
เว็บไซต์ข่าวกว่างซี : ทางการกว่างซีได้ดำเนินนโยบายปรับลดราคารับซื้ออ้อยขั้นต้นจากฤดูกาลผลิตก่อน เพื่อผ่อนคลายสถานการณ์ตึงเครียดของตลาดน้ำตาลในจีน
กรมกำกับราคาสินค้าเขตฯ กว่างซีจ้วง (Guangxi Commodities Price Bureau) ประกาศฐานราคารับซื้ออ้อยขั้นต้นในฤดูกาลผลิตปี 2557/2558 อยู่ที่ตันละ 400 หยวน (ลดลงจากฤดูการผลิตก่อนตันละ 40 หยวน) โดยเทศบาลเมืองต่างๆ สามารถกำหนดราคาเพิ่ม/ลดได้อีกไม่เกินตันละ 10 หยวน
กลไกการคำนวณราคารับซื้ออ้อยในกว่างซียังคงใช้วิธีการผูกราคารับซื้ออ้อยกับราคาน้ำตาล โดยฤดูกาลผลิตปี 2557/2558 ได้กำหนดราคารับซื้อขั้นต้นไว้ที่ตันละ 400 หยวน ราคาขายน้ำตาลทรายขาวเฉลี่ยต่อตัน(รวมภาษี) 5,100 หยวน และค่าสัมประสิทธิ์ของราคารับซื้ออ้อยกับราคาจำหน่ายน้ำตาลอยู่ที่ 6 เปอร์เซนต์ ทั้งนี้ หากราคารับซื้อ้อยมีความผันผวนจะมีการคำนวณราคาอ้อยขั้นสองเพื่ออุดหนุนราคาอ้อย
นอกจากนี้ ทางการกว่างซียังดำเนินนโยบายสนับสนุนการปลูกอ้อยพันธุ์ดีด้วยการจ่ายเงินอุดหนุนพิเศษให้กับอ้อยชั้นดี 17 พันธุ์ที่ตันละ 30 หยวน โดยแต่ละเมืองสามารถคัดเลือกอ้อยชั้นดีไม่เกิน 5 พันธุ์เป็นพันธุ์อ้อยสนับสนุนในพื้นที่ (ที่จะขอรับเงินอุดหนุนพิเศษ) และทำเรื่องลงบันทึกกับกรมกำกับราคาสินค้าเขตฯ กว่างซีจ้วง
เทศบาลท้องถิ่นจะต้องประกาศรายชื่อพันธุ์อ้อยใหม่และพันธุ์อ้อยที่ไม่ได้รับการสนับสนุนการปลูกให้แก่เกษตรกรเป็นการล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งฤดูกาลผลิต
หลายปีมานี้ ธุรกิจน้ำตาลในจีนต้องเผชิญปัญหาด้านต้นทุน(ค่าแรงและค่าวัสดุ)ที่พุ่งสูงขึ้นส่งผลให้ผู้ผลิตต้องแบกรับภาระผลขาดทุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตน้ำตาลที่ใหญ่ที่สุดของประเทศจีน
เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาธุรกิจน้ำตาลในเมืองฉงจั่ว[*] กล่าวว่า โรงงานน้ำตาลได้ทยอยเปิดหีบอ้อยในฤดูกาลผลิตปี 2557/2558 ไปบ้างแล้ว ซึ่งหากประเมินจากสภาพทางการตลาดในปัจจุบัน คาดว่าฤดูกาลผลิตใหม่นี้สถานการณ์ยังไม่สู้ดีนัก
การปรับลดราคารับซื้ออ้อยส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของเกษตรกร ทำให้เกษตรกรขาดแรงจูงใจในการปลูกอ้อย จากข้อมูลพบว่า ฤดูกาลผลิตปี 2556/2557 กว่างซีมีพื้นที่ปลูกอ้อย 16 ล้านหมู่จีน (ราว 6.67 ล้านไร่) ในฤดูกาลผลิตใหม่คาดว่าพื้นที่ปลูกจะลดลงเหลือ 14.5 ล้านหมู่จีน (ราว 6.04 ล้านไร่) หรือลดลงมากกว่า 6 แสนไร่ และมีแนวโน้มจะลดลงอีกในอนาคต
ชาวไร่อ้อยบางส่วนได้แปรสภาพพื้นที่เดิมที่เตรียมไว้สำหรับการปลูกอ้อยไปปลูกพืชเศรษฐกิจประเภทอื่นที่ได้ผลตอบแทนดีกว่า เช่น กล้วย และมันสำปะหลัง
ภาวะขาดแคลนแรงงานเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจน้ำตาลในกว่างซี เนื่องจากแรงงานวัยรุ่นในท้องถิ่น(ละทิ้งบ้านเกิด)ออกไปทำงานต่างถิ่น ส่งผลให้เกิดปัญหาขาดแคลนแรงงาน กอปรกับการใช้เทคโนโลยีและเครื่องจักรทุ่นแรงยังไม่แพร่หลายเท่าที่ควร ส่งผลให้ค่าแรงพุ่งสูงขึ้น
นายสวี จื้อ (Xu Zhi, 徐智) ผจก.ใหญ่บริษัท Shiji Feilong Sugar (世纪飞龙制糖有限公司) ในอำเภอต้าซิน เมืองฉงจั่ว ให้ข้อมูลว่า ตลาดน้ำตาลที่ตกอยู่ในภาวะซบเซา ส่งผลให้ช่วง 2 ฤดูกาลผลิตที่ผ่านมา บริษัทฯ ต้องประสบผลขาดทุนรวมกันมากกว่า 200 ล้านหยวน และฤดูกาลผลิตนี้ก็มีแนวโน้มจะขาดทุนมากขึ้น (ซึ่งมีสภาพเช่นเดียวกับโรงงานน้ำตาลแห่งอื่นในกว่างซี)
คำอธิบายเพิ่มเติม
เมืองฉงจั่ว[*] ตั้งอยู่ติดกับประเทศเวียดนาม เป็นแหล่งปลูกอ้อยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในกว่างซี (1/3 ของมณฑล) และประเทศจีน (1/5 ของประเทศ)
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=460&ELEMENT_ID=14938
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
