
เชื่อว่า…ผู้ค้าทุกคนคงไม่อยากพบประสบเหตุ ‘การฉ้อโกง’ ในการทำการค้าระหว่างประเทศ(กับจีนแผ่นดินใหญ่) อย่างเช่นในกรณีที่ได้รับสินค้าไม่ตรงตามรายละเอียดที่สั่งซื้อ หรือจำนวนไม่ตรงตามที่สั่งซื้อ แถมคู่ค้ายังปฏิเสธความรับผิดชอบ หรือหายตัวเข้ากลับเมฆ
แต่เมื่อเกิดปัญหาขึ้นแล้วเราควรจะทำอย่างไร???
เมื่อเร็วๆ นี้ ศูนย์ BIC หนานหนิง ได้อ่านเจอข่าวคอลัมน์หนึ่งบนหน้าเว็บไซต์ข่าว bh.chinanews.com เกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ CIQ ในท่าเรือเมืองฝางเฉิงก่างของกว่างซีได้ตรวจสอบพบปัญหาน้ำตาลดิบที่นำเข้าจากประเทศไทย ‘น้ำหนักขาด’ ไม่ตรงตามใบสั่งซื้อคิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 1.3 แสนดอลลาร์สหรัฐ โดยเจ้าหน้าที่ CIQ ชี้ว่า สาเหตุที่ “น้ำหนักขาด” เกิดขึ้นจากการขนถ่ายสินค้าลงเรือ ณ ท่าเรือต้นทาง (ที่ประเทศไทย)
สินค้าที่ตรวจพบปัญหามีจำนวน 2 ล็อต โดยสินค้าล็อตหนึ่งระบุน้ำหนักสินค้า 12,000 ตัน น้ำหนักขาดสุทธิ 93.4 ตัน (คิดเป็นร้อยละ 7.8) ส่วนสินค้าอีกล็อตแสดงน้ำหนัก 12,028 ตัน น้ำหนักขาดสุทธิ 235.1 ตัน (คิดเป็นร้อยละ 19.5)
ทั้งนี้ สำนักงาน CIQ ได้ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ค้า(ฝั่งจีน) โดยการออกเอกสารหลักฐานยืนยันน้ำหนักสินค้า ณ ท่าเรือปลายทาง เพื่อใช้เป็นหลักฐานเรียกร้องค่าชดเชยความเสียหายกับคู่ค้าต้นทาง (ฝ่ายไทย)
นอกจากนี้ สำนักงาน CIQ ยังได้แจ้งเตือนด่านท่าเรือแห่งอื่นๆ ทั่วประเทศจีนให้เฝ้าระวังปัญหา “น้ำหนักขาด” ของน้ำตาลดิบดิบที่นำเข้าจากประเทศไทย และให้คำแนะนำกับผู้ค้า(ฝั่้งจีน)เกี่ยวกับเนื้อหาในสัญญาซื้อขาย โดยการระบุเงื่อนไข “ใช้ผลการตรวจสอบน้ำหนักสินค้าที่ขนถ่าย ณ ท่าเรือปลายทางเป็นผลสิ้นสุดสมบูรณ์” เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนเอง
ในทางกลับกัน!!! วันนี้ BIC มีคำแนะนำเบื้ืองต้นมาฝากสำหรับผู้ประกอบการนำเข้าจากจีน เกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติเบื้องต้น เมื่อเจอปัญหาเช่นเดียวกับกรณีข้างต้นในฝั่งไทย (โดยหลักใหญ่ใจความสามารถนำมาปรับใช้กับการนำเข้าในฝั่งจีนได้เช่นกัน)
1. ติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเก็บหลักฐาน เช่น บริษัท Inspection ที่มีความน่าเชื่อถือ หรือกรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กรมศุลกากรประจำท่าเรือ เพื่อทำการตรวจสอบและออกเอกสารรับรองรายละเอียดของสินค้า(เจ้าปัญหา)
ในกรณีที่ตรวจพบความผิดปกติของสินค้าในระหว่างที่ผ่านพิธีการนำเข้าสินค้า ณ ท่าเรือในประเทศไทย สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรที่ประจำท่าเรือ เพื่อออกบันทึกแสดงเป็นหลักฐานรายละเอียดสินค้าตามที่ปรากฏจริง ซึ่งสามารถใช้อ้างอิงต่อการดำเนินการขั้นต่อไปได้ เช่น การแจ้งความ การยื่นฟ้องร้องศาล เป็นต้น
2. เร่งติดต่อคู่ค้าผ่านทุกช่องทาง เพื่อแจ้งปัญหาที่เกิดขึ้นในโอกาสแรก เพื่อดำเนินการไกล่เกลี่ยต่อรอง พร้อมทั้งหาข้อสรุปของปัญหาที่เกิดขึ้นร่วมกัน โดยยึดตามข้อตกลงใน ‘สัญญาทางการค้า’ ที่ได้ทำร่วมกัน
ในกรณีที่ไม่เป็นผลหรือคู่ค้าหายตัวไป ผู้รับสินค้าต้องรวบรวมเอกสารทั้งหมด (รวมถึงข้อ 1) สำหรับใช้เป็นข้อมูลในการเข้าแจ้งความกับสถานีตำรวจไทย (และจีน) เพื่อลงบันทึกว่าสินค้าที่ได้รับมาเป็นไปตามเอกสารการตรวจสอบที่ปรากฏจริง และได้รับความเสียหายจากการฉ้อโกงทางการค้า
3. ขอรับคำแนะนำและความช่วยเหลือจากหน่วยงานด้านการค้าของไทยในจีน กล่าวคือ สำนักงานพาณิชย์ ณ กรุงปักกิ่ง (http://www.thaicombj.org.cn) และสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สคร.) ภายใต้สังกัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งอาจสามารถช่วยติดต่อประสานงานกับหน่วยงานจีนที่เกี่ยวข้องตามแต่ละกรณี
ทั้งนี้ สำนักงานฯ จะแบ่งเขตความรับผิดชอบตามแต่ละมณฑลของจีน ซึ่งสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเกี่ยวกับเขตความรับผิดชอบในแต่ละพื้นที่ได้ที่ เว็บไซต์ http://www.thaitradechina.cn/en
4. พิจารณาจัดจ้างสำนักงานกฎหมายในจีน เพื่อให้คำแนะนำหรือช่วยเจรจาไกล่เกลี่ยกับคู่ค้า ตลอดจนช่วยดำเนินเรื่องแจ้งความกับตำรวจจีนในพื้นที่ หรือดำเนินการยื่นฟ้องร้องต่อศาลท้องถิ่นต่อไป (ในกรณีที่ไม่สามารถยอมความกันได้)
ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายชื่อสำนักงานกฏหมายในพื้นที่ได้โดยตรงที่ฝ่ายกฏหมายของสภาส่งเสริมการค้าและการลงทุนจีน (China Council for the Promotion of International Trade: CCPIT) ประจำท้องถิ่นนั้นๆ หรือที่เว็บไซต์รวบรวมรายชื่อสำนักงานกฏหมายในจีนที่มีบริการสำหรับธุรกิจต่างชาติ http://www.lawtime.cn (เว็บไซต์ในหน้าย่อยคดีด้านการค้าระหว่างประเทศ ที่รวบรวมรายชื่อทนายความด้านการค้าระหว่างประเทศโดยตรง)
ข้อแนะนำเพิ่มเติม.. เพื่อป้องกันหลีกเลี่ยงปัญหาข้างต้น ผู้ซื้ออาจ (1) พิจารณาจ้างบริษัทตรวจสอบสินค้า (Inspector) ก่อนสินค้าบรรจุลงตู้คอนเทนเนอร์ และ (2) จัดทำสัญญาการค้าที่ระบุครอบคลุมถึงเงื่อนไขความรับผิดสำหรับกรณี สินค้าไม่ตรงตามที่สั่งซื้อไว้อย่างละเอียดถี่ถ้วน
บทความดี ๆ
- เตือนภัยธุรกิจไทยในจีน “ช็อก!! พลาดทีเสียท่า.. ได้รับสินค้าไม่ตรงตามสั่งซื้อ (ชี้ปัญหา.. ชี้ข้อสังเกต.. ชี้แนวทางแก้ไข)” โดยศูนย์ BIC นครเซี่ยงไฮ้
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=461&ELEMENT_ID=14835
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
