นับว่าเป็นข่าวดีสำหรับธุรกิจโรงพยาบาลต่างชาติ หลังจากที่ทางการจีนอนุญาตให้ต่างชาติลงทุนได้ 100% แบบไม่ต้องมีหุ้นส่วนจีนในเขตการค้าเสรีเซี่ยงไฮ้เมื่อช่วงปลายปี 2556 โดยมีข่าวล่ามาใหม่ว่า จีนได้เปิด “ไฟเขียว” ให้โรงพยาบาลต่างชาติเข้าลงทุน 100% ในอีก 7 พื้นที่นำร่องของจีนแล้ววันนี้!!

ค่อยเป็นค่อยไป.. กว่าจะเปิดใจเต็มร้อยต้อนรับต่างชาติ
เดิมทีต่างชาติจะถูกจำกัดสิทธิ์ในเรื่องสัดส่วนการลงทุนธุรกิจโรงพยาบาลในจีน โดยต่างชาติจะสามารถถือหุ้นส่วนได้สูงสุด 70% เท่านั้น และต้องมีฝ่ายจีนเป็นหุ้นส่วนร่วมอีก 30% ทว่า หากเป็นฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวันแล้ว จีนอนุญาตให้สามารถลงทุนได้ 100% โดยไม่ต้องมีหุ้นส่วนจีนเมื่อปี ค.ศ. 2011 ซึ่งฮ่องกง มาเก๊า ได้รับอนุญาตให้ลงทุน 100% ได้ในนครเซี่ยงไฮ้ มณฑลฝูเจี้ยน มณฑลกวางตุ้ง มณฑลไห่หนาน และนครฉงชิ่ง ขณะที่ไต้หวันได้รับอนุญาตให้ลงทุน 100% ได้ในนครเซี่ยงไฮ้ มณฑลเจียงซู มณฑลฝูเจี้ยน มณฑลกวางตุ้ง และมณฑลไห่หนาน
ล่าสุด เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทางการจีนได้ประกาศให้ต่างชาติสามารถเข้าลงทุนธุรกิจโรงพยาบาลแบบ 100% ใน 7 พื้นที่นำร่องของจีนนอกจากเขตทดลองการค้าเสรีเซี่ยงไฮ้ ได้แก่ กรุงปักกิ่ง นครเซี่ยงไฮ้ นครเทียนจิน มณฑลฝูเจี้ยน มณฑลกวางตุ้ง มณฑลไห่หนาน และบางพื้นที่ในมณฑลเจียงซู โดยโรงพยาบาลต่างชาติที่เข้าลงทุนในพื้นที่ดังกล่าวจะได้รับการควบคุมดูแลจากรัฐบาลของแต่ละท้องถิ่นนั้นๆ เพื่อความสะดวกและง่ายต่อการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ รายงานของ Deutsche Bank ระบุข้อมูลจากการสำรวจล่าสุดว่า จำนวนโรงพยาบาลเอกชนในจีนได้เพิ่มขึ้นจาก 3,200 แห่งในปี ค.ศ. 2005 เป็น 11,300 แห่งในปี ค.ศ. 2013 และมีแนวโน้มว่าการเปิดกว้างดังกล่าวจะทำให้มีโรงพยาบาลเอกชนในจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว
ความท้าทายครั้งใหม่.. เปิดโอกาสให้ต่างชาติแข่งกับจีน!!
ทางการจีนเห็นว่านโยบาย “เปิดประตู” ต้อนรับธุรกิจโรงพยาบาลต่างชาติ 100% ในเขตนำร่องทั้ง 7 แห่งดังกล่าวจะสามารถเป็นแบบอย่างสำหรับเปิดกว้างขยายความเสรีให้แก่ต่างชาติในธุรกิจโรงพยาบาลไปสู่พื้นที่อื่นๆ ของจีนต่อไปในอนาคต รวมถึงเป็นการพัฒนาระบบการรักษาพยาบาลของจีนให้เข้าสู่ระบบสากลมากขึ้น ด้วยการเรียนรู้ประสบการณ์และดึงดูดเทคโนโลยีทางการแพทย์จากต่างชาติ
นอกจากนี้ ทางการจีนยังประเมินว่า การเปิดให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในธุรกิจโรงพยาบาลอย่างเสรีนอกจากจะช่วยตอบสนองความต้องการรับบริการระดับคุณภาพสูงของกลุ่มผู้บริโภค high-end ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้ว ยังเป็นการช่วยสร้างแรงกดดันทางอ้อมให้แก่โรงพยาบาลภาครัฐของจีนในการเร่งพัฒนาคุณภาพด้านบริการให้ดีขึ้น มิเช่นนั้นแล้วลูกค้า high-end กลุ่มเดิมที่เคยใช้บริการอยู่อาจหันไปสนใจใช้บริการจากโรงพยาบาลต่างชาติแทน อย่างไรก็ดี ทางการจีนเห็นว่าการเปิดไฟเขียวในครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นให้ระบบสาธารณสุขภาพรวมในจีนมีแนวโน้มพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน
สำหรับโรงพยาบาลต่างชาติที่สนใจจะเจาะกลุ่มลูกค้า high-end ในจีนนั้น อาจจำเป็นจะต้องใช้กลยุทธ์สร้าง“ความเป็นอินเตอร์” สิ่งใหม่ที่แตกต่างจากเดิมโรงพยาบาลท้องถิ่นจีน ทั้งในด้านเทคโนโลยี บริการคุณภาพ บุคลากรแพทย์ที่มีประสบการณ์ และเทคนิคการบริหารธุรกิจ จึงจะช่วยสร้างความประทับใจและความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ที่มารักษาพยาบาล และสามารถแข่งขันกับโรงพยาบาลภาคเอกชนจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปัจจุบัน โรงพยาบาลธนบุรีซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจทางการแพทย์ที่มีชื่อเสียงของไทยได้เล็งเห็นโอกาสและเข้าไปลงทุนก่อสร้างโรงพยาบาลในนครหนานจิงของมณฑลเจียงซูแล้วเมื่อเดือนเมษายน 2556 โดยเป็นการร่วมทุนกับฝ่ายจีน และจะใช้เวลาก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ 2 ปี นอกจากนี้ โรงพยาบาลธนบุรียังมีความร่วมมือทางด้านการแพทย์กับโรงพยาบาลหลายเมืองในจีนด้วย ซึ่งนับเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของความสำเร็จของธุรกิจการแพทย์ของไทยในจีน
--------------------------------
จัดทำโดย นางสาววรางคณา ศศิธร เรียบเรียงโดย นายโอกาส เหลืองดาวเรือง
ข้อมูลอ้างอิง : นสพ. Shanghai Daily ฉบับวันที่ 28 สิงหาคม 2557 หัวข้อ “More hospitals to be foreign funded” และ “Number of private-run hospitals on increase”
ที่มาภาพ : http://www.transcends.co , http://commerzpoint.blob.core.windows.net
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=490&ELEMENT_ID=14773
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
