
- รัฐบาลประกาศ “นโยบายจัดสรรพื้นที่พัฒนาและกรรมสิทธิ์การใช้น้ำ” ใน 7 มณฑล เริ่มตุลาคมนี้
- แนวคิด “ตลาดซื้อขายกรรมสิทธิ์การใช้น้ำ” เป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการจัดการน้ำรวมไปถึงตลาดซื้อขายกรรมสิทธิ์การใช้น้ำ
- “เพิ่มปริมาณการนำเข้าสินค้าเกษตรเพื่อลดปริมาณการใช้น้ำเพาะปลูก” อีกหนึ่งทางเลือกที่รัฐบาลกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการดำเนินการ

“7 มณฑลนำร่องกรรมสิทธิ์การใช้น้ำ" ถือเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการจัดการน้ำรวมไปถึงตลาดซื้อขายกรรมสิทธิ์ซึ่ง ทั้ง 7 มณฑลจะได้เรียนรู้สิทธิ์ในการจัดสรรน้ำรวมถึงวิธีการขึ้นทะเบียนสิทธิ์ใช้งานน้ำโดยจะครอบคลุมถึงการใช้น้ำรวมไปถึงวิธีส่งเสริมการประหยัดและอนุรักษ์น้ำที่ถือว่าสำคัญมากเช่นกัน” นายฉี ปินเฉียง อธิบดีสนง.จัดการและดูแลน้ำ กรมทรัพยากรน้ำกล่าว
อนึ่ง พื้นที่นำร่องในการจัดการน้ำของจีนจะต้องมีเอกสารการขึ้นทะเบียนแหล่งที่มาของน้ำพร้อมทั้งเอกสารยืนยันสิทธิ์การเข้าจัดการน้ำ,หลักฐานหรือเอกสารการซื้อขายสิทธิ์การโอน โดยเอกสารและข้อกำหนดดังกล่าวจะเริ่มทดลองใช้ในพื้นที่นำร่องเดือนตุลาคมนี้
การผลักดันนโยบาย “จัดสรรพื้นที่พัฒนาและกรรมสิทธิ์การใช้น้ำ”ของรัฐบาลเป็นอีกหนึ่งภารกิจ “เร่งด่วน”ในการแก้ไขปัญหาทรัพยากรน้ำของประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ตอนเหนือของประเทศที่ประสบปัญหาแล้งจัด ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและภาคเกษตรกรรมในท้องถิ่น ข้อมูลจาก sina.com ยังได้กล่าวถึงการบอกเล่าจากนายมู่ กวงเฟิงผ.อ.สนง.ประเมินผลกระทบจากสิ่งแวดล้อม กรมป้องกันสิ่งแวดล้อมถึงความเป็นไปได้ในการนำเข้าธัญญาหารประเภทต่างๆเพื่อลดการสูญเสียน้ำจากการเพาะปลูก ในปี2012 จีนมีอัตราการสูญเสียน้ำในการเพาะปลูกพืชเฉลี่ยต่อปีคิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 63 จากปริมาณการสิ้นเปลืองน้ำทั้งหมดของประเทศ(ราว 324,450 ล้านลูกบาศก์เมตร)
โดยสัดส่วนน้ำต่อประชากรจีนคิดเป็นร้อยละ 25 หรือแค่ 1 ใน 4 ของค่าเฉลี่ยมาตรฐานโลก ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขในอัตราค่อนข้างต่ำ ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงพยายามหาทางลดการศูนย์เสียน้ำโดยไม่จำเป็น ซึ่งหลายหน่วยงานต่างลงความเห็นว่าการเพิ่มปริมาณการนำเข้าสินค้าหลักจำพวก ข้าว,ธัญพืช(โดยเฉพาะถั่วเหลืองและข้าวโพด) จะช่วยลดการใช้น้ำในการเพาะปลูกและกักเก็บเป็นแหล่งน้ำจืดสำรองเพื่อใช้ในการบริโภคภายในประเทศได้
ตรงกับความเห็นของผ.อ.สนง.ประเมินผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมที่นอกเหนือจากการมีปริมาณน้ำสำรองไว้ใช้ในการบริโภคแล้ว การเพิ่มจำนวนโควตานำเข้าพืชผลทางการเกษตรที่สำคัญยังมีส่วนช่วยฟื้นฟูสภาพระบบนิเวศน์โดยรอบโดยเฉพาะในพื้นที่ผลิตถ่านหินให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้นอีกด้วย(ไม่ต้องดึงน้ำใต้ดินขึ้นมาใช้) นอกจากนี้ผ.อ.สนง.ประเมินผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมยังกล่าวว่า เพราะพลังงานยังคงเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญในประเทศและยากที่จะหาหรือนำเข้าวัตถุดิบทดแทนได้เป็นจำนวนมากจากต่างประเทศ
บทส่งท้าย
ปัจจุบันประเทศจีนหันมาใส่ใจต่อแนวทางการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆโดยคำนึงถึงผลในระยะยาวเป็นหลัก นโยบายการซื้อขายกรรมสิทธิ์การใช้น้ำก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นการใช้กลไกทางการตลาดเพื่อบริการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามนโยบายของจีนที่เน้นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมากขึ้น
แนวคิดการนำเข้าพืชผลทางการเกษตร เป็นอีกหนึ่งหนทางในการช่วยลดการใช้น้ำอย่างสิ้นเปลืองในภาคเกษตรกรรม ซึ่งหากรัฐบาลมีมติให้ปรับขึ้นปริมาณการนำเข้าสินค้าเกษตรมากขึ้นก็ถือเป็นโอกาสของสินค้าเกษตรไทยที่มีโอกาสแข่งขันในตลาดจีนมากขึ้นโดยเฉพาะข้าวที่ถือเป็นสินค้าส่งออกหลักของไทย
ข้อมูลเพิ่มเติม
1. http://english.sina.com/china/p/2014/0728/722636.html
2. http://www.chinairn.com/news/20140730/165310263.shtml
3. รายงานผลการบริโภคน้ำประจำปี 2012 http://www.mwr.gov.cn/zwzc/hygb/szygb/qgszygb/201405/t20140513_560838.html
4. https://in.news.yahoo.com/china-roll-seven-pilot-markets-trading-water-rights-092105234.html
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=444&ELEMENT_ID=14628
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
