
เว็บไซต์ข่าวซินหัว-เขตฯ กว่างซีจ้วง : เจ้าหน้าที่กว่างซีบุกจับกุมขบวนการลักลอบนำเข้ายางพาราจากต่างประเทศเข้ากว่างซี พร้อมดำเนินคดีฟ้องร้องต่อศาล โดยมีกลุ่มผู้ร่วมกระทำผิด 10 คน
เมื่อปลาย ก.พ.56 ที่ผ่านมา ศาลอุทรณ์นครหนานหนิง (Nanning Intermediate Courts, 南宁中级法院) ได้เริ่มเปิดศาลพิพากษาในคดีที่จำเลยได้กระทำผิดกฎหมายในกรณีที่ลักลอบนำเข้ายางพาราจากฝั่งเวียดนาม น้ำหนักมากกว่า 4.3 หมื่นตันภายในระยะเวลาไม่ถึงปี คิดเป็นเม็ดเงินภาษีมากกว่า 360 ล้านหยวน
ขบวนการดังกล่าวดำเนินการใน 2 รูปแบบ คือ
1) รับคำสั่งจากผู้สั่งซื้อชาวจีนที่สั่งซื้อยางพาราจากต่างประเทศ โดยลำเลียงผ่านประเทศเวียดนาม โดยเรียกเก็บค่าตอบแทนในรูปของ “ค่าประกันความปลอดภัยในการขนส่งข้ามแดนเข้าประเทศและการขนส่งภายในประเทศ”
2) ดำเนินการสั่งซื้อยางพาราจากเวียดนามและลักลอบนำเข้าด้วยตัวเอง เพื่อรอโอกาสจำหน่ายกินกำไรส่วนต่าง
ลักษณะการดำเนินงานเรียกได้ว่าเป็นแบบ One Stop Service ตั้งแต่การรับ/สั่งซื้อสินค้าจากแหล่งสินค้าในต่างประเทศ เพื่อขนส่งมายังท่าเรือบริเวณชายแดนเวียดนาม-กว่างซี (อำเภอระดับเมืองตงซิง)
หลังจากยางพาราถูกลำเลียงผ่านแม่น้ำเป่ยหลุน (Beilun River, 北仑河) สมาชิกขบวนการส่วนหนึ่งจะรอรับสินค้า เพื่อขนถ่ายขึ้นรถบรรทุกขนาดกลาง เพื่อนำไปส่งยังคลังสินค้าในเมืองฝางเฉิงก่างก่อนกระจายไปยังมือผู้รับในประเทศจีน
นอกจากนี้ ขบวนการดังกล่าวยังได้จัดตั้งบริษัทค้าและประมูลยางพาราขึ้นบังหน้าทั้งในเวียดนามและจีน ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เพื่ออาศัยเอกสารสิทธิที่เกี่ยวข้องกับการประมูลยางพาราเป็นใบเบิกทางในการลักลอบขนส่ง รวมถึงการรับยางพาราที่ถูกทางการเจ้าหน้าที่อายัดไว้นั่นเอง
เหตุที่ขบวนการดังกล่าวสามารถหลุดรอดสายตาของเจ้าหน้าที่ไปได้หลายต่อหลายครั้ง ก็เนื่องมาจากในกระบวนการลักลอบขนส่งได้มีการส่งสายขับรถนำไปดูลาดเลา หากมีเหตุไม่ชอบมาพากลก็จะแจ้งให้กับคนขับรถบรรทุกเลี่ยงใช้เส้นทางอื่นได้อย่างทันท่วงที
BIC ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การที่กว่างซีและเวียดนามมีพรมแดนติดกันระยะทางถึง 1,020 กิโลเมตร ซึ่งบางส่วนมีพรมแดนธรรมชาติอย่างแม่น้ำลำคลองเป็นเส้นแบ่งเขตแดน จึงเป็นช่องโว่ให้กลุ่มผู้กระทำผิดกฎหมายใช้กระทำความผิด
กรณีข้างต้นคงพอเป็นอุทรหรณ์สำหรับผู้ประกอบการไทย กล่าวคือ
1) แม้ว่าปริมาณการค้ายิ่งนับวันจะยิ่งมีเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีเส้นทางอาร์ต่างๆ (R8, R9 และ R12) เชื่อมโยงอีสานไทยกับกว่างซี แต่ก็ไม่ควรใช้โอกาสจากช่องว่างดังกล่าวในการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย
2) ก่อนเริ่มการค้าขายกัน จำเป็นต้องตรวจสอบคู่ค้าดูเสียก่อน ซึ่งอาจสอบถามผ่านหน่วยงานภาครัฐไทยในต่างประเทศที่ประจำอยู่ในเมือง/มณฑลนั้นๆ (สถานกงสุลใหญ่ สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ) หรือภาครัฐจีนที่เกี่ยวข้อง (สภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือ CCPIT สำนักงานบริหารอุตสาหกรรมและการพาณิชย์ หรือ Administrator for Industry and Commerce)
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=461&ELEMENT_ID=12419
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
