กว่างซีทวงบัลลังก์ “เส้นทางสายไหมทางทะเล” งัดจุดแข็งใกล้ “อาเซียน”
กว่างซีทวงบัลลังก์ “เส้นทางสายไหมทางทะเล” งัดจุดแข็งใกล้ “อาเซียน”

สำนักข่าวซินหัวเขตฯ กว่างซีจ้วง : ผู้นำกว่างซีเผยแนวนโยบายพัฒนา เส้นทางสายไหมทางทะเลแห่งศตวรรษที่ 21 (Maritime Silk Road of the 21st Century) ซึ่งกำลังเป็นกระแสในมิติการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศจีน โดยเน้น อาเซียน เป็นศูนย์กลาง

รัฐบาลของมณฑลที่ตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่งทะเลทางภาคตะวันออกจรดทางใต้ได้เร่งดำเนินนโยบายต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมแนวคิดดังกล่าวและผลักดันให้มณฑลของตนก้าวขึ้นเป็น ประตู ของเส้นทางสายไหมทางทะเลฯ รวมถึงเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง

ในอดีตกาล เส้นทางสายไหมทางทะเล หมายถึง เส้นทางเดินเรือสำเภาที่พ่อค้าชาวจีนใช้เดินทางไปค้าขายกับต่างประเทศ โดยมีท่าเรือหลัก คือ ท่าเรือเมืองหนิงโปของมณฑลเจ้อเจียง ท่าเรือเมืองเฉวียนโจวของมณฑลฝูเจี้ยน และท่าเรือนครกว่างโจวของมณฑลกวางตุ้ง

สำหรับเขตฯ กว่างซีจ้วง นับย้อนไป 2,000 กว่าปีก่อนในสมัยราชวงศ์ฮั่น พื้นที่เหอผู่นับเป็นหนึ่งในท่าเรือต้นทางของเส้นทางสายไหมทางทะเลที่ใช้ค้าขายกับพื้นที่เอเชียอาคเนย์ *พื้นที่เหอผู่ คือ อำเภอเหอผู่ (Hepu County, 合浦县) ของเมืองเป๋ยไห่ (Beihai City, 北海市) ในปัจจุบัน

กว่างซีได้รับการกำหนดตำแหน่งเป็น ประตูสู่อาเซียน (Gateway to ASEAN) ของประเทศจีน เพราะมีจุดแข็งด้านทำเลที่ตั้งติดอาเซียน ทั้งทางบก (เวียดนาม) และทางทะเล (อ่าวเป่ยปู้ หรือที่คนไทยรู้จักชื่อ อ่าวตังเกี๋ย)

จากบริบทข้างต้น ทางการกว่างซีได้กำหนดแนวนโยบายรองรับยุทธศาสตร์การพัฒนาเส้นทางสายไหมทางทะเลแห่งศตวรรษที่ 21

ในงานแถลงข่าวที่จัดขึ้น ณ สำนักงานสารนิเทศประจำคณะมนตรีจีน ณ กรุงปักกิ่ง นายจาง เสี่ยว ชิน (Zhang Xiao Qin, 张晓钦) รองประธานเขตฯ กว่างซีจ้วง (เทียบเท่ารองผู้ว่าการมณฑล) ได้แถลงถึงแนวทางการทำงานของกว่างซี เพื่อพัฒนาบทบาทและจุดแข็งของกว่างซีบนยุทธศาสตร์เส้นทางสายไหมทางทะเลฯ ดังนี้

หนึ่ง พัฒนาโครงข่าย ความเชื่อมโยง (Connectivity) ด้านระบบโครงสร้างพื้นฐานกับชาติสมาชิกอาเซียน เพื่อบูรณาการความเชื่อมโยงแบบมีมิติระหว่างจีนกับอาเซียนทั้งทางบก ทะเล อากาศ

ทางท่าเรือ (กลไกความร่วมมือระหว่างเมืองท่าเรือจีนกับอาเซียน เร่งเชื่อมโยงเมืองท่า 47 ท่าในอาเซียน) ทางถนน ทางราง (กรอบระเบียบเศรษฐกิจหนานหนิง-สิงคโปร์ และการเชื่อมโยงเส้นทางพื้นที่จีนตอนใน พื้นที่ PPRD กับภูมิภาคแหลมอินโดจีน) ทางอากาศ และทางเส้นใยแก้ว

สอง พัฒนากลุ่มนิคมอุตสาหกรรมเลียบท่าเรือ โดยอาศัยรูปแบบ นิคมคู่แฝด ระหว่างประเทศคู่ภาคี เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการลงทุนและพัฒนาห่่วงโซ่อุทานข้ามชาติ (Supply Chain)

ผลงานที่ได้ดำเนินการแล้ว อาทิ นิคมอุตสาหกรรมจีน(ชินโจว)-มาเลเซีย และนิคมคู่แฝดในเมืองกวนตันของมาเลเซีย ซึ่งถือเป็นรูปแบบความร่วมมือทางเศรษฐกิจข้ามชาติ เขตความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้าจีน-อินโดนีเซีย  พื้นที่เขตสาธิตเกษตรสมัยใหม่จีน-กัมพูชา

นอกจากนี้ ทางการกว่างซีกำลังผลักดันโครงการความร่วมมืออีกหลายโครงการ อาทิ เขตความร่วมมือทางเศรษฐกิจข้ามชาติจีน-เวียดนาม (ในเมืองผิงเสียง และเมืองตงซิงของกว่างซี) และฐานสาธิตเมล็ดพันธุ์และกล้าพันธุ์จีน-ลาว

สาม พัฒนาศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์ และระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce)

ทางการกว่างซีกำลังพัฒนาศูนย์การค้าสินค้าจีน-อาเซียน การสร้างตลาดสินค้าเฉพาะขนาดใหญ่และนิคมโลจิสติกส์ โดยพัฒนาร่วมกับระบบ E-Commerce

ยกตัวอย่างเช่น เครือบริษัท Alibaba (เว็บไซต์บริการผู้ประกอบการอาเซียน และการลงทุนธุรกิจไปรษณีย์ในสิงคโปร์) บริษัท China Unicom (เปิดเว็บไซต์ B2B) เว็บไซต์ Baidu (การลงทุนศูนย์วิจัยและพัฒนาด้านภาษาเอเชียในสิงคโปร์) และเว็บไซต์อื่นๆ

สี่ พัฒนาเขตทดลองการปฏิรูปภาคการเงินแบบบูรณาการในพื้นที่ชายแดน ซึ่งเป็นกลไกความร่วมมืออย่างเสรีด้านการเงินสมัยใหม่

ปีที่แล้ว (ปี 56) ธนาคารประชาชนจีน (People Bank of China, 中国人民银行) และหน่วยงานรัฐบาลกลางรวม 11 หน่วยงานได้ร่วมอนุมัติให้กว่างซีสร้าง เขตนำร่องการปฏิรูปการเงินตามแนวชายแดน” โดยเน้นนวัตกรรมทางการเงินระหว่างประเทศ การพัฒนาตลาดทุนแบบหลายมิติ

การสนับสนุนให้สถาบันการเงินในอาเซียนนำเงินหยวนในต่างประเทศเข้าลงทุนในเขตนำร่องฯ ผ่านระบบการให้สินเชื่อ และสนับสนุนให้สถาบันการเงินจีนออกพันธบัตรเงินหยวนในประเทศสมาชิกอาเซียน

การผลักดันการพัฒนาระบบการชำระบัญชีแบบครบวงจรระหว่างจีนกับอาเซียน และการจัดตั้งศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์จีน-อาเซียน

ห้า พัฒนากลไกการแลกเปลี่ยนด้านมนุษยวิทยา ครอบคลุมด้านการศึกษา วัฒนธรรม  การท่องเที่ยว วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ฯลฯ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนสองฝ่าย

ปัจจุบัน นักศึกษาจากอาเซียนที่ศึกษาอยู่ในกว่างซีมีจำนวนเกือบหมื่นคน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 5 ของทั้งประเทศ และเป็นส่วนหนึ่งของแผนการแลกเปลี่ยนนักศึกษาฝ่ายละ 1 แสนคนของจีนกับอาเซียน

ปัจจุบัน กว่างซีกับอาเซียนมีการลงนามสถาปนาความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องแล้ว 38 คู่ (กับจังหวัดของไทย 8 คู่) ซึ่งจะช่วยพัฒนาต่อยอดสู่การจัดตั้ง กลุ่มความร่วมมือเมืองมิตรภาพ ระหว่างจีนกับอาเซียน การพัฒนาความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวทางทะเล การจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเชิงวัฒนธรรมพื้นบ้าน และการส่งเสริมความสัมพันธ์อันใกล้ชิดภาคประชาชน

 


ลิงค์ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- กว่างซีจีบชาติอาซียนร่วมพัฒนา เส้นทางสายไหมทางทะเล(21 พ.ค. 2557)
- Pan Beibu-Gulf มีมติร่วมสร้าง เส้นทางสายไหมทางทะเลแห่งศตวรรษที่ 21” (16 พ.ค. 2557)

1 สิงหาคม 2557
แหล่งข้อมูล: เว็บไซต์ http://www.xinhuanet.com/ (广西新华网) ประจำวันที่ 22 กรกฎาคม 2557
โดย: น.ส.ภิรมณ ประพฤติประยูร นิสิตฝึกงาน คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / เรียบเรียงโดย นายกฤษณะ สุกันตพงศ์

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ