับเคลื่อนให้ผู้ประกอบการมีโอกาสขยายการลงทุนเพิ่ม

        "นักลงทุนอินเดียมองว่าไทยยังคงเป็นศูนย์กลางอาเซียนที่จะสามารถต่อยอดขยายการลงทุนไปยังประเทศอื่น ๆ ได้อีก เนื่องจากไทยมีอุตสาหกรรมสิ่งทอที่ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ จึงนับได้ว่ามีวัตถุดิบครบถ้วนในกระบวนการผลิต"

        อย่างไรก็ตาม การถูกตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) จากสหภาพยุโรป ส่งผลให้สิ่งทอไทยต้อง เสียภาษีเพิ่มขึ้นเป็น 2-5% ขณะที่ประเทศคู่แข่งสำคัญของไทย เช่น อินเดีย เวียดนาม และปากีสถานยังไม่ถูกตัดสิทธิดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงภาวะการแข่งขันรุนแรง ผู้ประกอบการไทยจึงจำเป็นต้องปรับตัวด้วยการลงทุนด้านเทคโนโลยีเพิ่มเติม เพื่อทดแทนแรงงานคน

         ด้านนายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า อุตสาหกรรมสิ่งทอไทยยังมีความแข็งแกร่ง แต่ยังต้องพึ่งพานักลงทุนจากอินเดียในการให้องค์ความรู้และเรียนรู้วิธีการด้านเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพิ่มแก่ผู้ประกอบการไทย

         ปัจจุบันไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกที่สำคัญ โดยเฉพาะญี่ปุ่นที่ใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกสินค้าไปยังเวียดนาม รวมถึงประเทศที่มีแบรนด์สินค้าของญี่ปุ่นจำหน่ายอยู่ ส่วนการเปิดประชาคมเศรษฐกิจ (AEC) ปลายปีนี้ ยังคงเชื่อว่าไม่ส่งผลกระทบต่อการแข่งขันของไทยในอุตสาหกรรมสิ่งทอ เนื่องจากคุณภาพสินค้าและความพร้อมด้านต่าง ๆ จะทำให้ไทยยังเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียน
16 กุมภาพันธ์ 2558
แหล่งข้อมูล: ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ