จีนเชื้อเชิญต่างชาติร่วมลงทุนในธุรกิจเพื่อผู้สูงอายุ

วันอังคารที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์จีนร่วมกับกระทรวงกิจการพลเรือน ประกาศเชิญชวนต่างชาติลงทุนในภาคการดูแลเพื่อผู้สูงอายุ (China’s elder care sector) ทั้งในรูปแบบจัดตั้งเองทั้งหมด หรือร่วมทุนกับผู้ประกอบการ องค์กรหรือหน่วยงานของจีน โดยนักลงทุนต่างชาติจะได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมในการปรับโครงสร้างของสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะ ในการดูแลผู้สูงอายุ นอกจากนี้ยังได้รับข้อยกเว้นทางภาษี และค่าใช้จ่ายในการบริหารเช่นเดียวกับที่นักลงทุนจีนได้รับ โดยเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2558 นี้

นับเป็นครั้งแรกในประเทศจีนที่อนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติ จัดตั้งสถาบันดูแลผู้สูงอายุเพื่อผลกำไรได้ในระยะเวลานาน ตราบเท่าที่สถาบันฯ ได้รับการอนุมัติมาตรฐานจากสำนักงานกิจการพลเรือนระดับท้องถิ่น 

“จากการประกาศข้อยกเว้นทางภาษีล่าสุด นับเป็นแรงจูงใจใหม่สำหรับนักลงทุนต่างชาติที่สนใจโอกาสในตลาดนี้ เนื่องจากประเทศจีนมีประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ธุรกิจบริการที่จะมารองรับยังมีขนาดเล็ก” นายเติ้ง ชุนหยาง ประธานบริหารสถาบันวิจัยงานบริการเพื่อผู้สูงอายุจีน ในเมืองเซี่ยงไฮ้กล่าว

จากศักยภาพในการเติบโตในปีที่ผ่านมา มีการคาดการณ์ว่า ประเทศจีนจะเป็นตลาดการบริการสุขภาพเพื่อผู้สูงวัยที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยปี พ.ศ. 2593 ประชากรจีนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปจะเพิ่มขึ้นถึง 480 ล้านคน นับเป็น 1ใน4 ของประชากรสูงอายุทั่วโลก นั่นหมายความว่ากำลังการใช้จ่ายของประชากรสูงอายุจีน ณ ขณะนั้น จะสูงขึ้นถึง 106 ล้านล้านหยวน หรือร้อยละ 33 ของจีดีพีรวม (ตัวเลขปี พ.ศ. 2557 อยู่ที่ 4 ล้านล้านหยวน หรือร้อยละ 8 ของจีดีพีรวม)

นายจู เฟิงโป ประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายหนึ่งกล่าวว่า “ผลจากมาตรการนี้ คาดว่าอีก 2-3 ปีข้างหน้าจะมีเม็ดเงินจากต่างชาติไหลเข้าประเทศเพื่อผลักดันธุรกิจบริการผู้สูงวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มพรีเมี่ยม โดยนักลงทุนต่างชาติที่มีประสบการณ์ในการระดมเงินทุนจากตลาดทุน มีแนวโน้มที่จะมุ่งเน้นไปที่การลงทุนระยะยาว ในขณะที่ภาคเอกชนจีนส่วนใหญ่แสวงหาผลตอบแทนระยะสั้น ทำให้ยากที่จะต่อสู้กับคู่แข่งจากต่างชาติ” แต่อย่างไรก็ดี นายเติ้ง ชุนหยาง กลับมีความเห็นว่า นักลงทุนจากต่างชาติยังจะต้องเผชิญกับความจริงที่ว่า คนจีนส่วนใหญ่ยังไม่สามารถแบกภาระค่าใช้จ่ายที่สูงของสถานพยาบาลเอกชนจากต่างชาติได้ นั้นเพราะค่ารักษาพยาบาลผู้สูงวัย 10,000 หยวนต่อคนต่อเดือน ที่คิดจากสถานพยาบาลเอกชนต่างชาติ ยังห่างไกลจากที่สถานพยาบาลของจีนเรียกเก็บเพียงเดือนละ 3,000 หยวน



3 ธันวาคม 2557
โดย: นางสาวนวลพรรณ เธียรสวัสดิ์กิจ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ กรุงปักกิ่ง

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ