
เป็นที่ทราบกันดีว่า นครเฉิงตูมีพัฒนาการเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดด เป็นศูนย์กลางแฟชั่น และเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดอันดับ 1 ของจีนประจำปี 2557 ตามการจัดอันดับของ ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย โดยพิจารณาจากสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ ระบบนิเวศ ทรัพยากรน้ำดื่มน้ำใช้ สภาวะมลพิษทางอากาศ การจัดสรรแหล่งทิ้งขยะมูลฝอย และมลพิษทางเสียงในเมือง เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม การเป็นเมืองที่ประสบความสำเร็จนั้น มิใช่เน้นเพียงแต่การพัฒนาทางเศรษฐกิจเพียงด้านเดียว หากแต่ต้องรวมไปถึงมาตรการรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย โดยการพัฒนาระบบนิเวศให้มีแหล่งน้ำที่สะอาด อากาศที่บริสุทธิ์ เพื่อสร้างความชุ่มชื่นสบายใจให้แก่ผู้อาศัยในเมือง
โดยนครเฉิงตูได้จับมือกับเมืองต่างๆ ในมณฑลเสฉวนอีก 8 แห่ง ได้แก่ เมืองเต๋อหยาง เมืองเหมียนหยาง เมืองสุ้ยหนิง เมืองเล่อซาน เมืองหย่าอัน เมืองเหมยซานและเมืองจือหยาง ร่วมกันวางแผนโครงการพัฒนาสิ่งแวดล้อมทั้งระบบ เพื่อก้าวสู่การเป็น “เมืองสีเขียว” และนำไปสู่การพัฒนาและอนุรักษ์สภาพแวดล้อมภายในเมืองอย่างยั่งยืน
เมืองทั้ง 8 แห่งดังกล่าวที่ร่วมมือกับนครเฉิงตู ล้วนเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่และมีการพัฒนาทางเศรษฐกิจลำดับต้นๆ ของมณฑลเสฉวน โดยประชากรของทั้ง 8 เมืองรวมกันคิดเป็นสัดส่วน 40% ของประชากรทั้งมณฑลฯ และมีตัวเลขเศรษฐกิจคิดเป็น 60% ของทั้งมณฑลฯ

สำหรับ “มาตรการรักษาสิ่งแวดล้อม” ประกอบด้วย การรักษาพื้นที่ป่าธรรมชาติ การรักษาแหล่งน้ำดื่มน้ำใช้ การบำบัดน้ำที่ปนเปื้อนมลพิษ และการป้องกันมลพิษทางอากาศในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วทุกมุมเมือง
โดยเฉพาะการรักษาแหล่งน้ำดื่มน้ำใช้ที่สะอาด ซึ่งนับว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยนครเฉิงตูและเมืองเต่อหยางได้ออกมาตรการบังคับใช้อย่างเข้มงวดมากมายในการรักษาแหล่งน้ำฯ และวิธีการรักษาแหล่งน้ำอย่างมีคุณภาพ ได้แก่ 1) มีกระบวนการตรวจสอบอย่างเข้มงวดก่อนอนุญาตให้ตั้งโรงงานใหม่บริเวณแหล่งน้ำ 2) การสั่งปิดหรือสั่งย้ายโรงงานที่ปล่อยของเสียออกจากพื้นที่ลงในแหล่งน้ำ 3) คิดค้นนวัตกรรมวิธีการบำบัดน้ำเสียเพื่อนำกลับไปใช้ได้อีกครั้ง และ 4) สร้างสิ่งปลูกสร้างที่ช่วยควบคุมมลพิษ
และในปีที่ผ่านมา นครเฉิงตูยังได้ดำเนินโครงการบำบัดน้ำเสียให้แก่แม่น้ำในบริเวณตัวเมืองและรอบๆ นครเฉิงตู รวมแล้วกว่า 133 โครงการ อีกทั้งยังดำเนินโครงการตรวจสอบคุณภาพของแหล่งน้ำที่สำคัญของเมืองต่างๆ อาทิ เมืองเหมียนหยาง เมืองเหมยซานและเมืองหย่าอัน เป็นต้น
ความสำเร็จของโครงการรักษาแหล่งน้ำในนครเฉิงตูและเมืองต่างๆ ในมณฑลเสฉวน อาจเป็นตัวอย่างให้แก่เมืองอื่นๆ เช่น ในกรณีของนครเซี่ยงไฮ้ที่ตั้งอยู่ที่ปากแม่น้ำแยงซีเกียง ซึ่งต้องประสบปัญหาน้ำเสียมาเป็นเวลาหลายปี เจ้าหน้าที่ของเมืองประสบความล้มเหลวในการหามาตรการป้องกันและบำบัดน้ำเสียตั้งแต่ต้นน้ำ เนื่องจากน้ำโดนสารปนเปื้อนตั้งแต่ก่อนไหลมาถึงนครเซี่ยงไฮ้แล้ว ซึ่งวิธีการแก้ปัญหา ก็คือน้ำจะต้องเข้าสู่กระบวนการบำบัดต่างๆ อย่างจริงจังก่อนมาถึงนครเซี่ยงไฮ้ ด้วยเหตุนี้มองว่า การร่วมมือกันระหว่างเมืองต่างๆ เพื่อป้องกันและบำบัดน้ำเสีย อาจเป็นทางออกที่เหมาะสมสำหรับนครเซี่ยงไฮ้และเมืองบริเวณโดยรอบได้
นอกเหนือจากการรักษาแหล่งน้ำดื่มน้ำใช้แล้ว นครเฉิงตูยังได้ร่วมมือกับเมืองต่างๆ ในมณฑลเสฉวนในการลดปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะปัญหาควันไฟที่มาจากการเผาฟาง โดยภาครัฐของเมืองต่างๆ ได้ออกมาตรการสั่งห้ามการเผาฟางในทุกพื้นที่ พร้อมกับส่งหน่วยลาดตระเวนออกนอกพื้นที่ตรวจสอบและจัดการกับผู้ที่ละเมิดกฏหมาย ตลอดจน มีการส่งเสริมให้ใช้ฟางที่สามารถย่อยสลายได้และไม่เป็นภัยต่อสภาพแวดล้อม เพื่อลดปัญหาอื่นๆ ที่จะตามมาในภายหลัง
จากมาตรการรักษาสิ่งแวดล้อมข้างต้น ทำให้นครเฉิงตูประสบความสำเร็จในการก้าวขึ้นเป็น “เมืองสีเขียว” ส่งผลให้คุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ได้รับการยกระดับอย่างรอบด้าน ไม่เฉพาะแต่ด้านเศรษฐกิจ
นับว่าเป็นการพัฒนาเมืองที่สมบูรณ์ และควรนำไปเป็นแบบอย่างในการพัฒนาพื้นที่อื่นๆ เป็นอย่างมาก และมีความเป็นไปได้ว่า การพัฒนาเมืองที่ควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อมของนครเฉิงตู จะช่วยยกระดับนครเฉิงตูให้เป็นเมืองที่น่าอยู่และน่าลงทุน สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาขึ้นสู่ความเป็นสากลของนครเฉิงตู
เขียนโดย นายธรรมชาติ กรีอักษร นักศึกษาฝึกงานมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เรียบเรียงโดย นายธวัช มหิตพงษ์ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน นครเฉิงตู
วันที่ 8 กรกฎาคม 2557
แหล่งที่มา: Shanghai Daily ฉบับวันที่ 14 มิถุนายน 2557
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=466&ELEMENT_ID=14556
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
