ธุรกิจโรงแรมไทยสยายปีก บุกปักธงตลาดยุโรปและอเมริกาใต้
ธุรกิจโรงแรมไทยสยายปีก บุกปักธงตลาดยุโรปและอเมริกาใต้
      นอกจากบริษัทไทยขนาดใหญ่ที่สามารถครองตลาดในประเทศมาอย่างช้านานแล้ว ปัจจุบันหลายบริษัทได้เริ่มบุกตลาดในต่างประเทศ ทั้งการเข้าไปร่วมทุนกับบริษัทท้องถิ่น และการเข้าไปซื้อกิจการซึ่งที่ผ่านมา เห็นได้ชัดว่าบริษัทที่มีศักยภาพของไทยกำลังไปได้สวยกับการขยายตลาดในต่างแดน

      ที่ผ่านมา บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ หรือ TUF เข้าไปซื้อกิจการจากบริษัท MW Bands ของฝรั่งเศสซึ่งมีโรงงานผลิตปลากระป๋องที่เมือง Peniche ของโปรตุเกส และล่าสุด  บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT (บริษัทไทยที่ประกอบธุรกิจโรงแรม ธุรกิจร้านอาหาร และธุรกิจจำหน่ายสินค้าแฟชั่นระดับสากล) ลงทุนซื้อกิจการในเครือโรงแรม Tivoli ซึ่งถือเป็นเครือโรงแรมที่เก่าแก่แห่งหนึ่งของโปรตุเกสที่ก่อตั้งมาแล้วกว่า 82 ปี ตั้งแต่ ปีค.ศ. 1933 และโรงแรมในเครือส่วนใหญ่อยู่ในระดับ 4 ดาว และ 5 ดาว

      MINT มีแผนจะเข้าซื้อกิจการในเครือโรงแรม Tivoli ทั้งในทวีปยุโรปและอเมริกาใต้ มีมูลค่าการลงทุนรวม 168 ล้านยูโร โดยโรงแรมทั้งหมดยังคงดำเนินกิจการภายใต้ แบรนด์ Tivoli และ The Tivoli Collection ซึ่งทั้งสองแบรนด์นี้อยู่ภายใต้กลุ่ม Tivoli Hotels & Resorts โดยการลงทุนของ MINT แบ่งเป็น

      (1) เครือโรงแรม Tivoli ในบราซิล 2 แห่ง (ประมาณ 500 ห้อง) ได้แก่ โรงแรม Tivoli Sao Paulo Mofarrej (นครเซาเปาลูซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและเป็นเมืองที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของบราซิล) โรงแรม Tivoli EcoResort Praia do Forte (เมืองซัลวาดอร์) รวมทั้งซื้อแบรนด์ Tivoli Hotels & Resorts
  
      (2) เครือโรงแรม Tivoli ในโปรตุเกส 4 แห่ง (ประมาณ 1,100 ห้อง) ได้แก่ โรงแรม Tivoli Lisboa (กรุงลิสบอน) รวมทั้งในเขตอัลการ์ฟอีก 3 แห่งประกอบด้วย โรงแรม Tivoli Marina Vilamoura โรงแรม Tivoli Marina Portimao และ โรงแรม Tivoli Carvoeiro

      ไม่เพียงแต่การเข้าซื้อกิจกาจโรงแรม  MINT มีแผนที่จะนำแบรนด์สปาของไทย “Anantara” เข้าไปเปิดให้บริการในโรงแรมอีกด้วย

       โอกาสการค้าและการลงทุนในต่างประเทศยังมีอยู่อีกมาก อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการไทยควรศึกษาตัวอย่างการดำเนินธุรกิจของบริษัทไทยที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว เพื่อเป็นแนวทางในการบุกตลาดต่อไป


ขอบคุณรูปภาพจาก :  www.booking.com


19 กุมภาพันธ์ 2558
แหล่งข้อมูล: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลิสบอน
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ