ตลาดท่องเที่ยว Boom!!! ชาวกว่างซี “โกอินเตอร์” แห่เที่ยวเมืองนอก
ตลาดท่องเที่ยว Boom!!! ชาวกว่างซี “โกอินเตอร์” แห่เที่ยวเมืองนอก

เว็บไซต์ข่าวกว่างซี : แนวโน้มธุรกิจท่องเที่ยวต่างประเทศในเขตฯ กว่างซีจ้วงมีการเติบโตสดใส โดยเฉพาะเส้นทางท่องเที่ยวในอาเซียน (ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ กัมพูชา) รวมถึงญี่ปุ่น เกาหลีใต้

ตามรายงาน พบว่า ตลอดช่วงปีนี้ (ปี 57) นักท่องเที่ยวชาวหนานหนิงที่เดินทางไปต่างประเทศมีจำนวนเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปีก่อน โดยเหตุผลสำคัญเป็นเพราะมีค่าใช้จ่ายใกล้เคียงกับการท่องเที่ยวในประเทศ กอปรกับการที่หลายประเทศได้ดำเนินนโยบายอำนวยความสะดวกในการตรวจลงตรา (วีซ่า) ให้กับชาวจีนหลังการประชุม APEC ที่กรุงปักกิ่งเมื่อ 11-12 พ.ย.57 ที่ผ่านมา

ภาพรวมตลาดท่องเที่ยว “จีน”ณ เดือน พ.ย.57 พบว่า ชาวจีนที่เดินทางไปต่างประเทศ มีจำนวนทะลุ 100 ล้านคนแล้ว นอกจากนี้ ชาวจีนมีการใช้จ่ายในต่างประเทศเฉลี่ย 8,879 หยวน (ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน โรงแรม และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในการเดินทางไปกับกรุ๊ปทัวร์) แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายจากการช็อปปิ้งร้อยละ 71.2

ข้อสังเกตุเกี่ยวกับตลาดท่องเที่ยวต่างประเทศของชาวกว่างซี มีดังนี้

หนึ่ง ทัวร์ราคา ถูก ดึงดูดในนักท่องเที่ยว พบว่า โปรแกรมทัวร์ต่างประเทศมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 1,000 - 2,000 กว่าหยวน ซึ่งมีราคาถูกกว่าทริปท่องเที่ยวในประเทศในหลายเส้นทาง

ยกตัวอย่างเช่น ทริปท่องเที่ยวไทย มาเลเซีย กัมพูชา พบว่ามีการสนนราคาต่ำสุดไม่ถึง 1,500 หยวน ส่วนทริปท่องเที่ยวกรุงโซลและเกาะเชจูของประเทศเกาหลีใต้ อยู่ที่ประมาณ 2,000 หยวน ขณะที่ทริปท่องเที่ยวยุโรป มีราคาเริ่มต้นที่ 8,000 หยวนเท่านั้น

ตามสถิติพบว่า นักท่องเที่ยวขาออกจากนครหนานหนิงกว่าร้อยละ 60 นิยมเดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศสมาชิกอาเซียน โดยเฉพาะไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย และกัมพูชา นอกจากนี้ ปริมาณนักท่องเที่ยวจากนครหนานหนิงที่เดินทางไปอาเซียนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นปีละ 20-30 เปอร์เซนต์

สอง “ความสะดวกในการเดินทาง” เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้เส้นทางท่องเที่ยวในอาเซียนได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงจากชาวกว่างซี ปัจจุบัน นครหนานหนิงเปิดให้บริการเส้นทางบินไปยังเมืองสำคัญในอาเซียนหลายเส้นทาง ทั้งเส้นทางบินประจำและเส้นทางบินเช่าเหมาลำ เช่น เส้นทางบินนครหนานหนิง-กรุงเทพฯ มีให้บริการมากกว่า 20 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

นอกจากนี้ ชาวกว่างซียังนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวยังฮ่องกง มาเก๊าและไต้หวัน และมีแนวโน้มเติบโตมากขึ้น โดยเฉพาะหลังปี 2566 รัฐบาลกลางได้อนุญาตให้ชาวจีนสามารถเดินทางไปยังไต้หวันด้วยตนเอง (โดยไม่ต้องไปกับทัวร์) ช่วยส่งผลให้ปริมาณนักท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้น โดยสถิติช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา ชาวกว่างซีเดินทางไปไต้หวัน 47,900 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ138 (YoY) ในจำนวนนี้ เป็นการท่องเที่ยวด้วยตนเอง 32,000 คน

สาม โปรแกรมทัวร์ “หลากหลาย”ปัจจุบัน บริษัททัวร์หลายแห่งมีความชำนาญในเส้นทางการท่องเที่ยวต่างประเทศ และมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวที่น่าดึงดูด และสร้างแรงแข่งขันให้กับผลิตภัณฑ์ของตนเอง เช่น การจัด “ธีม” ให้กับทริปท่องเที่ยวต่างประเทศ อย่างทริปถ่ายภาพพม่า ทริปเมืองโบราณกับอาหารเลิศรสในไทย ทริปขับรถข้ามประเทศในลาว ทริปครอบครัวในสิงคโปร์ ทริปพักผ่อนริมชายหาดในมาเลเซีย และทริปตีกอล์ฟหรูในบรูไน เป็นต้น

คุณเลี่ยว จิน ผิง (Liao Jin Ping廖金萍) ผู้จัดการบริษัท Guangxi Overseas Travel Service (广西海外旅行社) ให้ข้อมูลว่า จำนวนนักท่องเที่ยวไปเกาะเชจู (เกาหลีใต้) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เที่ยวบินเช่าเหมาลำที่เปิดให้บริการตั้งแต่เดือน มิ.ย. ปัจจุบันให้บริการทุกวันอังคารและเสาร์ของสัปดาห์

นอกจากนี้ บริษัททัวร์มีการจัดโปรแกรมตามฤดูกาล เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด อย่างในฤดูใบไม้ร่วงกับฤดูหนาวมีการจัดทริปเก็บส้ม ทริปเล่นสกี และทริปศิลปะในเกาหลีใต้และญี่ปุ่น โดยชาวกว่างซีที่เดินทางไปเที่ยวในสองประเทศข้างต้นมีการเพิ่มขึ้นมากเป็นเท่าตัว (ปี 57 นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางไปเกาหลีใต้กับญี่ปุ่นมีการขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 40)

สี่ นโยบาย “วีซ่า” พาชาวกว่างซี(จีน)แห่เที่ยวต่างประเทศ อันเป็นผลสืบเนื่องจากการประชุม APEC มีประเทศเกือบ 90 ประเทศได้ประกาศอำนวยความสะดวกด้านการตรวจลงตรา (วีซ่า) ให้กับชาวจีน ในจำนวนนี้ มีเกือบ 50 ประเทศที่ยกเว้นการขอวีซ่าและการขอ Visa on arrival ให้กับชาวจีน ทำให้ประชาชนชาวจีนสะดวกยิ่งขึ้นในการเดินทางเที่ยวต่างประเทศ

เมื่อเร็วๆ นี้ รัฐบาลอินโดนีเซียออกประกาศในเว็บไซต์สถานทูตฯ ประจำประเทศจีนเกี่ยวกับการยกเว้นวีซ่าให้กับผู้ถือหนังสือเดินทางจีนในปีหน้า (ปี 58) เช่นเดียวกับประเทศมาเลเซีย

นอกจากนี้ ประเทศอังกฤษอนุมัติวีซ่า 2 ปี 5 ปี และ 10 ปีประเภทเข้าออกหลายครั้ง (Multiple Visa) และมีบริการออกวีซ่าแบบด่วนภายใน 3-5 วัน และแบบด่วนภายใน 24 ชั่วโมง ด้านประเทศเนเธอร์แลนด์ และฝรั่งเศส มีการลดขั้นตอนความยุ่งยากและร่นระยะเวลาการขอวีซ่าลง

ห้า “ช็อปปิ้ง” ถูกใจขาช็อป การช็อปปิ้ง เป็นอีกหนึ่งจุดประสงค์หลักของการเดินทางไปต่างประเทศ โดยเฉพาะทริปช็อปปิ้งคลาสสิกในฮ่องกง และทริปช็อปปิ้งแหล่งใหม่ในเกาหลีใต้ และสิงคโปร์

30 ธันวาคม 2557
โดย: นางสาวนิราวรรณ จันทร์วิวัฒนากูล / เรียบเรียงโดย นายกฤษณะ สุกันตพงศ์ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครหนานหนิง

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ