
10 อันดับสุดยอดเมืองอีคอมเมิร์ซของจีนประจำปี 2013 ได้แก่ เซินเจิ้น (มณฑลกวางตุ้ง) กว่างโจว (มณฑลกวางตุ้ง) หังโจว (มณฑลเจ้อเจียง) ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ จินหัว (มณฑลเจ้อเจียง) จูไห่ (มณฑลกวางตุ้ง) เซี่ยเหมิน (มณฑลฝูเจี้ยน) ซูโจว (มณฑลเจียงซู) และหนานจิง (มณฑลเจียงซู) โดยส่วนใหญ่ล้วนเป็นเมืองระดับ 1 และระดับ 2
ในมณฑลเจ้อเจียงและมณฑลเจียงซู ประกอบไปด้วยเมืองอีคอมเมิร์ซขนาดใหญ่ มณฑลละ 11 เมือง ตามด้วยมณฑลกวางตุ้ง 10 เมือง มณฑลฝูเจี้ยน 9 เมือง มณฑลซานตง 6 เมือง และไต้หวันมี 6 เมือง โดยเมืองอีคอมเมิร์ซรวมใน 6 มณฑล (ทั้งสิ้น 53 เมือง) เหล่านี้ คิดเป็นจำนวนมากกว่าครึ่งของเมืองที่ติดอันดับ 100 เมืองแรกของเมืองอีคอมเมิร์ซ
ในปี ค.ศ. 2000 เมืองเซี่ยเหมินมณฑลฝูเจี้ยนได้รับการผลักดันเป็นเมืองนำร่องตลาดอีคอมเมิร์ซ โดยคณะกรรมการ พัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ จากข้อมูลรายงานของสำนักงานพาณิชย์เทศบาลเมืองเซี่ยเหมิน ระบุ ยอดการค้าปลีกออนไลน์ของเมืองเซี่ยเหมินภายในปี 2013 มีจำนวนทั้งสิน 6 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าตัวจาก 2 ปีที่ผ่านมา และยอดธุรกรรมการค้าระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ (B2B) สูงถึง 50 พันล้านหยวน
ปัจจุบันมีรายชื่อผู้จดทะเบียนประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในเซี่ยเหมินแล้ว 17,500 ราย เพิ่มมากขึ้น 6 เท่าจาก 2 ปีที่ผ่านมา โดยมีผู้ประกอบการบางรายพัฒนาต่อยอดธุรกิจ จนกระทั่งสามารถสร้างแบรนด์สินค้าออนไลน์ได้ อาทิเช่น แบรนด์ Anport Network แบรนด์ S.cn แบรนด์ Sportica แบรนด์MR.ZERO และแบรนด์ Taoxie.cn.
นายเฉิน ชูกวง ผู้อำนวยการสมาคมผู้เชี่ยวชาญอีคอมเมิร์ซฝูเจี้ยน กล่าวว่า การพัฒนาตลาด
อีคอมเมิร์ซของเมืองเซี่ยเหมินล้าหลังกว่ามณฑลเจ้อเจียง กวางตุ้ง เจียงซู เซี่ยงไฮ้ อยู่อีกมากในแง่ของนโยบายสินค้าออนไลน์และปริมาณการค้า อย่างไรก็ตามเมืองเซี่ยเหมินยังคงมีศักยภาพที่ดี ในการพัฒนาอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซ
ข้อมูลเพิ่มเติม
จากรายงานดังกล่าว ศูนย์บีไอซีเซี่ยเหมินเห็นว่า ตลาดอีคอมเมิร์ซของมณฑลฝูเจี้ยนกำลังขยายตัวอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะเมืองเซี่ยเหมินได้รับการผลักดันให้เป็นเมืองนำร่องอีคอมเมิร์ซของจีนในช่วงแรก และในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เมืองเซี่ยเหมินได้มีจำนวนผู้ประกอบการจัดตั้งร้านค้าออนไลน์เพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัว จึงนับเป็นโอกาสที่ดีของผู้ประกอบการไทยที่จะคว้าโอกาสทองนี้กระจายสินค้าไทยในโลกออนไลน์ เพื่อเป็นประตูสู่ตลาดการค้าที่ยิ่งใหญ่ในจีน
ปัจจุบันประเทศจีนมีผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตราว 600 ล้านคน โดยชาวจีนที่นิยมซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ออนไลน์มีจำนวนมากถึง 302 ล้านคน คิดเป็นจำนวนมากกว่าประชากรไทยทั้งประเทศถึง 5 เท่า ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยอาลีเปิดเผยว่า มีจำนวนนักช็อปชาวจีนเพิ่มขึ้น 59.87 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึง 2.6 เท่า
ร้านค้าออนไลน์ขนาดใหญ่ของจีนนี่น่าลงทุน ได้แก่ เว็บไซต์ Taobao/Tmall (淘宝网/天猫) เว็บไซต์ Alibaba (阿里巴巴) เว็บไซต์ Jingdong Mall (京东商城) เว็บไซต์ Yi Xun (易迅网) เว็บไซต์ Sunning (苏宁易购) เว็บไซต์ Amazon China (亚马逊中国) เว็บไซต์ Dangdang (当当网) โดยเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ที่เป็นที่นิยมมากที่สุด เช่น เถาเป่า (淘宝) มีสมาชิกทั้งหมด 170 ล้านคน ซึ่งเป็นทั้งผู้ซื้อและผู้ขายในเวลาเดียวกัน โดยมีร้านค้าเปิดใหม่ 5,000 ร้านทุกวัน และมีสินค้าให้เลือกซื้อกว่า 300 ล้านชิ้น จากทั้งคนขายรายย่อย โรงงาน ไปจนถึงแบรนด์ดังระดับโลก โดยยอดขายปีก่อน มีมูลค่ากว่า 1 พันล้านบาท คิดเป็นเกือบร้อยละ 2 ของยอดการค้าปลีกของจีนทั้งประเทศ
โดยจุดเด่นของเว็บไซต์เถาเป่าคือ การซื้อของในรูปแบบ “ได้ของก่อน จ่ายเงินทีหลัง” เนื่องจากเถาเป่า สร้างระบบการชำระเงินออนไลน์ที่คล้ายกับ “เพย์พาล (PayPal)” ของตัวเองขึ้นมาใหม่ในชื่อ “อลีเพย์ (Alipay)” สามารถเติมเงินผ่านไปรษณีย์และบัตรเครดิตได้ ซึ่งปัจจุบันมียอดการโอนเงินต่อวัน 5 ล้านครั้ง คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 6 พันล้านบาท ซึ่งเป็นหัวใจที่ทำให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซในจีนเติบโตได้อย่างยั่งยืนและถาวร เนื่องจากนักช็อปสามารถจับจ่ายใช้สอยได้อย่างไว้วางใจ ไม่ต้องกังวลว่า หากจ่ายเงินไปแล้วจะไม่ได้รับของ วิธีนี้จะทำให้มนต์ดำในแวดวงอีคอมเมิร์ซที่เมื่อสั่งของแล้วเจอพ่อค้าเก๊ หรือสินค้าไม่ได้มาตรฐาน จะถูกกำจัดออกไป และตอนนี้อลีบาบาก็ได้เปิด Alifinace บริษัทดูแลระบบชำระเงินออนไลน์ขึ้นมาต่างหากอีกด้วย
และอีกส่วนหนึ่งอลีบาบายังมี “ว่องว่อง (WangWang)” ระบบแชทระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย มีรูปแบบการแชทคล้ายกับ MSN ซึ่งอลีบาบาสร้างขึ้นเอาไว้สำหรับให้ผู้ซื้อและผู้ขายแชทสอบถามสินค้ากันโดยตรงแบบทันใจ หลังจากเปิดให้ใช้งาน ก็ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง เพราะนอกจากจะได้คุยกับผู้ขายแล้ว ยังใช้ช่องทางนี้เป็นสื่อโปรโมทสินค้าใหม่ได้อีกด้วย และตอนนี้ว่องว่องก็ได้อัพเกรดให้ใช้งานบนมือถือและแอปพลิเคชั่นของเถาเป่าด้วย ทำให้พ่อค้าและลูกค้าสามารถสื่อสารกันได้ตลอดเวลา สามารถออนไลน์ผ่านมือถือ หรือบนหน้าเว็บไซต์โดยไม่ต้องลงโปรแกรมก็ได้ ฝากข้อความไว้หากคนขายแบบออฟไลน์ก็ยังได้ ซึ่งนับเป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถสร้างความไว้วางใจให้กับผู้ซื้อได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ อลีบาบายังมีระบบเช็คราคาสินค้าผ่าน sms โดยเอาไว้ใช้ในกรณี Window-Shopping ที่ห้างสรรพสินค้าแล้วเกิดเจอสินค้าถูกใจ แต่อยากได้ราคาที่ถูกกว่า ระบบก็สามารถสืบค้นราคาสินค้าที่อยากได้ในราคาที่ถูกที่สุดในเถาเป่าได้
ด้วยความสามารถที่หลากหลายของอีคอมเมิร์ซในจีน ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยสามารถใช้ช่องทางนี้เพื่อส่งออกสินค้าไทยมายังประเทศจีน โดยผ่านคนกลางเพื่อนำสินค้าจำหน่ายขึ้นบนเว็บไซต์ ซึ่งเทคนิคที่จะทำให้ผู้ประกอบการไทยสามารถอยู่รอดในตลาดที่มีการแข่งขันสูงในจีนนั้น ผู้ประกอบการไทยต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอสินค้าในแบบที่ชาวจีนนิยม เช่น
- ควรโพสต์รูปสินค้ามากกว่าหนึ่งรูป โดยสินค้าหนึ่งชิ้น สามารถโพสต์มากกว่า 10 รูป
- ควรใช้นางแบบ/นายแบบที่เป็นชาวต่างชาติ เพื่อทำให้สินค้าได้รับการยอมรับจากชาวจีนและทำให้สินค้าดูน่าสนใจมากกว่าการโพสต์แต่รูปสินค้าเพียงอย่างเดียว
- ควรใส่ลายน้ำในรูปสินค้า เพื่อบ่งบอกว่าเป็นสินค้านั้นเป็นของทางร้านถ่ายเองจริง แต่ก็ไม่ควรทับลงในภาพสินค้า เพราะจะเกะกะสายตา
- ควรมีตารางให้เลือกไซต์ ตารางเทียบขนาด จะทำให้ลูกค้าสบายใจว่าสินค้าที่สั่งจะพอดีกับตัว
- ควรใส่ภาพสินค้าทุกมุม ซูมทุกรายละเอียด มากเท่าที่จะทำได้ เช่น ป้ายยี่ห้อ โลโก้ ลายสินค้า วัสดุสินค้า รายละเอียดสินค้า ในกรณีมีหลายสี ให้โพสต์ภาพทุกสีเลยก็จะยิ่งชัดเจน และควรใส่คำบรรยายคุณสมบัติของสินค้าให้เยอะเข้าไว้ เพื่อสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ซื้อสินค้า
- ควรใช้ภาพที่ดาราใช้มาใส่ประกอบ โดยจะต้องใส่ภาพทั้งที่มี Celebrity ใช้สินค้าอยู่ และภาพของสินค้าจริงที่ขายประกอบกัน
- ถ่ายรูปกล่อง หีบห่อที่ใช้บรรจุสินค้า ซึ่งจุดนี้แสดงให้เห็นถึงความพิถีพิถันและเป็นมืออาชีพของผู้ประกอบการไทยด้วย
- ลงรูปเปรียบเทียบระหว่างของจริงกับของปลอม และลงรูปเปรียบเทียบคุณสมบัติของสินค้ากับคู่แข่ง เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่าขายของจริง โดยทำช็อตเปรียบเทียบอย่างชัดเจน ก็ทำให้ผู้ซื้อเบาใจว่าได้ของแท้และมั่นใจว่าซื้อกับเราจะได้สินค้าที่มีคุณภาพ
- ควรลงรูปสต็อกสินค้าว่ามีของขายจริง เพราะเป็นการยืนยันให้เห็นว่ามีคลังสินค้าจริง การโพสต์ภาพสต็อก ก็จะช่วยให้ผู้ซื้อสามารถสอบถามสินค้าได้มากขึ้น
- บรรยายนวัตกรรมหรือที่มาของแบรนด์ โดยสินค้ามักจะมีนวัตกรรมใหม่ๆ เสมอ การแนะนำว่าสินค้าแต่ละชิ้น มีเทคโนโลยีอะไรใหม่ๆ ก็จะช่วยให้ลูกค้ามั่นใจและจะช่วยดึงดูดลูกค้าให้มีความต้องการสินค้ามากยิ่งขึ้นด้วย ถ้าสินค้าเป็นเครื่องปรุงรสไทย อาหารกึ่งสำเร็จรูป ควรจะลงรูปสาธิตขั้นตอนการทำให้ชัดเจน และควรเล่าประวัติความเป็นมาของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้สินค้ามีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
- ควรใส่ใบอนุญาตประกอบกิจการ โดยใส่รูปเอกสารเครื่องหมายรับรองการจดทะเบียนผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (DBD Registered) เพื่อยืนยันการมีตัวตนของผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และควรใส่เครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือในการประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (DBD Verified) เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ซื้อได้มั่นใจว่าเป็นผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ดี
- ควรใส่รูปที่มีฉลากภาษาจีนที่ระบุรายละเอียดของสินค้า เช่น ข้อมูลผู้ผลิต วันที่ผลิต ส่วนประกอบวัตถุดิบ แหล่งกำเนิดสินค้า ระยะเวลาการรับประกันคุณภาพ มาตรฐานทางสุขอนามัยและข้อมูลการนำเข้า เป็นต้น
บีไอซีเซี่ยเหมิน ขอนำเสนอวิธีการสมัครสมาชิก Alibaba Taobao Tmall แบบใหม่ ซึ่งสามารถใช้เบอร์โทรศัพท์ของประเทศไทยนำมาสมัครได้ด้วย เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ประกอบการไทยสามารถทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ เพื่อเป็นช่องทางกระจายสินค้าไทยไปยังทุกหนแห่งในจีน

2. จากนั้นให้เลือกประเทศไทย (泰国) รายการที่ 13 สังเกตง่ายๆก็ได้ ถ้าขึ้นรหัสประเทศ +66 ก็คือประเทศไทยครับ

3. หลังจากนั้นกรอกเบอร์โทรศัพท์มือถือ โดยตัด 0 ตัวแรกออก อย่างเช่น เบอร์ 0812345678 ก็ใส่ 812345678 ต่อจาก +66

4. จากนั้นจะมี SMS ส่งเข้ามือถือ จากเบอร์ 680106777 ข้อความว่า "your verification code for registration is XXXXXX(เลข6หลัก) For enquire, please call +68-571-88158198" จากนั้นเอาเลข 6 หลักที่ได้รับจาก SMS กรอกเข้าไปในช่องสี่เหลี่ยม (เหมือนกับระบบ OTP ของธนาคาร) แล้วคลิกแถบสีส้มเพื่อยืนยัน
.jpg)
5. เมื่อหน้าเว็บไซต์ขึ้นมาแบบนี้ โดยมีชื่อ Username ที่เราตั้งไว้แล้วนั้น ถือว่าสมัครสำเร็จเรียบร้อยแล้วครับ

เมื่อท่านมีบัญชีของ Taobao แล้ว ท่านก็สามารถนำบัญชีนี้เปิดร้านค้าออนไลน์ และยังสามารถ นำบัญชีนี้เข้าสู่ระบบบัญชีของ Alibaba และ Tmall ได้เลย เพียงเท่านี้ท่านก็สามารถที่จะขายสินค้าหรือหาคู่ค้าในจีนได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นครับ
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=480&ELEMENT_ID=14701
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
