
สำนักข่าวจีน : เมื่อ 10 ธ.ค. 57 ที่ผ่านมา รถยนต์คันที่ 2 ล้านของเมือหลิ่วโจว เป็นของแบรนด์ “Baojun 730” จากค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ SGMW ได้ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากสายการผลิต ทำให้เมืองแห่งนี้ก้าวขึ้นเป็นเมืองอุตสาหกรรมยานยนต์ขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 5 ของประเทศจีน
เมืองหลิ่วโจว (Liuzhou City, 柳州市) เป็นเมืองที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของเขตฯ กว่างซีจ้วง และมีชื่อเสียงด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะรถโดยสารขนาดเล็ก รถยนต์ส่วนบุคคล รถบรรทุกสินค้า รถยนต์อเนกประสงค์ (MPV) รถหัวลาก และรถที่ใช้เฉพาะประเภทต่างๆ
ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ที่เข้าตั้งโรงงานผลิตในเมืองหลิ่วโจว ได้แก่ บริษัท SGMW (上汽通用五菱) บริษัท DFLZ (东风柳汽)
นอกจากนี้ ยังมีค่ายรถบรรทุกขนาดใหญ่ (แบรนด์ท้องถิ่น) อาทิ บริษัท FAW Liuzhou Special Automotive (一汽柳特) บริษัท Sino Truk Liuzhou Yunli Special Vehicle (重汽运力) และบริษัท Yanlong Automotive (延龙汽车)
ช่วง 10 เดือนแรก ปี 57 ตลาดรถยนต์ในจีนมีแนวโน้มการขยายตัวสวนกระแสเศรษฐกิจโลก มียอดการผลิตรถยนต์ 19.27 ล้านคัน และยอดการจำหน่ายรถยนต์ 18.98 ล้านคัน ขยายตัวร้อยละ 7.93 และ 6.58 ตามลำดับ
ขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกัน เมืองหลิ่วโจวสามารถผลิตรถยนต์ได้ 1.703 ล้านคัน (ร้อยละ 8.8 ของทั้งประเทศ) และจำหน่ายรถยนต์ได้ 1.709 ล้านคัน (ร้อยละ 9 ของทั้งประเทศ) ขยายตัวร้อยละ 15.1 และ 14.2 ตามลำดับ และคาดว่าปีหน้า (ปี 58) จะผลิตรถยนต์ให้ได้ถึง 2.5 ล้านคัน
อุตสาหกรรมยานยนต์ของเมืองหลิ่วโจวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 45 ปีก่อน หรือปี พ.ศ.2512 (ค.ศ.1969) เมื่อรถยนต์คันแรกในชื่อ แบรนด์ “Liujiang” ได้ผลิตออกสู่ตลาด จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ.2553 เมืองหลิ่วโจวได้จัดตั้งโซนนิคมอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีชื่อว่า “Guangxi Liuzhou Auto City” (广西柳州汽车城) โดยอาศัยจุดแข็งด้านอุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องจักรวิศวกรรมก่อสร้าง รวมถึงทำเลที่ตั้งใกล้อาเซียน ซึ่งวิสาหกิจที่ตั้งอยู่ในนิคมดังกล่าวจะได้รับการสนับสนุนด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน นโยบายพิเศษ และเงินทุน
บริษัท SGMW (上汽通用五菱) เป็นบริษัทร่วมทุนเมื่อปี 2545 ระหว่างบริษัท SAIC (上海汽车集团) บริษัท General Motors และบริษัท Liuzhou Wuling Motors (柳州五菱汽车有限责任公司) เป็นค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ที่ตั้งโรงงานผลิตในนิคมฯ และเป็นผู้นำธุรกิจรถยนต์นั่งขนาดเล็ก โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดมากกว่าครึ่งหนึ่งในประเทศจีน
ส่วนบริษัท DFLZ (东风柳汽) เน้นตลาดรถยนต์เชิงพาณิชย์ (Commercial Vehicle) โดยเฉพาะกลุ่มรถบรรทุกและรถหัวลาก และกำลังมุ่งขยายตลาดรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ (MPV) จากข้อมูลพบว่า ยอดการผลิตรถยนต์นั่งของบริษัท DFLZ มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดจาก 20,000 กว่าคันในปี 2552 เพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 2 แสนคันในปีนี้ พร้อมก้าวขึ้นเป็นแบรนด์รถยนต์ท้องถิ่นอันดับที่ 6 ของประเทศจีน
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=458&ELEMENT_ID=14953
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
