กว่างซี-กวางตุ้ง “ฟันธง” เทรนด์การลงทุน “แบน” อุตสาหกรรมทำลายสิ่งแวดล้อม
กว่างซี-กวางตุ้ง “ฟันธง” เทรนด์การลงทุน “แบน” อุตสาหกรรมทำลายสิ่งแวดล้อม

เว็บไซต์ข่าวกว่างซี : อุตสาหกรรมที่เข้าข่ายสิ้นเปลืองพลังงาน สร้างมลพิษสูง และมีกำลังการผลิตส่วนเกิน หมดสิทธิ์ เข้าลงทุนในเขตส่งเสริมการลงทุนแห่งใหม่ระหว่างกว่างซี-กวางตุ้ง

เมื่อไม่นานมานี้ รัฐบาลกลางเห็นชอบในหลักการอนุมัติให้ แผนพัฒนาแถบเศรษฐกิจแม่น้ำเพิร์ล-แม่น้ำซีเจียง (Pearl River-Xi River Economic Belt, 珠江西江经济带) ยกระดับขึ้นเป็นยุทธศาสตร์แห่งชาติ

การได้รับการยกระดับขึ้นเป็นยุทธศาสตร์แห่งชาติมีนัยสำคัญว่า พื้นที่ดังกล่าวจะได้รับการสนับสนุนด้านต่าง ๆ เป็นพิเศษจากส่วนกลาง โดยเฉพาะการสนับสนุนด้านเงินงบประมาณเพื่อการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน รวมทั้งการสนับสนุนเชิงนโยบายอื่นๆ ที่จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่พื้นที่มากยิ่งขึ้น

เขตนำร่องความร่วมมือพิเศษกวางตุ้ง-กว่างซี(Guangdong and Guangxi Special Cooperation Experimental Zones, 粤桂特别合作试验区) เป็นหนึ่งในกรอบความร่วมมือย่อยที่อยู่ภายใต้แผนพัฒนาดังกล่าว

รัฐบาลของทั้งสองมณฑลได้กำหนดพื้นที่เขตนำร่องฯ บริเวณจุดเชื่อมต่อระหว่างเมืองจ้าวชิ่ง (Zhaoqing City, 肇庆市) ของมณฑลกวางตุ้งกับเมืองอู๋โจว (Wuzhou City, 梧州市) ของเขตฯ กว่างซีจ้วง ซึ่งต่างฝ่ายต่างจัดสรรพื้นที่ 50 ตร.กม. (รวม 100 ตร.กม.) เพื่อพัฒนาเป็นเขตนำร่องดังกล่าว

เขตนำร่องแห่งนี้ได้รับการกำหนดให้เป็นฐานรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจจากพื้นที่ภาคตะวันออก โดยเฉพาะการเคลื่อนย้ายเงินทุน เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมจากพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำเพิร์ล (Pearl River, 珠江) และประตูรุกตลาดจีนตะวันตกรวมถึงอาเซียน ซึ่งนักลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศมีโอกาสได้รับสิทธิประโยชน์ด้านการส่งเสริมการลงทุนมากมาย

อาทิ การลด/ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล การใช้ประโยชน์ที่ดิน ค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภค การอำนวยความสะดวกด้านพิธีการศุลกากร สินเชื่อ เงินอุดหนุนชดเชย และอื่น ๆ

อย่างไรก็ดี การลงทุนในพื้นที่เขตนำร่องฯ ตั้งอยู่บนแนวคิด Go Green หรืออุตสาหกรรมที่ใส่ใจในสิ่งแวดล้อม กล่าวคือ ห้ามและจำกัดการลงทุนในโครงการอุตสาหกรรมที่เข้าข่ายสิ้นเปลืองพลังงาน สร้างมลพิษสูง และอุตสาหกรรมที่มีกำลังการผลิตส่วนเกิน

ทั้งนี้ ทางการได้ประกาศ บัญชีห้ามลงทุน 10 ประเภท ในเขตนำร่องฯ ทั้งวิสาหกิจจีนและวิสาหกิจต่างชาติ ซึ่งมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

1) ห้ามมิให้มีการลงทุนใหม่หรือปรับปรุงยกระดับโครงการที่มีอยู่เดิม สำหรับสาขาการลงทุนที่จัดอยู่ในกลุ่ม ห้ามลงทุน ตามที่ระบุอยู่ในบัญชีแนะแนวการปรับปรุงโครงสร้างอุตสาหกรรมแห่งชาติ (Catalogue for Guiding Industry Restructuring, 国家产业结构调整指导目录)

2) ห้ามมิให้มีการลงทุนใหม่ สำหรับสาขาการลงทุนที่จัดอยู่ในกลุ่ม จำกัดการลงทุน ตามที่ระบุอยู่ในบัญชีแนะแนวการปรับปรุงโครงสร้างอุตสาหกรรมแห่งชาติ

3) ห้ามมิให้มีการลงทุนใหม่หรือขยายกิจการลงทุน สำหรับโครงการที่เข้าข่ายสิ้นเปลืองพลังงานสูง อาทิ การถลุงและหล่อโลหะนอกกลุ่มเหล็ก (Nonferrous metal) เหล็กอัลลอย์ (Ferroalloy) แคลเซียมคาร์ไบด์ (Calcium carbide) และคลอรีนในอุตสาหกรรม (Chlor-Alkali)

4)
ห้ามมิให้มีการลงทุนใหม่ สำหรับโครงการที่เข้าข่ายสร้างมลพิษทางน้ำสูง อาทิ เยื่อกระดาษ แอลกอฮอล์ ฟอกหนัง พิมพ์ย้อม และเคมีภัณฑ์

5) ห้ามมิให้มีการลงทุนใหม่หรือขยายกิจการลงทุน สำหรับโครงการที่เข้าข่ายสร้างมลพิษทางอากาศสูง อาทิ การผลิตไฟฟ้าพลังความร้อน การหล่อหลอมโลหะ ปูนซีเมนต์ และวัสดุก่อสร้าง

6) ห้ามมิให้มีการลงทุนใหม่หรือขยายการลงทุน สำหรับโครงการอุตสาหกรรมที่ปล่อยสารโลหะหนัก สารพิษรุนแรง และสารมลพิษอินทรีย์ที่ตกค้างยาวนาน (Persistent Organic Pollutants)

7) ห้ามมิให้มีการการลงทุนใหม่หรือขยายกิจการลงทุน สำหรับโครงการอุตสาหกรรมที่ใช้เชื้อเพลิงจำพวกถ่านหินและน้ำมันหนัก (Heavy Oil) เป็นหลัก

8)
ห้ามมิให้มีการการลงทุนใหม่ สำหรับโครงการที่มีกำลังการผลิตส่วนเกิน อาทิ เหล็กกล้า อลูมิเนียมที่แยกด้วยประจุไฟฟ้า (Aluminum Electrolytic) แผ่นกระจก ต่อเรือ และซิลิคอนชนิดผลึกรวม (Polycrystalline Silicon)

9) ห้ามมิให้มีการลงทุนใหม่หรือขยายกิจการลงทุน สำหรับโครงการที่เข้าข่ายทำลายระบบนิเวศน์และพืชคลุมดิน อาทิ การทำเหมืองแร่

10) ห้ามมิให้มีการลงทุนใหม่ สำหรับโครงการอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูงด้านความปลอดภัยทางสิ่งแวดล้อม อาทิ พลุ ดอกไม้ไฟ และประทัด

ประเด็นฝากจาก BIC ขอเน้นย้ำว่า ปัจจุบัน ทางการจีนให้ความสำคัญกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก ซึ่งนักลงทุนไทยจำเป็นต้องให้สำคัญมากเป็นพิเศษในการเข้าไปลงทุนในกว่างซี (รวมถึงประเทศจีน) นอกเหนือจากสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุน

รวมทั้ง นักลงทุนยังจำเป็นต้องศึกษาพิจารณาถึง สภาพความเหมาะสม และ จุดแข็ง/ข้อได้เปรียบ ในพื้นที่ลงทุน (ซึ่งมีความแตกต่างกันไปในแต่ละเมืองแต่ละมณฑล) ว่าเหมาะสมกับธุรกิจสาขาประเภทใด เช่น กว่างซีเป็นแหล่งปลูกอ้อยและมันสำปะหลัง 

11 สิงหาคม 2557
แหล่งข้อมูล: เว็บไซต์ http://www.gxnews.com.cn (广西新闻网) ประจำวันที่ 9 สิงหาคม 2557 และเว็บไซต์ http://www.sdpc.gov.cn/ (国家发改委)
โดย: นายกฤษณะ สุกันตพงศ์

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ