หนิงเซี่ย-มาเลเซีย ก้าวไปอีกขั้น จับมือรุกตลาดฮาลาลโลก
หนิงเซี่ย-มาเลเซีย ก้าวไปอีกขั้น จับมือรุกตลาดฮาลาลโลก

  • ท่าเรือ Klang ของมาเลเซีย จับมือวิสาหกิจผู้ผลิตสินค้าฮาลาลของหนิงเซี่ย หาแนวทางการผลักดันสินค้าฮาลาลที่ผลิตในหนิงเซี่ยให้สามารถส่งออกไปยังต่างประเทศได้มากขึ้น
  • เร่งเปิด China-Malaysia Halal E-commercial Center บุกตลาดออนไลน์ทั่วโลก

รายงานข่าวจาก www.chinadaily.com.cn ท่าเรือ Klang ของมาเลเซียจับมือกลุ่มบริษัทผู้ผลิตอาหารและสินค้าฮาลาลของหนิงเซี่ย ผ่านงานสัมมนาโอกาสและความร่วมมือทางด้านการค้าระหว่างประเทศของมาเลเซียและหนิงเซี่ย(The Multinational E-commerce Import and Export Trade Conference) ณ นครหยินชวน เมื่อ 3 ส.ค.57 ที่ผ่านมา

ภายในงานมีตัวแทนจากสถานทูตมาเลเซียประจำประเทศจีน,ตัวแทนจากท่าเรือ Klang ของมาเลเซียและตัวแทนจากวิสาหกิจหนิงเซี่ยเข้าร่วมงาน ซึ่งนอกจากจะมีการหารือถึงความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมสินค้าฮาลาล อันเป็นสินค้าศักยภาพของทั้งสองพื้นที่แล้ว ภายในงานสัมมนายังได้มีการหารือถึงประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้

1.มาเลเซีย-หนิงเซี่ย กับข้อตกลงแลกเปลี่ยนระหว่างกันล่าสุด

นาย เซี่ย เป่าเหวิน ผู้จัดการทั่วไปของท่าเรือ Klang และพ่วงตำแหน่งประธานสมาคมความร่วมมือโลจิสติกส์นานาชาติจีน-อาเซียน ได้กล่าวในการสัมมนาว่า “สินค้าที่ผลิตในประเทศจีนจำนวนไม่น้อยที่ต้องประสบกับปัญหาการส่งออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าฮาลาลที่ผลิตในหนิงเซี่ย ความร่วมมือกันในครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งมิติที่จะทำให้มาเลเซียสามารถเข้ามามีบทบาทและความช่วยเหลือสินค้าฮาลาลของหนิงเซี่ยให้ส่งออกไปยังต่างประเทศได้ ด้วยการอาศัยประสบการณ์และช่องทางการขนส่งและกระจายสินค้าของท่าเรือ Klang ที่มีความชำนาญอยู่แล้ว”

2. เตรียมก่อตั้ง China-Malaysia Halal E-commercial Center ร่วมกันเปิดตลาดสินค้าฮาลาลระดับโลก

นอกจากความร่วมมือและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่แต่ละฝ่ายมีความชำนาญแล้วนั้น มาเลเซียได้ลงทุนเปิดศูนย์การค้าฮาลาลออนไลน์จีน-มาเลเซีย ขึ้นที่หนิงเซี่ยอีกด้วย พร้อมทั้งเปิดสนง.ให้บริการหนังสือรับรองมาตรฐานฮาลาล ที่จะส่งผลให้สินค้าฮาลาลทั้งของหนิงเซี่ยและมาเลเซียได้รับประโยชน์ร่วมกัน รวมไปถึงการฝึกให้ความรู้และทักษะทางด้านตลาดสินค้าฮาลาลออนไลน์โดยเฉพาะ ที่จะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคทุกมุมโลกไม่จำกัดอยู่แค่ประชากรมุสลิมสอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลของหนิงเซี่ยที่มุ่งให้สินค้าฮาลาลที่ผลิตขึ้นไม่เป็นกลุ่มสินค้าเฉพาะเจาะจงอีกต่อไป

บทส่งท้าย

 เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยถูกวางให้เป็นพื้นที่ศูนย์กลางเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมุสลิมอื่นๆ รวมไปถึงการส่งเสริมให้หนิงเซี่ยเป็นฐานการผลิตและส่งออกอาหารฮาลาลขนาดใหญ่และมีศักยภาพไปทั่วโลก

การเข้าลงทุนของมาเลเซียในครั้งนี้จะเห็นได้ว่ามีความแตกต่างจากการเข้าลงทุนทั่วๆไปที่มุ่งแสวงผลกำไรเป็นหลัก แต่การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการให้หนิงเซี่ยเติบโตทั้งในด้านคุณภาพและทักษะการดำเนินงาน ที่จะช่วยให้ธุรกิจมาเลเซียที่ลงทุนอยู่ในหนิงเซี่ยเติบโตได้อย่างยั่งยืน ความร่วมมือระหว่างกลุ่มวิสาหกิจหนิงเซี่ยกับท่าเรือ Klang นี้สามารถตอบโจทย์ทางด้านระบบการขนส่งให้กับหนิงเซี่ยได้ทางหนึ่งเนื่องด้วยหนิงเซี่ยไม่มีอาณาเขตติดกับทะเล แต่อาจจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการศึกษาระบบและเส้นทางการขนส่งที่จะช่วยลดต้นทุนเสียก่อน

จะเห็นได้ว่าการส่งเสริมความร่วมมือจากภาครัฐบาลถือเป็นปัจจัยสำคัญ ที่จะผลักดันความร่วมมือให้เป็นรูปธรรมชัดเจนและช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุนในพื้นที่ทั้งสองมากยิ่งขึ้น

ข้อมูลเพิ่มเติม

1.ท่าเรือ Klang เป็นศูนย์การขนส่งสินค้าที่ใหญ่ที่สุดของประเทศมาเลเซียและใหญ่เป็นอันดับที่ 12 ของโลก ด้วยสภาพที่ตั้งที่เอื้ออำนวยทำให้ที่มีเส้นทางการเดินเรือจากยุโรปได้สะดวก ปัจจุบันได้ก่อตั้งในส่วนที่เรียกว่า Port Klang Free Zone ซึ่งได้พัฒนาพื้นที่เดิม ดำเนินการด้านอุตสาหกรรมและเป็นจุดรองรับการเติบโตทางด้านการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศในภูมิภาคเมื่อเปิดประชาคมอาเซียนในปีหน้านี้

2. ท่าเรือ Klang มีหน่วยงานที่ทำหน้าที่ดูแลและมีอำนาจในการดำเนินการด้วยตนเอง(Port Authority) โดยรัฐบาลให้สิทธิ์หน่วยงานเอกชนเข้ามาบริหารงาน ส่งผลให้การพัฒนาเป็นไปอย่างรวดเร็ว  ล่าสุดคือการก่อตั้ง Inland Port แห่งแรกของประเทศภายใต้ชื่อ “Ipoh Cargo Terminal

ข้อมูลอ้างอิง

1. http://en.wikipedia.org/wiki/Port_Klang_Free_Zone

2. http://www.chinadaily.com.cn/china/2014-08/05/content_18250133.htm

 

 

 

4 กันยายน 2557
แหล่งข้อมูล: www.chinadaily.com.cn(05/08/2014)
โดย: ตรีชฎา ขันตยานุวงศ์ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครซีอาน

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ