เศรษฐกิจจีนเริ่มดีดตัวกลับ.. จากชะลอตัว “ตั้งรับ” สู่การเตรียมพร้อม “เดินหน้า” ฝ่าวิกฤต
เศรษฐกิจจีนเริ่มดีดตัวกลับ.. จากชะลอตัว “ตั้งรับ” สู่การเตรียมพร้อม “เดินหน้า” ฝ่าวิกฤต
จากความร้อนแรงในปี ค.ศ. 2009 – 2010 ที่เศรษฐกิจจีนเติบโตขึ้นมากอย่างน่าทึ่ง สู่ภาวะอิ่มตัวในปี ค.ศ. 2011 และเริ่มชะลอตัวลงในปี ค.ศ. 2012 จากผลกระทบของวิกฤตเศรษฐกิจโลก ทว่าปัจจัยเศรษฐกิจภายนอกนี้คงไม่อาจส่งผลให้ประเทศเศรษฐกิจมหึมาอย่างจีนจะต้องถึงขั้น“วิกฤต” ตามไปด้วย เพราะว่ารัฐบาลจีนเองได้เตรียมมาตรการ“ตั้งรับ” ไว้เป็นอย่างดี และพร้อมที่จะ“เดินหน้า” ฝ่าฝันวิกฤตแบบค่อยเป็นค่อยไปและมีประสิทธิภาพ

ชะลอตัวเพียงไม่นาน... ส่งสัญญาณ “ฟื้นตัว” ช่วงสิ้นไตรมาส 3 ปีนี้

เป็นที่ทราบกันดีว่า ปัจจัยเศรษฐกิจภายนอก โดยเฉพาะวิกฤตเศรษฐกิจยูโร ได้ส่งผลให้เศรษฐกิจจีนในภาพรวมชะลอตัวลงตั้งแต่ย่างก้าวเข้าสู่ปี ค.ศ. 2012 เป็นต้นมา จะเห็นได้จาก GDP ของจีนในช่วงไตรมาส 2 และ 3 ขยายตัวเพียงร้อยละ 7.6 และร้อยละ 7.4 จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว (เติบโตต่ำสุดในรอบ 3 ปี)

แม้ว่า GDP จะเติบโตในอัตราที่ถดถอยลง แต่ดัชนีเศรษฐกิจในหลายภาคส่วนเมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมาได้ขยายตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจจีนกำลังเริ่ม“ฟื้นตัว” กลับมาอีกครั้งหนึ่ง อาทิ

- ภาคการส่งออก – นำเข้าฟื้นตัว โดยการส่งออกในเดือน ก.ย. 2555 ขยายตัวจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2554 ร้อยละ 9.9 และอัตราการขยายตัวสูงกว่าเดือน ส.ค. 2555 ที่ร้อยละ 2.7 ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่สูงที่สุดในรอบ 3 เดือน ขณะที่ภาคการนำเข้าขยายตัวจากเดือน ก.ย. ของปี 2554 ร้อยละ 2.4 หลังจากที่หดตัวติดต่อกันเป็นเวลา 3 เดือนก่อนหน้านี้

- ภาคการผลิตและการลงทุนเพิ่มขึ้น โดยผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือน ก.ย. 2555ขยายตัวร้อยละ 9.2 สูงกว่าเดือน ส.ค. 2555 ที่มีอัตราการขยายตัวต่ำที่สุดในรอบ 39 เดือน ขณะที่การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรรอบ 9 เดือนแรกมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยที่สูงกว่าในรอบ 6 เดือนแรกที่ร้อยละ 0.1 และสูงขึ้นช่วงเดียวกันของปี 2554 ที่ร้อยละ 20.5

- ภาคการบริโภคเติบโต โดยยอดค้าปลีกภายในประเทศช่วง 3 ไตรมาสแรกเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 14.2 ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในเดือน ก.ย.2555 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าเหลือร้อยละ 1.9 ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยใน 3 ไตรมาสแรกของปีนี้อยู่ที่ระดับร้อยละ 2.8 ซึ่งอยู่ในกรอบอัตราเงินเฟ้อเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ให้ไม่เกินร้อยละ 4

- ภาคการเงินขยายตัว โดยปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบ (M2) ของเดือน ก.ย. 2555 เติบโตมากที่สุดในรอบ 15 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งขยายตัวจากปี 2554 ร้อยละ 14.8 (ขยายตัวสูงกว่าเป้าหมายรายปีที่ธนาคารกลางจีนตั้งไว้ที่ระดับร้อยละ 14)

ทั้งนี้ รัฐบาลจีนและนักเศรษฐกิจจีนเห็นว่า ดัชนีทางเศรษฐกิจข้างต้นเป็นสัญญาณที่สะท้อนให้เห็นว่า เศรษฐกิจจีนเริ่มกลับมามีเสถียรภาพมากขึ้น โดยคาดว่า GDP ในไตรมาสที่ 4 ปีนี้น่าจะขยายตัวถึงร้อยละ 7.9 – 8 ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจของจีนตลอดปี 2555 เฉลี่ยเติบโตที่ร้อยละ 7.8

ดันมาตรการ “ตั้งรับ”... เพื่อการกลับมา “เดินหน้า” อีกครั้ง

จากภาวะเศรษฐกิจช่วงปลายปี ค.ศ. 2011 ที่ดูท่าจะไม่คึกคักเหมือน 2 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่รุมเร้าจีนอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับปัจจัยภายในจีนบางส่วน ทำให้รัฐบาลจีนต้องหันมาวางนโยบายรับมือกับสภาพเศรษฐกิจของประเทศที่ชะลอตัวลง เพื่อมิให้เกิดภาวะวิกฤตขึ้นในจีน โดยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลจีนประกาศออกมาเป็นระยะๆ อาทิ

- มาตรการเสริมสร้างความเข้มแข็งของภาคธุรกิจ โดยธนาคารกลางจีน (PBOC) ได้ผ่อนคลายนโยบายทางการเงินผ่านการลด Reserve Requirement Ratio (RRR) ถึง 3 ครั้ง ตั้งแต่ปลายปี ค.ศ. 2011 และลดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง 2 ครั้ง ในเดือน มิ.ย. และ ก.ค. ของปีนี้ เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้ประกอบการ SMEs จีน ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายการเงินที่คุมเข้มของรัฐบาลในช่วงปี ค.ศ. 2011 ตลอดจนการปรับเปลี่ยนระบบการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มแทนที่ภาษีธุรกิจของรัฐบาลจีน เพื่อช่วยลดภาระภาษีให้กับธุรกิจขนาดกลาง – เล็ก ที่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจมหภาคของจีน

- มาตรการส่งเสริมการนำเข้าจากต่างประเทศ โดยทางการจีนประกาศว่าจะเพิ่มการนำเข้าสินค้าเทคโนโลยีระดับสูง เครื่องจักร และวัตถุดิบต่างๆ และเพิ่มการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคในสัดส่วนที่เหมาะสม โดยจะส่งเสริมการนำเข้าจากประเทศด้อยพัฒนา และขยายการค้ากับประเทศกำลังพัฒนา เพื่อสร้างความสมดุลในระบบการค้าโลก รวมถึงเพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ และลดการพึ่งพาภาคการส่งออกของจีนเอง

- มาตรการกระตุ้นการลงทุนภายในประเทศ โดยนายกรัฐมนตรีเวิน เจียเป่าได้ประกาศเมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมาว่า จีนได้เปลี่ยนแนวนโยบายจากที่เคยเน้นการใช้การบริโภคภายในเป็นตัวขับเคลื่อนการเจริญเติบโตทาง เศรษฐกิจเป็นการรักษาระดับการลงทุนอย่างเหมาะสม รัฐบาลท้องถิ่นของเมือง/มณฑลต่างๆ จึงได้หลายมณฑล/เมืองได้ประกาศโครงการลงทุนก่อสร้างสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ โดยเฉพาะด้านระบบสาธารณูปโภค เพื่อสนองต่อนโยบายของรัฐบาลกลาง ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้ดัชนีทางเศรษฐกิจของจีนในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีเพิ่มขึ้นระดับหนึ่ง

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ... ดึงจีนฝ่าวิกฤตแบบชั่วคราวหรือถาวร?

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าวข้างต้น แม้ว่ามีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจจีนดีดตัวกลับขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งในช่วงเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา แต่หลายฝ่ายโดยเฉพาะกลุ่มภาควิชาการ/ภาคสังคม ยังคงเกรงว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจบางส่วนอาจเป็นการช่วยให้เศรษฐกิจดีขึ้นแต่เพียงเปลือกนอกเท่านั้น แต่เนื้อในยังคงมีปัญหาต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจภาพรวมในระยะยาวของจีน อาทิ

- ปัญหาแหล่งเงินทุนและหนี้สาธารณะของรัฐบาลท้องถิ่น ปัจจุบันรายได้ดั้งเดิมของรัฐบาลท้องถิ่นได้ลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงปีที่ผ่านมา เช่น รายได้จากค่าสิทธิในการใช้ที่ดิน ภาษี และค่าธรรมเนียมจากนักลงทุน เป็นต้น ทำให้หลายฝ่ายห่วงกังวลต่อปัญหาแหล่งเงินทุนสำหรับโครงการต่างๆ ที่รัฐบาลท้องถิ่นได้ประกาศไว้ ประกอบกับปัญหาหนี้สาธารณะของรัฐบาลท้องถิ่นที่สะสมมาแต่ในอดีตจากการดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อกระตุ้นและพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าโครงการก่อสร้างเพื่ออัดฉีดเม็ดเงินสู่ระบบเศรษฐกิจของรัฐบาลจีนหลายโครงการตั้งแต่อดีตถึง
ปัจจุบัน ไม่อาจสร้างผลตอบแทนและมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างแท้จริง และในท้ายที่สุดได้กลายเป็นภาระหนี้เสียที่รัฐบาลกลางจะต้องเข้ามาจัดการต่อไป

- ปัญหาความมั่งคงทางสังคม โดยการบังคับเวนคืนที่ดิน (Forced Evictions) เป็นมาตรการหนึ่งที่รัฐบาลท้องถิ่นจีนใช้เพื่อให้ได้มาซึ่งที่ดินสำหรับการก่อสร้างโครงการต่างๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความมั่นคงทางสังคม โดยองค์กรสิทธิมนุษยชนต่างๆ เช่น Human Rights Watch หรือ Amnesty International ได้รายงานหลายกรณีที่แสดงถึงความรุนแรงของรัฐบาลท้องถิ่นจีนในการจัดการกับประชาชนที่ไม่คัดค้านการเวนคืนที่ เช่น กรณีหญิงชราวัย 70 ปีในเมืองอู่ฮั่นถูกฝังทั้งเป็นพร้อมกับตัวบ้านหลังจากปฏิเสธที่จะย้ายออก หรือกรณีชาวนาในเมืองเหลียวหนิง ซึ่งถูกตำรวจยิงจนเสียชีวิตระหว่างการประท้วงต่อต้านการสร้างถนนของรัฐบาลท้องถิ่นที่ตัดผ่านผืนนาของตน เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นปัญหาด้านสังคมอันเกิดจากการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจบางส่วน

ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนที่ประกาศออกมาเป็นระยะๆ จะช่วยกระตุ้นให้จีนฝ่าฝันวิกฤตเศรษฐกิจได้ผลดีมากน้อยเพียงใด? เศรษฐกิจจีนจะกลับมาผงาดอีกครั้งเหมือนในช่วง 2 – 3 ปีที่แล้วหรือไม่? ยังคงต้องติดตามทั้งสถานการณ์เศรษฐกิจจีนและโลกอย่างใกล้ชิดต่อไป ทั้งนี้ สภาวะทางเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปที่ซบเซาและอ่อนตัวลง อาจจะสร้างโอกาสให้จีนมีบทบาทกลายเป็นประเทศผู้นำด้านเศรษฐกิจของโลกได้ในไม่ช้านี้ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นแล้ว ไทยซึ่งเป็นประเทศที่มีจีนเป็นคู้ค่าที่สำคัญอันดับแนวหน้า ก็น่าจะได้รับผลพวงทางเศรษฐกิจตามไปด้วยเช่นกัน...

________________________

จัดทำโดย นายโอภาส เหลืองดาวเรือง และนายภัทร บุญญลักษม์
ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ นครเซี่ยงไฮ้
แหล่งข้อมูล : นสพ. Shanghai Daily
- Big Improvement in China’s foreign trade
- Industrial output may grow faster
- Shanghai Economy picks up in third quarter
- Local Investment plans need extra funds to survice
- Economy shows signs of leveling, bests forecasts
- City hopes for GDP rebound in Q4
- Better data show china may not ease monetary policies further
- China to invest 800b yuan in subway projects, 5 in Shanghai

23 พฤศจิกายน 2555

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ