กว่างซีชงขึ้นเงินเดือน “พนักงานออฟฟิศ” เพดานสูงสุด 18%
กว่างซีชงขึ้นเงินเดือน “พนักงานออฟฟิศ” เพดานสูงสุด 18%

เว็บไซต์ข่าวกว่างซี : ทางการกว่างซีได้ประกาศ เกณฑ์อ้างอิงการปรับขึ้นเงินเดือนพนักงานลูกจ้างประจำปี 57 ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการส่งเสริมและยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของชาวกว่างซี

กรมทรัพยากรมนุษย์และหลักประกันสังคมเขตฯ กว่างซีจ้วง (
Guangxi Human Resources and Social Security Department, 广西人力资源和社会保障厅) จะมีการปรับปรุงและประกาศใช้เกณฑ์ดังกล่าวตามความเหมาะสมเป็นประจำทุกปี

ทั้งนี้ กรมฯ จะดำเนินการพิจารณาประเมินผลภาวะเศรษฐกิจและสังคม ภาวะเงินเฟ้อ ผลิตภาพแรงงาน
(Labor Productivity) รายได้เฉลี่ยของพนักงานลูกจ้างของปีก่อน รวมถึงเป้าหมายแผนพัฒนาเศรษฐกิจประจำปีนั้น ๆ เป็นองค์ประกอบหลัก

ขณะเดียวกัน ยังมีการนำปัจจัยอื่นมาประกอบการพิจารณา อาทิ สถานการณ์การจ้างงานโดยรวม ต้นทุนแรงงานวิสาหกิจ
(Labor Cost) และผลประการการธุรกิจ (Benefit) เป็นต้น

ตามประกาศฯ นายจ้าง
(บริษัทเอกชน สมาคม รัฐวิสาหกิจ) สามารถพิจารณาปรับขึ้นเงินเดือนให้แก่พนักงานลูกจ้างตามสภาพผลประกอบการธุรกิจ สำหรับปี 57 มีเกณฑ์อ้างอิงโดยเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 11 แต่ไม่เกินร้อยละ 18 และควรคงอัตราเงินเดือนเดิมของพนักงานลูกจ้างไว้ในกรณีที่กิจการไม่มีผลกำไร

หากเปรียบเทียบกับเกณฑ์อ้างอิงฯ ปีก่อน (ปี 56) พบว่า เกณฑ์อ้างอิงโดยเฉลี่ยและเกณฑ์อ้างอิงสูงสุดมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย (ร้อยละ 1 จุด) กล่าวคือ ปี 56 เกณฑ์อ้างอิงโดยเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 12 และเกณฑ์สูงสุดต้องไม่เกินร้อยละ 19

BIC ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน รัฐบาลหลายมณฑลในจีนได้เริ่มทยอยประกาศเกณฑ์อ้างอิงฯ ในมณฑลของตนแล้ว เกณฑ์โดยเฉลี่ยของเขตฯ ซินเจียงอุยกูร์ และมณฑลเหอหนานมีการปรับขึ้นมากที่สุดที่ร้อยละ 15 ขณะที่เกณฑ์โดยเฉลี่ยของมณฑลกวางตุ้งมีการปรับขึ้นน้อยที่สุดที่ร้อยละ 9

ช่วงหลายปีมานี้ สภาวะทางเศรษฐกิจและสังคมของเขตฯ กว่างซีจ้วงมีการเติบโตอย่างรวดเร็วจากหลายปัจจัย อาทิ การอัดฉีดเม็ดเงินลงทุนของภาครัฐ การไหลเข้าของเงินทุนเอกชนจากนอกมณฑล และการกระตุ้นอุปสงค์ภายใน

ปัจจัยข้างต้นมีส่วนส่งผลให้ระดับค่าครองชีพในท้องถิ่นปรับตัวเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น ทางการจึงจำเป็นต้องสร้างความสมดุลให้กับระบบเศรษฐกิจและสังคม โดยกลไกเงินเดือนถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยสร้างความสมดุลให้กับระบบเศรษฐกิจ และนำพากว่างซีเข้าสู่
สังคมเสี่ยวคัง (สังคมกินดีอยู่ดี)

สำหรับการเข้ามาลงทุนในกว่างซี (จีนแผ่นดินใหญ่) ของนักลงทุนไทยจะต้องเตรียมความพร้อมและปรับตัวให้เข้ากับกลไกบริหารจัดการภาครัฐ กฎระเบียบที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยครั้ง และต้นทุนประกอบการที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

แม้ว่าจีนในวันนี้จะผ่านพ้น
ยุคของถูก ค่าแรงถูก ไปแล้ว แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่า...การเป็นตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ การมีเทคโนโลยีอันทันสมัย และการมีแรงงานฝีมือจำนวนมาก ยังเป็น โอกาส สำหรับนักลงทุนต่างประเทศได้ไม่น้อย

13 ตุลาคม 2557
แหล่งข้อมูล: เว็บไซต์ http://www.gxnews.com.cn (广西新闻网) ประจำวันที่ 10 ตุลาคม 2557
โดย: นายกฤษณะ สุกันตพงศ์

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ