
ชะลอตัวเพียงไม่นาน... ส่งสัญญาณ “ฟื้นตัว” ช่วงสิ้นไตรมาส 3 ปีนี้
เป็นที่ทราบกันดีว่า ปัจจัยเศรษฐกิจภายนอก โดยเฉพาะวิกฤตเศรษฐกิจยูโร ได้ส่งผลให้เศรษฐกิจจีนในภาพรวมชะลอตัวลงตั้งแต่ย่างก้าวเข้าสู่ปี ค.ศ. 2012 เป็นต้นมา จะเห็นได้จาก GDP ของจีนในช่วงไตรมาส 2 และ 3 ขยายตัวเพียงร้อยละ 7.6 และร้อยละ 7.4 จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว (เติบโตต่ำสุดในรอบ 3 ปี)
แม้ว่า GDP จะเติบโตในอัตราที่ถดถอยลง แต่ดัชนีเศรษฐกิจในหลายภาคส่วนเมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมาได้ขยายตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจจีนกำลังเริ่ม“ฟื้นตัว” กลับมาอีกครั้งหนึ่ง อาทิ
- ภาคการส่งออก – นำเข้าฟื้นตัว โดยการส่งออกในเดือน ก.ย. 2555 ขยายตัวจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2554 ร้อยละ 9.9 และอัตราการขยายตัวสูงกว่าเดือน ส.ค. 2555 ที่ร้อยละ 2.7 ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่สูงที่สุดในรอบ 3 เดือน ขณะที่ภาคการนำเข้าขยายตัวจากเดือน ก.ย. ของปี 2554 ร้อยละ 2.4 หลังจากที่หดตัวติดต่อกันเป็นเวลา 3 เดือนก่อนหน้านี้
- ภาคการผลิตและการลงทุนเพิ่มขึ้น โดยผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือน ก.ย. 2555ขยายตัวร้อยละ 9.2 สูงกว่าเดือน ส.ค. 2555 ที่มีอัตราการขยายตัวต่ำที่สุดในรอบ 39 เดือน ขณะที่การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรรอบ 9 เดือนแรกมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยที่สูงกว่าในรอบ 6 เดือนแรกที่ร้อยละ 0.1 และสูงขึ้นช่วงเดียวกันของปี 2554 ที่ร้อยละ 20.5
- ภาคการบริโภคเติบโต โดยยอดค้าปลีกภายในประเทศช่วง 3 ไตรมาสแรกเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 14.2 ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในเดือน ก.ย.2555 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าเหลือร้อยละ 1.9 ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยใน 3 ไตรมาสแรกของปีนี้อยู่ที่ระดับร้อยละ 2.8 ซึ่งอยู่ในกรอบอัตราเงินเฟ้อเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ให้ไม่เกินร้อยละ 4
- ภาคการเงินขยายตัว โดยปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบ (M2) ของเดือน ก.ย. 2555 เติบโตมากที่สุดในรอบ 15 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งขยายตัวจากปี 2554 ร้อยละ 14.8 (ขยายตัวสูงกว่าเป้าหมายรายปีที่ธนาคารกลางจีนตั้งไว้ที่ระดับร้อยละ 14)
ทั้งนี้ รัฐบาลจีนและนักเศรษฐกิจจีนเห็นว่า ดัชนีทางเศรษฐกิจข้างต้นเป็นสัญญาณที่สะท้อนให้เห็นว่า เศรษฐกิจจีนเริ่มกลับมามีเสถียรภาพมากขึ้น โดยคาดว่า GDP ในไตรมาสที่ 4 ปีนี้น่าจะขยายตัวถึงร้อยละ 7.9 – 8 ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจของจีนตลอดปี 2555 เฉลี่ยเติบโตที่ร้อยละ 7.8
ดันมาตรการ “ตั้งรับ”... เพื่อการกลับมา “เดินหน้า” อีกครั้ง
จากภาวะเศรษฐกิจช่วงปลายปี ค.ศ. 2011 ที่ดูท่าจะไม่คึกคักเหมือน 2 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่รุมเร้าจีนอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับปัจจัยภายในจีนบางส่วน ทำให้รัฐบาลจีนต้องหันมาวางนโยบายรับมือกับสภาพเศรษฐกิจของประเทศที่ชะลอตัวลง เพื่อมิให้เกิดภาวะวิกฤตขึ้นในจีน โดยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลจีนประกาศออกมาเป็นระยะๆ อาทิ
- มาตรการเสริมสร้างความเข้มแข็งของภาคธุรกิจ โดยธนาคารกลางจีน (PBOC) ได้ผ่อนคลายนโยบายทางการเงินผ่านการลด Reserve Requirement Ratio (RRR) ถึง 3 ครั้ง ตั้งแต่ปลายปี ค.ศ. 2011 และลดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง 2 ครั้ง ในเดือน มิ.ย. และ ก.ค. ของปีนี้ เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้ประกอบการ SMEs จีน ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายการเงินที่คุมเข้มของรัฐบาลในช่วงปี ค.ศ. 2011 ตลอดจนการปรับเปลี่ยนระบบการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มแทนที่ภาษีธุรกิจของรัฐบาลจีน เพื่อช่วยลดภาระภาษีให้กับธุรกิจขนาดกลาง – เล็ก ที่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจมหภาคของจีน
- มาตรการส่งเสริมการนำเข้าจากต่างประเทศ โดยทางการจีนประกาศว่าจะเพิ่มการนำเข้าสินค้าเทคโนโลยีระดับสูง เครื่องจักร และวัตถุดิบต่างๆ และเพิ่มการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคในสัดส่วนที่เหมาะสม โดยจะส่งเสริมการนำเข้าจากประเทศด้อยพัฒนา และขยายการค้ากับประเทศกำลังพัฒนา เพื่อสร้างความสมดุลในระบบการค้าโลก รวมถึงเพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ และลดการพึ่งพาภาคการส่งออกของจีนเอง
- มาตรการกระตุ้นการลงทุนภายในประเทศ โดยนายกรัฐมนตรีเวิน เจียเป่าได้ประกาศเมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมาว่า จีนได้เปลี่ยนแนวนโยบายจากที่เคยเน้นการใช้การบริโภคภายในเป็นตัวขับเคลื่อนการเจริญเติบโตทาง เศรษฐกิจเป็นการรักษาระดับการลงทุนอย่างเหมาะสม รัฐบาลท้องถิ่นของเมือง/มณฑลต่างๆ จึงได้หลายมณฑล/เมืองได้ประกาศโครงการลงทุนก่อสร้างสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ โดยเฉพาะด้านระบบสาธารณูปโภค เพื่อสนองต่อนโยบายของรัฐบาลกลาง ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้ดัชนีทางเศรษฐกิจของจีนในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีเพิ่มขึ้นระดับหนึ่ง
มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ... ดึงจีนฝ่าวิกฤตแบบชั่วคราวหรือถาวร?
มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าวข้างต้น แม้ว่ามีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจจีนดีดตัวกลับขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งในช่วงเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา แต่หลายฝ่ายโดยเฉพาะกลุ่มภาควิชาการ/ภาคสังคม ยังคงเกรงว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจบางส่วนอาจเป็นการช่วยให้เศรษฐกิจดีขึ้นแต่เพียงเปลือกนอกเท่านั้น แต่เนื้อในยังคงมีปัญหาต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจภาพรวมในระยะยาวของจีน อาทิ
- ปัญหาแหล่งเงินทุนและหนี้สาธารณะของรัฐบาลท้องถิ่น ปัจจุบันรายได้ดั้งเดิมของรัฐบาลท้องถิ่นได้ลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงปีที่ผ่านมา เช่น รายได้จากค่าสิทธิในการใช้ที่ดิน ภาษี และค่าธรรมเนียมจากนักลงทุน เป็นต้น ทำให้หลายฝ่ายห่วงกังวลต่อปัญหาแหล่งเงินทุนสำหรับโครงการต่างๆ ที่รัฐบาลท้องถิ่นได้ประกาศไว้ ประกอบกับปัญหาหนี้สาธารณะของรัฐบาลท้องถิ่นที่สะสมมาแต่ในอดีตจากการดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อกระตุ้นและพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าโครงการก่อสร้างเพื่ออัดฉีดเม็ดเงินสู่ระบบเศรษฐกิจของรัฐบาลจีนหลายโครงการตั้งแต่อดีตถึง
ปัจจุบัน ไม่อาจสร้างผลตอบแทนและมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างแท้จริง และในท้ายที่สุดได้กลายเป็นภาระหนี้เสียที่รัฐบาลกลางจะต้องเข้ามาจัดการต่อไป
- ปัญหาความมั่งคงทางสังคม โดยการบังคับเวนคืนที่ดิน (Forced Evictions) เป็นมาตรการหนึ่งที่รัฐบาลท้องถิ่นจีนใช้เพื่อให้ได้มาซึ่งที่ดินสำหรับการก่อสร้างโครงการต่างๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความมั่นคงทางสังคม โดยองค์กรสิทธิมนุษยชนต่างๆ เช่น Human Rights Watch หรือ Amnesty International ได้รายงานหลายกรณีที่แสดงถึงความรุนแรงของรัฐบาลท้องถิ่นจีนในการจัดการกับประชาชนที่ไม่คัดค้านการเวนคืนที่ เช่น กรณีหญิงชราวัย 70 ปีในเมืองอู่ฮั่นถูกฝังทั้งเป็นพร้อมกับตัวบ้านหลังจากปฏิเสธที่จะย้ายออก หรือกรณีชาวนาในเมืองเหลียวหนิง ซึ่งถูกตำรวจยิงจนเสียชีวิตระหว่างการประท้วงต่อต้านการสร้างถนนของรัฐบาลท้องถิ่นที่ตัดผ่านผืนนาของตน เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นปัญหาด้านสังคมอันเกิดจากการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจบางส่วน

ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนที่ประกาศออกมาเป็นระยะๆ จะช่วยกระตุ้นให้จีนฝ่าฝันวิกฤตเศรษฐกิจได้ผลดีมากน้อยเพียงใด? เศรษฐกิจจีนจะกลับมาผงาดอีกครั้งเหมือนในช่วง 2 – 3 ปีที่แล้วหรือไม่? ยังคงต้องติดตามทั้งสถานการณ์เศรษฐกิจจีนและโลกอย่างใกล้ชิดต่อไป ทั้งนี้ สภาวะทางเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปที่ซบเซาและอ่อนตัวลง อาจจะสร้างโอกาสให้จีนมีบทบาทกลายเป็นประเทศผู้นำด้านเศรษฐกิจของโลกได้ในไม่ช้านี้ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นแล้ว ไทยซึ่งเป็นประเทศที่มีจีนเป็นคู้ค่าที่สำคัญอันดับแนวหน้า ก็น่าจะได้รับผลพวงทางเศรษฐกิจตามไปด้วยเช่นกัน...
________________________
จัดทำโดย นายโอภาส เหลืองดาวเรือง และนายภัทร บุญญลักษม์
ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ นครเซี่ยงไฮ้
แหล่งข้อมูล : นสพ. Shanghai Daily
- Big Improvement in China’s foreign trade
- Industrial output may grow faster
- Shanghai Economy picks up in third quarter
- Local Investment plans need extra funds to survice
- Economy shows signs of leveling, bests forecasts
- City hopes for GDP rebound in Q4
- Better data show china may not ease monetary policies further
- China to invest 800b yuan in subway projects, 5 in Shanghai
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=441&ELEMENT_ID=15016
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
