
เส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายเซี่ยงไฮ้ - คุนหมิง มีกำหนดจะเปิดให้บริการในอนาคตอันใกล้นี้ และช่วงเส้นทางระหว่างหนานฉาง - ฉางซาคาดว่าจะเปิดใช้งานประมาณ 30 สิงหาคม ซึ่งหลังจากที่เปิดเส้นทางรถไฟแล้ว รถไฟหัวกระสุนคู่ที่วิ่งระหว่างเมืองเซี่ยเหมินและนครฉางซาจะนำมาใช้เป็นคู่แรก ที่รถไฟวิ่งผ่านระหว่างทั้งสองเมืองนี้

ทั้งนี้ จะมีรถไฟหัวกระสุนออกจากสถานีรถไฟเซี่ยเหมินเป่ย (厦门北) มณฑลฝูเจี้ยน ทุกวันเวลา 07:15 นาฬิกา และมาถึงที่สถานีรถไฟฉางซาหนาน (长沙南) มณฑลหูหนาน เวลา 15:20 นาฬิกา และรถไฟหัวกระสุนอีกขบวนจะเริ่มต้นออกจากสถานีรถไฟฉางซาหนาน ทุกวันเวลา 14:10 นาฬิกา และจะเดินทางผ่านสถานีผิงเสียงเป่ย (萍乡北) มณฑลเจียงซี สถานีซินหยู่เป่ย (新余北) มณฑลเจียงซี สถานีหนานฉางซี (南昌西) มณฑลเจียงซี สถานีฝู่โจวเป่ย (抚州) มณฑลเจียงซี สถานีเจี้ยนหนิงเซียนเป่ย (建宁县北) มณฑลฝูเจี้ยน สถานีเจียงเล่อ (将乐) มณฑลฝูเจี้ยน สถานีซานหมิงเป่ย (三明北) มณฑลฝูเจี้ยน สถานีโหย่วซี (尤溪) มณฑลฝูเจี้ยน สถานนีผูเถียน (莆田) มณฑลฝูเจี้ยน สถานีเฉวียนโจว (泉州) มณฑลฝูเจี้ยน และรถไฟก็จะมาถึงที่สถานีรถไฟเซี่ยเหมินเป่ยเวลา 20:50 นาฬิกา
รถไฟได้ถูกออกแบบให้วิ่งด้วยความเร็วที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถไฟความเร็วสูงสาย เซี่ยเหมิน - ฉางซาจะสามารถลดเวลาการเดินทางจากเซี่ยเหมินไปฉางซาเหลือเพียง 6 ชั่วโมง 40 นาที ซึ่งทำให้ประหยัดเวลาเดินทางประมาณ 13 ชั่วโมง เมื่อเทียบแต่ก่อน
ข่าวจากคนวงในเผยว่า ราคารถไฟหัวกระสุนสายเซี่ยเหมิน - ฉางซา ตั๋วสำหรับที่นั่งชั้นหนึ่งจะมีราคา 365 หยวนและที่นั่งชั้นสองราคา 305 หยวน
ข้อมูลเพิ่มเติม
ศูนย์บีไอซีเซี่ยเหมินเห็นว่า การก่อสร้างรถไฟความสูงจะสามารถพลิกโฉมเมืองที่อยู่บนเส้นทางรถไฟความสูงพาดผ่านได้เลย อย่างที่เคยเกิดขึ้นกับนครฉางซามาแล้ว โดยในบริเวณสถานีรถไฟความเร็วสูงของนครฉางซา ซึ่งเปิดใช้เมื่อปลายปี 2552 นั้น มีตึกอพาร์ตเมนต์ อาคารสำนักงาน และโรงแรม เปิดขึ้นหลายแห่งจนกลายเป็นเขต CBD แห่งใหม่ของนครฉางซา จึงทำให้สามารถดึงนักลงทุนเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ รถไฟความเร็วสูงไม่เพียงนำพานักธุรกิจจากดินแดนตอนในออกสู่ตลาดขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ผู้บริหารชาวต่างชาติยังสามารถเข้าถึงแรงงานราคาถูกกว่าในพื้นที่ตามแนวชายฝั่งด้วย

เส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายเซี่ยเหมิน - ฉางซา (มณฑลหูหนาน) จะเป็นเส้นทางรถไฟสายสำคัญที่เชื่อมต่อกับเส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายเซี่ยงไฮ้ - คุนหมิง ซึ่งจะทำให้ระบบการขนส่งในภูมิภาคมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยสามารถขนถ่ายสินค้าต่อไปยังประเทศไทยได้ โดยใช้เส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายนครคุนหมิง (มณฑลยูนนาน) - กรุงเทพฯ

เส้นทางดังกล่าวจะเชื่อมโยงกับเส้นทางรถไฟความเร็วสูงจากเมืองเซี่ยเหมิน - นครหนานชาง - นครฉางซา - นครกุ้ยหยาง (มณฑลกุ้ยโจว) - นครคุนหมิง - เมืองบ่อเต้น (แขวงหลวงน้ำทา) - หลวงพระบาง - กรุงเวียงจันทน์ - จังหวัดหนองคาย - กรุงเทพฯ

ความคืบหน้าล่าสุดเปิดเผยว่า ในระหว่างการประชุมอาเซียนที่เมียนมาร์ที่เพิ่งผ่านมา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศของลาว ทองลุน สีสุลิด กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีน ได้หารือกันนอกรอบ โดยฝ่ายจีนแจ้งว่ากำลังเร่งศึกษาและเจรจากันใหม่เกี่ยวกับแผนทางการเงินของโครงการรถไฟความเร็วสูง มูลค่า 7,200 ล้านดอลลาร์
ตามแผนเดิมนั้น จีนจะสนับสนุนเงินลงทุนในสัดส่วน 70% ของโครงการทางรถไฟความยาว 420 กิโลเมตรนี้ ที่เชื่อมชายแดนจีน - ลาว จากมณฑลยูนนานไปถึงกรุงเวียงจันทน์ รางจะเชื่อมโครงข่ายรถไฟเข้าสู่ประเทศไทยที่จังหวัดหนองคาย
ทั้งนี้ จีนคาดหวังว่าไทยจะได้รับการอนุมัติแผนก่อสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงจำนวน 2 สาย โดยทั้ง 2 สายนี้คาดว่าจะสามารถเริ่มก่อสร้างในปีหน้า โดยมีแผนที่จะสร้างรถไฟความเร็วสูงจากกรุงเทพถึงหนองคาย เพื่อเชื่อมโยงระบบขนส่งต่อไป และทางรถไฟสายนี้เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางเชื่อมอาเซียน-จีน เชื่อมโยงต่อไปยังมาเลเซียและสิงคโปร์
การสร้างทางรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อระหว่างจีน - ไทย จะทำให้ไทยได้รับประโยชน์มากขึ้น เนื่องจากความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ของไทย ที่เป็นจุดศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียน เป็นทางผ่านไปสู่ประเทศอื่นในภูมิภาค เนื่องจากในช่วงไม่กี่ปีมานี้ การค้าระหว่างจีนกับไทยมีเพิ่มขึ้นมาก จึงทำให้ต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้นตามด้วย การสร้างทางรถไฟความเร็วสูงจะช่วยลดต้นทุนค่าขนส่งได้และจะทำระบบขนส่งสินค้ามีความจุมากขึ้นและรวดเร็วขึ้น
ล่าสุด หนังสือพิมพ์ Daily Economic News เผยว่า ในปีหน้าการรถไฟจีนจะเปิดบริการขนส่งสินค้าโดยใช้รถไฟความเร็วสูง 2 แบบ แบบแรก แล่นด้วยความเร็ว 300 ก.ม./ช.ม. เทียบเท่ากับขนส่งทางเครื่องบิน แบบที่สอง ทำความเร็วได้ 160 ก.ม./ช.ม. เทียบเท่ากับขนส่งโดยรถบรรทุก
ซึ่งหากไทยสามารถสร้างทางรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อจีนได้สำเร็จ จะสามารถขนส่งสินค้าจากไทยมายังมณฑลฝูเจี้ยนและมณฑลเจียงซีได้ในระยะเวลาที่สั้นขึ้นมาก และจะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลต่อการขนส่งสินค้าอาหารสดและสินค้าเกษตรที่เน่าเสียง่าย
ปัจจุบัน การขนส่งสินค้าระหว่างจีนกับไทยใช้รถและเรือเป็นหลัก แต่การขนส่งทางรถมีค่าใช้จ่ายสูง ขณะที่การขนส่งทางเรือใช้เวลานาน และต้องขนสินค้าอ้อมไปขึ้นที่ท่าเรือทางภาคตะวันออกของจีน ก่อนลำเลียงสินค้าเข้าไปในมณฑลทางภาคตะวันตกของจีนอีกทอดหนึ่ง ทำให้ต้นทุนสูงกว่าการขนส่งทางรถไฟโดยตรง
.jpg)
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=502&ELEMENT_ID=14711
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
