
นครเฉิงตู เมืองเอกของมณฑลเสฉวน ดินแดนที่ผู้คนทั่วไปต่างรู้จักกันในนามของ “บ้านเกิดหมีแพนด้า” “งิ้วเปลี่ยนหน้ากาก” และ “สุกี้หม้อไฟเลิศรส” ที่หลายปีมานี้มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างก้าวกระโดด โดยการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากรัฐบาลกลางภายใต้ยุทธศาสตร์ระดับชาติ เพื่อยกระดับความเจริญเติบโตในสังคมและลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจระหว่างเมืองและชนบท พร้อมกับการพยายามปลุกปั้นนครเฉิงตูให้กลายเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและได้รับการยอมรับจากทั่วโลก
นายหวง ซินชู เลขาธิการพรรคคอมพิวนิสต์นครเฉิงตู กล่าวว่า “การย้ายถิ่นฐานของเขตอุตสาหกรรมที่สำคัญเข้าสู่นครเฉิงตูและการเปลี่ยนทิศทางการลงทุนสู่พื้นที่จีนตอนใน เป็นปัจจัยสำคัญต่อการเปิดโอกาสให้นครเฉิงตูเรียนรู้และสัมผัสกับประเทศนานาชาติมากขึ้น”
“รัฐบาลนครเฉิงตูวางแผนพัฒนาการเศรษฐกิจครอบคลุมทุกด้าน โดยเน้นการสานสัมพันธ์ด้านความร่วมมือและสร้างเครือข่ายทั่วโลก เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ในการขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางเศรษฐกิจโลก และเป็นดินแดนปลายทางแห่งการลงทุนที่พร้อมด้วยศักยภาพรองรับการ “ก้าวเข้ามา” ของยักษ์ใหญ่ด้านอุตสาหกรรมจากทั่วโลก”
การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องของนครเฉิงตู ทำให้บริษัทชั้นนำของโลกต่างให้ความสนใจและตระหนักถึงศักยภาพด้านการลงทุน โดยยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตชิปคอมพิวเตอร์สัญชาติอเมริกัน “อินเทล” (INTEL) เป็นเจ้าแรกที่ก้าวเข้ามาจัดตั้งโรงงานการผลิตที่นครเฉิงตูเมื่อปี 2546 ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นแม่เหล็กดึงดูดชักชวนบริษัทชั้นนำรายอื่นๆ ทยอยเข้ามาลงทุนในดินแดนแห่งนี้
|
![]() |
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ปัจจุบัน นครเฉิงตูได้กลายเป็นแหล่งรวมตัวของบริษัทชั้นนำของโลก โดยเดือน ก.ย.57 บริษัท TOP 500 ของโลก (Fortune 500) ได้เข้ามาลงทุนในนครเฉิงตูแล้วจำนวน 255 บริษัท อาทิ อินเทล (INTEL), เดลล์ (DELL), เลอโนโว (LENOVO), วอลโว่ (VOLVO) และ DHL เป็นต้น
จากรายชื่อบริษัทชั้นนำดังกล่าว ส่วนใหญ่เป็นผู้นำการผลิตชิปคอมพิวเตอร์และสินค้าไอที ซึ่ง 2 ใน 3 ของไอแพดที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลกนั้น ล้วนเป็นผลผลิตที่เกิดขึ้นจากนครเฉิงตู
สำหรับ DHL ยักษ์ใหญ่โลจิสติกส์สัญชาติเยอรมัน ก็ได้เข้ามาขยายกิจการโดยก่อตั้ง “สำนักงานใหญ่โลจิสติกส์ DHL” ขึ้นในนครเฉิงตูเมื่อปี 2555
นายโจว อิ้น ผู้จัดการใหญ่บริษัท DHL ภูมิภาคจีน มองว่า “นครเฉิงตู นับเป็นตลาดเกิดใหม่ที่มีศักยภาพการลงทุนสูง ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ DHL อย่างมาก ดังนั้น นครเฉิงตูจึงเป็นตัวเลือกแรกสำหรับการลงทุนในระยะยาว”
นอกจากนี้เมื่อ ก.พ.57 ที่ผ่านมา บริษัท DHL ได้ลงนามความตกลงกับศูนย์ไปรษณีย์ด่วนพิเศษระหว่างประเทศของนครเฉิงตู เพื่อขยายความร่วมมือธุรกิจอุตสาหกรรมบริการไปรษณีย์และโลจิสติกส์ พร้อมกับวางแผนขยายสำนักงานฯ ให้มีขนาดใหญ่ประมาณ 2,000 ตร.ม.เพื่อเพิ่มความสามารถในการรองรับการขนส่งสินค้าให้ได้มากถึง 8,000 ตัน/ปี
นายอู๋ ตงหมิง รองประธานบริหารบริษัท DHL ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “บริษัทฯ วางแผนที่จะสร้างศูนย์บริการ DHL แบบครบวงจรที่สามารถเชื่อมโยงเครือข่ายทั่วโลกขึ้นในนครเฉิงตู พร้อมกับเตรียมการที่จะเจาะตลาดจีนตะวันตกอย่างเต็มตัวในอนาคต”
พัฒนาการด้านโลจิสติกส์ของนครเฉิงตู
ปัจจุบัน อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ ถือเป็นกลไกสำคัญต่อการยกระดับทางเศรษฐกิจของทุกเมือง เป็นตัวกลางที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการคมนาคมขนส่งและติดต่อเชื่อมโยงกับโลกภายนอก โดยเฉพาะนครเฉิงตูที่กำลังเร่งพัฒนาทางเศรษฐกิจจึงให้ความสำคัญเป็นอย่างมากในการยกระดับระบบโลจิสติกส์ให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น
|
|
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
“นโยบายการพัฒนานครเฉิงตู ให้ความสำคัญและมุ่งเน้นพัฒนาด้านการคมนาคมขนส่งเป็นอันดับแรก ซึ่งเราต้องการที่จะผลักดันให้นครเฉิงตูเปลี่ยนจากการเป็นศูนย์กลางการคมนาคมภายในประเทศเป็นศูนย์กลางการคมนาคมระหว่างประเทศ” นายหวง ซินชู เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์นครเฉิงตู กล่าว
ย้อนไปเมื่อวันที่ 11 มิ.ย 57 ที่ผ่านมา ยูไนเต็ดแอร์ไลน์ สายการบินของสหรัฐฯ ได้เปิดให้บริการเที่ยวบินตรงระหว่างนครเฉิงตูและเมืองซานฟรานซิสโกแล้ว นับเป็นเที่ยวบินตรงเส้นแรกจากสหรัฐฯ สู่จีนตะวันตก และเป็นเส้นที่ 3 ในจีนต่อจากกรุงปักกิ่งและนครเซี่ยงไฮ้
ขณะเดียวกัน สายการบินบริติชแอร์เวย์ยังได้เพิ่มจำนวนเที่ยวบินตรงเฉิงตู-ลอนดอนจากเดิมสัปดาห์ละ 3 เที่ยวบินเป็น 5 เที่ยวบินเมื่อเดือน พ.ค.57 (หลังจากเปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อปลายปี 2556) ซึ่งถือว่าเป็นเส้นทางการบินตรงสายแรกจากจีนตะวันตกสู่ประเทศอังกฤษ
จากสถิติพบว่า ปี 2556 ท่าอากาศยานนานาชาติซวงหลิวนครเฉิงตู รองรับนักท่องเที่ยวมากถึง 33,440,000 ราย เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมากว่า 2 ล้านคน และจัดเป็นศูนย์กลางการบินที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 4 ของจีน รองจากกรุงปักกิ่ง นครเซี่ยงไฮ้และนครกว่างโจว
ณ เดือน ก.ย.57 ท่าอากาศยานนานาชาติซวงหลิวนครเฉิงตู มีเส้นทางการบินทั้งในและระหว่างประเทศทั้งสิ้น 231 เส้นทาง โดยเป็นเส้นทางการบินระหว่างประเทศ 74 เส้นทางใน 65 เมืองทั่วโลก และเส้นทางการบินภายในประเทศ 157 เส้นทางใน 108 เมืองทั่วจีน และในเร็วๆ นี้ ยังมีโครงการเปิดให้บริการเส้นทางการบินตรงระหว่างประเทศอีกหลายเส้นทาง อาทิ เฉิงตู-ปารีส,
เฉิงตู-ดูไบ และเฉิงตู-มอสโก ฯลฯ
|
|
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
นอกจากนี้ ด้านโลจิสติกส์ระบบรางของนครเฉิงตูยังได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน นคร
เฉิงตูมีโลจิสติกส์ระบบรางที่เชื่อมโยงไปถึงยุโรป ซึ่งเป็นขบวนรถไฟขนส่งสินค้าที่มีจุดเริ่มต้นจากนครเฉิงตู ปลายทางที่เมืองลอดซ์ (Lodz) ประเทศโปแลนด์ รวมระยะทางทั้งสิ้น 9,826 กม.สำหรับสินค้าขนส่งไปยุโรปที่สำคัญได้แก่ คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อะไหล่รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และเสื้อผ้า
“รถไฟสายเฉิงตู-ลอดซ์” ได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย.56 เส้นทางขนส่งสายนี้เสมือนกับเป็นการย้อนรอย “เส้นทางสายไหม” ซึ่งเป็นเส้นทางเศรษฐกิจในสมัยโบราณ เมื่อราว 2,000 กว่าปีก่อน โดยกลุ่มคาราวานพ่อค้าจีนอาศัยเส้นทางดังกล่าวขนส่งสินค้าจากจีนไปจำหน่ายยังประเทศในยุโรป
นายเฉิน จงเหว่ย ผู้อำนวยการบริษัทโลจิสติกส์เฉิงตู กล่าวว่า “รถไฟขนส่งสินค้าสายเฉิงตู-ยุโรปเส้นนี้ มีความรวดเร็วและมีขบวนขนส่งที่บ่อยครั้งที่สุด ในบรรดาขบวนรถไฟขนส่งสินค้าจากจีนสู่ยุโรป”
การขนส่งสินค้าระบบรางเส้นทางเฉิงตู-ลอดซ์ ใช้ระยะเวลาการขนส่งเพียง 14 วัน ประหยัดเวลากว่าการขนส่งทางทะเลสู่ทวีปยุโรปถึง 2 เท่าและมีค่าใช้จ่ายเพียง 1/4 ของการขนส่งทางอากาศ ซึ่งเมื่อขบวนรถไฟดังกล่าวมาถึงสถานีเมืองลอดซ์ และภายใน 1-3 วันก็จะทำการขนถ่ายสินค้า “เมดอินไชน่า” เพื่อส่งต่อไปยังหลายประเทศปลายทางในกลุ่มยุโรป อาทิ กรุงลอนดอน กรุงปารีส กรุงเบอร์ลิน และกรุงโรม โดยระบบรางต่อไป
รัฐบาลนครเฉิงตู ตั้งเป้าหมายไว้ว่าภายในครึ่งปีหลังของปี 2557 จะมีขบวนขนส่งสินค้าจากยุโรปเที่ยวกลับสู่นครเฉิงตูเป็นขบวนแรก และจะย่นระยะเวลาการขนส่งจากเดิม 14 วัน ให้น้อยลงเหลือเพียง 12 วัน รวมทั้งจะเพิ่มจำนวนขบวนรถไฟขนส่งในช่วงพีคเป็นสัปดาห์ละ 2 ครั้ง
นายเฉิน จงเหว่ย กล่าวเสริมว่า “รถไฟสายเฉิงตู-ลอดซ์” เสมือนเป็นการพลิกโฉมบทบาทการขนส่งระหว่างประเทศจากเดิมที่อาศัยการขนส่งทางน้ำเป็นหลัก เปลี่ยนมาเป็นการขนส่งทางรถไฟ ทำให้เ้ห็นว่า จุดบอดในเรื่องที่ตั้งของนครเฉิงตูที่ไม่มีพื้นที่ติดต่อกับทะเล ไม่ได้สร้างปัญหาในการพัฒนาและยกระดับด้านโลจิสติกส์ของนครเฉิงตูแต่อย่างใด
![]() |
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
จะเห็นได้ว่า รัฐบาลนครเฉิงตูมีความพยายามและมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะในด้านโลจิสติกส์ที่เป็นพื้นฐานสำคัญและมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาสู่สากล ตลอดจน การเปิดกว้างอย่างเสรีในการติดต่อสื่อสารกับต่างประเทศ เป็นการสร้างโอกาสการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและขยายช่องทางของความร่วมมือในด้านการค้าและการลงทุน เพื่อเป็นบันไดสานฝันให้ “นครเฉิงตู” ดินแดนศักยภาพแห่งจีนตะวันตก ก้าวไปสู่การเป็น “ศูนย์กลางนานาชาติแห่งแดนมังกร” ในอนาคตอันใกล้นี้
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=469&ELEMENT_ID=14871
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน




