เกษตรไทยพร้อมไหม? กว่างซีต้องการนำเข้าพืชน้ำมันและมันสำปะหลังเพิ่มขึ้น
เกษตรไทยพร้อมไหม? กว่างซีต้องการนำเข้าพืชน้ำมันและมันสำปะหลังเพิ่มขึ้น

สำนักข่าวซินหัว : วิสาหกิจในกว่างซีมีแนวโน้มความต้องการนำเข้าสินค้าเกษตรในกลุ่ม ธัญพืช (Grain) เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะถั่วเหลือง เมล็ดเรป และมันสำปะหลัง

ปัจจุบัน การนำเข้าธัญพืชของกว่างซีมีการพัฒนาสู่ความหลากหลายมายิ่งขึ้น นอกเหนือจากเดิมที่มีการนำเข้าเฉพาะถั่วเหลือง มาในวันนี้กว่างซีมีการนำเข้าเมล็ดเรป มันสำปะหลังแห้ง (มันเส้น/แผ่น) ข้าวเกาเหลียง ข้าวโพด ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ข้าวโอ๊ต และถั่วลันเตา เป็นต้น

จากข้อมูลพบว่า ช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา กว่างซีมียอดการนำเข้าธัญพืชมากกว่า 8 ล้านตัน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 10 ของปริมาณการนำเข้าทั้งประเทศ ในจำนวนนี้ เป็นการนำเข้าถั่วเหลือง และเมล็ดเรป (Rape seed) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 10 และ 40 ของทั้งประเทศ[*]

เป็นผลมาจากการเข้ามาลงทุนจัดตั้งโรงงานเพิ่มมากขึ้นของบริษัทผู้ผลิตน้ำมันพืช ผู้ผลิตอาหารสัตว์ผู้ผลิตแอลกอฮอล์ รวมถึงผู้นำเข้า (Supplier) เพื่อจัดส่งวัตถุป้อนสู่โรงงานเหล่านี้ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในบริเวณท่าเรือรอบอ่าวเป่ยปู้ (อ่าวตังเกี๋ย)

กอปรกับกำลังการผลิตภายในประเทศไม่สามารถตอบสนองความต้องการ ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบในประเทศมีราคาสูงกว่าในตลาดต่างประเทศ

จากข้อมูลพบว่า ทั่วกว่างซีมีโรงงานแปรรูปและโกดังธัญพืชนำเข้าที่ได้รับขึ้นทะเบียนจากหน่วยงานภาครัฐแล้ว จาก 14 รายในปี 2555 เพิ่มขึ้นเป็น 94 รายในปัจจุบัน มีกำลังการผลิตรวมมากกว่าปีละ 14 ล้านตัน มูลค่าการผลิตมากกว่า 50,000 ล้านหยวน และสร้างเม็ดเงินภาษีให้กับภาครัฐมากกว่า 3,000 ล้านหยวน

ตามรายงาน สำนักงาน
CIQ ได้ให้ความช่วยเหลือวิสาหกิจในการขึ้นทะเบียนเป็นผู้มีสิทธินำเข้าธัญพืชผ่านด่านในเขตฯ กว่างซีจ้วงอย่างเต็มที่ เพื่อลดภาระให้กับวิสาหกิจจากปัญหาต้นทุนวัตถุดิบในประเทศที่มีราคาสูง และช่วยให้สายการผลิตสามารถดำเนินได้อย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่า เขตฯ กว่างซีจ้วงเป็น
ฐานการนำเข้าพืชน้ำมันเพื่อการแปรรูปน้ำมันพืชที่สำคัญของประเทศจีน

 เนื่องจากธัญพืชมีรอบการเจริญเติบโตที่ค่อนข้างยาว กระบวนการทำความสะอาดและคัดแยกสิ่งเจือปนออกจากเมล็ดพืชหลังการเก็บเกี่ยวเป็นไปแบบลวกๆ ทำให้การนำเข้าธัญพืชในปริมาณที่มากมีความเสี่ยงสูงในการนำโรคและแมลงศัตรูพืชที่เป็นภัยคุกคามต่อระบบนิเวศในประเทศ

ด้วยเหตุนี้ สำนักงานควบคุมคุณภาพตรวจสอบและกักกันโรคแห่งชาติจีน (AQSIQ) จึงได้นำมาตรการกำหนดสิทธิการนำเข้าธัญพืชของด่านต่างๆ มาใช้เพื่อควบคุมป้องกันปัญหาข้างต้น ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ เพิ่งมีการประกาศรายชื่อด่านท่าเรือและด่านทางบกที่ได้รับสิทธินำเข้าธัญพืช (ชุดแรก) จำนวน 58 แห่งใน 18 มณฑลทั่วประเทศจีน

สำหรับเขตฯ กว่างซีจ้วง มีด่านนำเข้าใน 3 เมืองที่ได้รับการอนุมัติแล้ว ได้แก่

(1) ด่านท่าเรือเมืองชินโจว มีจุดตรวจ 3 แห่ง คือ จุดตรวจท่าเรือ COFCO (中粮码头查验点) จุดตรวจเล่อโกว (Legou Checkpoint, 勒沟查验点) และจุดตรวจต้าหล่านผิง (Dalanping Checkpoint, 大榄坪查验点)

(2) ด่านท่าเรือเมืองฝางเฉิงก่าง มีจุดตรวจ 1 แห่ง คือ จุดตรวจด่านท่าเรือฝางเฉิงก่าง (Fangchenggang Port Checkpoint, 防城港码头查验点) หนึ่งในด่านนำเข้าธัญพืชที่สำคัญของประเทศจีน แต่ละปีมีปริมาณการนำเข้ามากกว่า 5 ล้านตัน ธัญพืชที่มีการนำเข้าจำนวนมาก อาทิ ถั่วเหลือง เมล็ดชาน้ำมัน ข้าวสาลี ข้าวโพด ถั่วลันเตา ข้าวฟ่าง แผ่น/เส้นมันสำปะหลังอบแห้ง

และ (3) ด่านท่าเรือ(แม่น้ำ)เมืองอู๋โจว มีจุดตรวจ 1 แห่ง คือ จุดตรวจท่าเรือหลี่เจียจวง (Lijiazhuang Port Checkpoint, 李家庄码头查验点)

นายป่าว หลี หมิง (Bao Li Ming, 包黎明) รองหัวหน้าฝ่ายตรวจสอบกักกันโรคพืชและสัตว์ สำนักงาน CIQ กว่างซี ให้ข้อมูลว่า ด่านนำเข้าแห่งอื่นๆ ในกว่างซี ซึ่งครอบคลุมด่านท่าเรือเมืองเป๋ยไห่ และด่านทางบกหลายแห่งในอำเภอระดับเมืองผิงเสียง อยู่ระหว่างดำเนินการปรับปรุงพัฒนาระบบการตรวจสอบและกักกันโรคของด่านตนเอง เพื่อขอรับการอนุมัติสิทธิการนำเข้าธัญพืชจากต่างประเทศชุดที่ 2 จากส่วนกลางในต้นปีหน้า

 

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

[*]รายการสินค้า ธัญพืช ที่กว่างซีมีความต้องการนำเข้ามากที่สุด 3 อันดับแรกในช่วง 10 เดือนแรกปีนี้ ได้แก่

ถั่วเหลือง
มีการนำเข้าแล้ว 6.06 ล้านตัน (สัดส่วนร้อยละ 10 ของทั้งประเทศ) คิดเป็นมูลค่า 3,438 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แหล่งนำเข้าหลักมาจากประเทศบราซิล สหรัฐอเมริกา และอุรุกวัย
เมล็ดเรป
มีการนำเข้าแล้ว 1.21 ล้านตัน (สัดส่วนร้อยละ 40 ของทั้งประเทศ) คิดเป็นมูลค่า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แหล่งนำเข้าหลักมาจากประเทศออสเตรเลีย และแคนาดา
มันสำปะหลังอบแห้ง
มีการนำเข้าแล้ว 5 แสนตัน คิดเป็นมูลค่า 110 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แหล่งนำเข้าหลักมาจากประเทศเวียดนาม และไทย

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- รัฐบาลกลางไฟเขียว ‘3 เมืองท่าของกว่างซี เปิดสิทธินำเข้าธัญพืช (Grain) (21 ต.ค. 2557)
-
กว่างซีเตรียมขึ้นแท่น ด่านนำเข้าข้าวที่สำคัญของประเทศจีน (27 ต.ค. 2557)

25 พฤศจิกายน 2557
แหล่งข้อมูล: เว็บไซต์ www.gx.xinhuanet.com (广西新华网) และเว็บไซต์ www.gxnews.com.cn (广西新闻网) ประจำวันที่ 20 พฤศจิกายน 2557
โดย: นายกฤษณะ สุกันตพงศ์

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ