
แม้ว่าเศรษฐกิจภาพรวมของจีนจะอยู่ในช่วงชะลอตัว แต่ยอดการนำเข้าและส่งออกของนครเฉิงตูกลับพุ่งสูงขึ้นถึง 137,030 ล้านหยวนในช่วงห้าเดือนแรกของปี 2557 คิดเป็นสัดส่วนกว่า 80% ของยอดการนำเข้าและส่งออกทั้งหมดของมณฑลเสฉวน ซึ่งมีปริมาณสูงสุดเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ในมณฑลเสฉวน
ปัจจุบัน นครเฉิงตูกลายเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการค้าระหว่างประเทศของมณฑลฯ ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยถึง 6.3% ต่อปี เจ้าหน้าที่ข้อมูลกรมศุลกากรนครเฉิงตู กล่าวว่า “ยอดการค้าขายกับต่างประเทศของมณฑลเสฉวนส่วนใหญ่มาจากนครเฉิงตู เมืองเต๋อหยางและเมืองเหมียนหยางเป็นหลัก โดยนครเฉิงตูมีตัวเลขนำมาเป็นอันดับหนึ่ง”
อนึ่ง ในไตรมาสแรกปี 2557 วิสาหกิจต่างชาติในมณฑลเสฉวนมียอดมูลค่าการนำเข้าและส่งออกอยู่ที่ 62,980 ล้านหยวน ซึ่งช่วยให้ตัวเลขการค้าระหว่างประเทศของมณฑลฯ เพิ่มขึ้นกว่า 3.7% ในขณะที่วิสาหกิจของจีนได้นำเข้าและส่งออกสินค้าเป็นมูลค่ากว่า 53,200 พันล้านหยวน คิดเป็นสัดส่วนการนำเข้าและส่งออกถึง 7.4% ของทั้งมณฑล ฯ ข้อมูลข้างต้นแสดงให้เห็นว่า วิสาหกิจต่างชาติมีอัตราการเติบโตที่สูงกว่าวิสาหกิจจีน แต่ถึงยังไง วิสาหกิจจีนก็ยังคงเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนภาคการค้าระหว่างประเทศของมณฑลเสฉวน
เดินหน้าผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคง
รัฐบาลนครเฉิงตูได้มีมาตรการหลัก 22 ข้อเพื่อเร่งการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย.57 ซึ่งมาตรการดังกล่าวได้มีการจัดลำดับความสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเน้นไปที่ความต่อเนื่องและความมั่นคงของการเจริญเติบโตเป็นสำคัญ
เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรนครเฉิงตู กล่าวว่า การเสริมจุดแข็งทางเศรษฐกิจโดยเพิ่มปริมาณการลงทุนนั้นมีความสำคัญที่เท่าเทียมกับการกระตุ้นให้คนท้องถิ่นบริโภคและใช้จ่าย ดังนั้น นอกจากการส่งเสริมการลงทุนแล้ว นครเฉิงตูยังวางแผนจะใช้พื้นที่ของลานกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า ในการจัดกิจกรรมและงานแสดงสินค้าเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวในท้องถิ่นและกระตุ้นให้ชาวท้องถิ่นใช้จ่ายเพิ่มขึ้นด้วย
นอกจากนี้ รัฐบาลนครเฉิงตูจะปรับบทบาทเป็นผู้สร้างและขยายตลาด พร้อมการให้บริการอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกัน นครเฉิงตูยังต้องการยกระดับภาคอุตสาหกรรม โดยรัฐบาลพยายามที่จะเพิ่มบทบาทในการปรับสมดุลของการลงทุน การบริโภค และการส่งออกควบคู่ไปกับการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว
เฉิงตูเตรียมผันตัวสู่ศูนย์กลางแห่งการบริการ
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นครเฉิงตูเป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตลอดจนเป็นที่ตั้งของบริษัท 500 อันดับที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกจำนวนมาก (สิ้นสุดปี 2556 มีจำนวนทั้งสิ้น 252 บริษัท) และจากสถิติในปี 2552 นครเฉิงตูเป็นหนึ่งในเมืองอันดับต้นๆ ของจีนที่นักธุรกิจจากสหรัฐฯ เลือกเข้ามาลงทุน ปัจจุบัน มีบริษัทสัญชาติอเมริกันกว่า 1,400 แห่งตั้งอยู่ในนครเฉิงตูและกำลังดำเนินโครงการลงทุนจำนวนมาก เช่น บริษัทเดล (DELL) บริษัทอินเทล (Intel) และบริษัทซิสโก้ (Cisco) เป็นต้น
นายสือ เจิ้งเสียน รองผู้จัดการฝ่ายขายสายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ภูมิภาคแปซิฟิกและแอตแลนติก กล่าวว่า “ประเทศจีนกำลังเป็นที่ชื่นชอบจากชาวสหรัฐฯ มากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะภูมิภาคตะวันตกที่มีนครเฉิงตูเป็นศูนย์กลางการพัฒนาทางเศรษฐกิจ อีกทั้งนครเฉิงตูมีวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และอาหารที่ดึงดูดชาวสหรัฐฯ เป็นอย่างมาก ทำให้เมืองแห่งนี้กลายเป็นตัวเลือกอันดับแรก ของนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวชาวสหรัฐฯ”
นายสือ เจิ้งเสียน กล่าวเสริมว่า “หลังจากที่บริษัทได้ทำการสำรวจและประเมินผลตลาดผู้บริโภคชาวจีนและสหรัฐฯ เป็นเวลากว่า 5 ปี พบว่า นครเฉิงตูมีโอกาสการเติบโตทางธุรกิจที่สดใส และมีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์จำนวนมาก บริษัทฯ จึงได้ตัดสินใจเลือกนครเฉิงตูเป็นสถานีปลายทางของเส้นทางการบินใหม่ ในขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ก็ยังคงเป็นดินแดนที่ทุกคนปรารถนาอยากไปเยี่ยมชมและสัมผัส ทำให้สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจีน โดยเฉพาะชาวนครเฉิงตูให้เดินทางไปท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากเช่นกัน”
ด้วยเหตุนี้ สายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ จึงได้เปิดให้บริการเที่ยวบินตรงระหว่างนครเฉิงตูและเมืองซานฟรานซิสโกเมื่อวันที่ 11 มิ.ย.57 ที่ผ่านมา เพื่อตอบสนองต่อความต้องการเดินทางที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลอดจน สายการบินเส้นใหม่นี้ยังช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางลงให้เหลือเพียง 14 ชั่วโมงอีกด้วย
หลังจากสายการบินเส้นดังกล่าวได้เปิดให้บริการ ปรากฏว่าผลตอบรับดีอย่างเกินคาด บริการเที่ยวบินแรกจากเมืองซานฟรานซิสโกสู่นครเฉิงตูและเที่ยวกลับมีผู้โดยสารจองที่นั่งเต็มลำเป็นที่เรียบร้อย โดย เส้นทางการบินซานฟรานซิสโก-นครเฉิงตูมีอัตราการจองที่นั่งสูงที่สุดเมื่อเทียบกับเส้นทางการบินอื่นๆ ทั้ง 13 สายที่บินมายังเมืองต่างๆของจีนในช่วงเดือน ก.ค.ถึงเดือน ส.ค.57
จากข้อมูลของสถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯ ณ นครเฉิงตูระบุว่า ในปี 2556 มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางไปยังสหรัฐฯ กว่า 1,300,000 คน เพิ่มขึ้นเฉลี่ยกว่า 32% ต่อปี
“นครเฉิงตูและเมืองซานฟรานซิสโกถือเป็นศูนย์กลางการบินในภาคตะวันตกของทั้งสองประเทศ ผมเชื่อว่าเส้นทางการบินสายใหม่นี้จะนำไปสู่การแลกเปลี่ยนด้านการขนส่ง การค้า และวัฒนธรรม อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคตอย่างแน่นอน” นายสือ เจิ้งเสียนฯ กล่าว
ปัจจุบัน นครเฉิงตูมีบริษัทสายการบินที่เปิดให้บริการทั้งในและระหว่างประเทศจำนวนทั้งสิ้น 73 บริษัท โดยในปี 2556 ท่าอากาศยานนานาชาติซวงหลิวนครเฉิงตู รองรับนักท่องเที่ยวมากถึง 33,440,000 รายและจัดเป็นศูนย์กลางการบินที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 4 ของจีน รองจากกรุงปักกิ่ง นครเซี่ยงไฮ้และนครกว่างโจว
นอกจากการพัฒนาด้านการคมนาคมทางอากาศ นครเฉิงตูยังได้ปรับปรุงการคมนาคมระบบราง โดยได้เปิดให้บริการเส้นทางรถไฟเชื่อมต่อระหว่างนครเฉิงตูและทวีปยุโรป เพื่อเพิ่มอัตราการนำเข้า-ส่งออกสินค้าพร้อมกับการแลกเปลี่ยนทางด้านวัฒนธรรม
รถไฟสายนครเฉิงตู-เมืองลอดซ์ โปแลนด์(蓉欧快铁)ได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย.56 เป็นต้นมา โดยกรมศุลกากรนครเฉิงตู เผยว่า สิ้นสุดเดือน พ.ค.57 เส้นทางโลจิสติกส์ดังกล่าว ได้มีการขนส่งสินค้าจากนครเฉิงตูสู่ยูโรปไปแล้วทั้งสิ้น 48 เที่ยว จำนวนทั้งสิ้น 3,704 ตู้คอน เทนเนอร์ โดยสินค้ามีน้ำหนักรวมกันกว่า 90,473,000 ตัน ซึ่งมียอดมูลค่ารวมกว่า 170 ล้านเหรียญสหรัฐ
สำหรับสินค้าขนส่งที่สำคัญได้แก่ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักรกล อะไหล่รถยนต์ และเสื้อผ้า โดยสินค้าส่งออกเหล่านี้มาจากบริษัทกว่า 110 แห่งที่ตั้งอยู่ในนครเฉิงตู นครฉงชิ่ง มณฑลเจ้อเจียง มณฑลกวางตุ้ง และมณฑลฝูเจี้ยน
ขบวนรถไฟขนส่งสินค้าดังกล่าว มีจุดเริ่มต้นจากสถานีชิงไป่เจียงนครเฉิงตู มุ่งหน้าสู่เมืองอาลาซานโข่ว มณฑลซินเจียงเพื่อออกนอกประเทศ จากนั้นเดินทางผ่านประเทศคาซัคสถาน รัสเซีย เบลารุส และสิ้นสุดที่สถานีปลายทางเมืองลอดซ์ โปแลนด์ รวมระยะทางทั้งสิ้น 9,826 กม.ใช้ระยะเวลาการขนส่งเพียง 12 วัน ซึ่งเมื่อขบวนรถไฟดังกล่าวมาถึงสถานีเมืองลอดซ์ และภายใน 1-3 วันก็จะทำการขนถ่ายสินค้า “เมดอินไชน่า” เพื่อส่งต่อไปยังหลายประเทศปลายทางในกลุ่มยุโรปโดยระบบรางต่อไป
ตัวแทนจากกรมพาณิชย์ของเขตชิงไป่เจียง นครเฉิงตูกล่าวว่า “การพัฒนาเส้นทางขนส่งระบบรางดังกล่าว จะช่วยส่งเสริมให้ภูมิภาคตะวันตกของจีนมีโอกาสได้ติดต่อกับทวีปยุโรปมากขึ้น และยังสามารถกระตุ้นยอดนำเข้า-ส่งออกของทั้งสองฝ่ายได้อีกด้วย”
การพัฒนาทั้งด้านการคมนาคมทางอากาศและเส้นทางการขนส่งระบบรางของนครเฉิงตู สามารถสะท้อนให้เห็นถึงการเดินหน้าเพื่อบรรลุเป้าหมายของการเป็นศูนย์กลางการบริการแห่งภูมิภาคจีนตะวันตกให้ได้ภายในปี 2563 นอกจากนี้ นครเฉิงตูเตรียมออกนโยบายในอีกหลายๆด้าน เพื่อผลักดันและส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมภาคบริการในท้องถิ่นให้มีประสิทธิภาพและตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นสากล เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมั่นคงและต่อเนื่องในอนาคต
เขียนโดย นายธรรมชาติ กรีอักษร
เรียบเรียงโดย นายธวัช มหิตพงษ์
วันที่ 10 กรกฎาคม 2557
แหล่งที่มา นสพ.
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=441&ELEMENT_ID=14602
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
