
ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา จีนและชาติอาเซียนเจรจาในการยกระดับเขตการค้าเสรีเป็นรอบแรก โดยเนื้อหาสำคัญมุ่งไปที่ด้านการค้าสินค้า การบริการ การลงทุน และถกเถียงกันในประเด็นที่กำลังเป็นปัญหา โดยการเจรจาการค้ากับแต่ละประเทศนั้น จะมีการปรับเปลี่ยนให้ยืดหยุ่นตามความแตกต่างของแต่ละพื้นที่และระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ
ในปี 2553 CAFTA กลายเป็นเขตการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดจากบรรดาประเทศที่กำลังพัฒนา โดยมีประชากรถึง 1.9 พันล้านคน ประเทศสมาชิกต่างมีช่องว่างและศักยภาพในการพัฒนาเศรษฐกิจได้อีกมากนายกรัฐมนตรีหลี่เค่อเฉียงตั้งเป้าปี 2563 มูลค่าการค้าของทั้งสองฝ่ายจะขยายตัวถึง 1 ล้านล้านดอลลาห์สหรัฐโดยจีนจะพยายามผลักดันอย่างเต็มที่เพื่อให้บรรลุเป้า
กลุ่มความตกลงพันธมิตรทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ RCEP (Regional Comprehensive Economic Partnership)ประกอบด้วยชาติสมาชิกจากอาเซียน 10 ประเทศ จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ หรือกลุ่มประเทศASEAN+6 โดยเริ่มการเจรจาอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2555ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา และมีการเจรจาร่วมกันทั้งหมด 5 ครั้งในช่วงเวลาที่ผ่านมาซึ่งเนื้อหาหลักของการเจรจาอยู่ที่การวางกรอบความร่วมมือเรื่องสินค้า การลงทุนและการบริการ รวมไปถึงข้อกำหนดรอบด้านในการสนับสนุนการค้าระดับภูมิภาค ซึ่งเป็นระบบการค้าเสรีที่ใช้กฎระเบียบเดียวกันของภาคีทั้งหมด 16ประเทศ
วันที่ 13 พฤศจิกายนที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีหลี่เค่อเฉียงได้กล่าวในการประชุมสุดยอดผู้นำเอเชียตะวันออก (East Asia Summit: EAS) ครั้งที่ 9ณ ประเทศเมียร์มาร์ว่าจะผลักดันให้การเจรจา RCEP สิ้นสุดลงก่อนปลายปี 2558 ซึ่งสอดคล้องกับประเทศสมาชิกอื่นที่ต้องการให้การเจรจานี้บรรลุเป้าหมายพร้อมกับการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปลายปีหน้า
จีนเป็นคู่ค้าใหญ่สุดของอาเซียน ส่วนอาเซียนเป็นคู่ค้าอันดับสามของจีน ในปี 2556 มูลค่าการค้าของทั้งสองฝ่ายอยู่ที่ 443.61 พันล้านดอลลาห์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 11% จากปี 2555 เมื่อมองตัวเลขการค้าในปัจจุบันเทียบกับตัวเลขเป้าหมายของจีน จะเห็นได้ว่าจีนมีความเชื่อมั่นในการร่วมมือกันทางภูมิภาคอย่างสูง
การเจรจาเพื่อเป็นกรอบของเงื่อนไขการค้าในอนาคต จะช่วยให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้นและที่สำคัญผู้ค้าจากแต่ละประเทศจะได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุดจากการเปิดเขตการค้าเสรี
แต่ในอีกทางหนึ่ง ควรตระหนักด้วยว่า จะมีผู้แข่งขันเพิ่มมากขึ้นในตลาด ดังนั้น หากท่านเตรียมพร้อมแต่แรก ผนึกพันธมิตรและหาช่องทางการค้า-การลงทุนใหม่ๆเสมอ ย่อมมีโอกาสและศักยภาพที่พร้อมจะแข่งขันในตลาดระดับภูมิภาคที่ใกล้จะเปิดขึ้นในเร็ววัน
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=576&ELEMENT_ID=14891
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
