มองย้อนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของเมืองเซินเจิ้นฉบับที่ 11 สู่ฉบับที่ 12
มองย้อนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของเมืองเซินเจิ้นฉบับที่ 11 สู่ฉบับที่ 12

เมืองเซินเจิ้นเป็นเมืองแรกแห่งการดำเนินนโยบายทดลองเปิดประเทศของจีนโดยใช้รูปแบบของเขตเศรษฐกิจพิเศษตั้งแต่ปี 2523 โดยกำหนดให้เพียงบางเขตของเมืองเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อศึกษาทดลองนโยบายด้านเศรษฐกิจต่าง ๆ กับนานาประเทศ จากการพัฒนาอย่างเห็นผลเป็นรูปธรรมของเขตเศรษฐกิจพิเศษส่งผลให้ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมาเมืองเซินเจิ้นมีการพลิิกโฉมหน้าจากเมืองหมู่บ้านประมงสู่ศูนย์กลางแห่งการค้า การเงิน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ของจีน


ภาพของเติ้ง เสี่ยวผิง ผู้นำรุ่นที่ 2 ของจีน ที่ริเริ่มเขตเศรษฐกิจพิเศษ ตั้งตระหง่านอยู่ที่เขตธุรกิจของเมืองเซินเจิ้น

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2523 รัฐบาลจีนได้มีการทดลองจัดตั้งระบบเศรษฐกิจแบบตลาด โดยได้ตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษเซินเจิ้นขึ้น ซึ่งกำหนดให้ 4 เขตของเมืองเซินเจิ้นเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษได้แก่ เขตหลัวหู ฝูเถียน หนานซานและเหยียนเถียน มีพื้นที่ 395.81 ตร.กม. และอีก 2 เขตได้แก่ เป่าอัน และหลงกั่งอยู่นอกเขตเศรษฐกิจพิเศษ จนเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2553 ก็ได้มีการกำหนดให้รวมอีก 2 เขตเข้าด้วย ส่งผลให้พื้นที่ทั้งเมืองเซินเจิ้นเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อลดความแตกต่างและกฎระเบียบในการบริหารจัดการภายในและภายนอกเขตเศรษฐกิจพิเศษ

เมื่อพิจารณาในช่วง 5 ปีทีผ่านมาของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของเมืองเซินเจิ้นตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม 5 ปี ฉบับที่ 11 (2549-2553) มีผลที่น่าสนใจดังนี้

  1. เทศบาลเมืองเซินเจิ้นได้บรรลุเป้าหมาย GDP ในปี 2553 โดยมีมูลค่า 950,000 ล้านหยวน เพิ่มจากปี 2549 ร้อยละ 86 โดย GDP ต่อหัวต่อปีมีมูลค่า 14,600 ดอลลาร์สหรัฐ และมีมูลค่าการค้ากับต่างประเทศ 204,200 ล้านหยวน ซึ่งสูงสุดในจีนเป็นเวลา 18 ปีติดต่อกัน

  2. เมืองเซินเจิ้นได้พัฒนาศักยภาพทางการแข่งขันโดยเน้นอุตสาหกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ขณะที่ลดปริมาณพลังงานที่ใช้ลง ภาคอุตสาหกรรมคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 60 ภาคการเงินร้อยละ 13 และได้ลงทุนในด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) คิดเป็นร้อยละ 3.64 ของ GDP (สองเท่าของอัตราเฉลี่ยของจีน)

  3. มีการปรับปรุงเครือข่ายคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง และทำให้เซินเจิ้นเป็น “เมืองแห่งสวนสาธารณะ” โดยเป็นหนึ่งในเมืองอันดับต้น ๆ ของจีนที่เป็นตัวอย่างด้านการอนุรักษ์ระบบนิเวศน์

  4. บรรลุผลการปฏิรูปและการเปิดเสรีมากขึ้น โดยทำการขยายเขตเศรษฐกิจพิเศษ (Special Economic Zone: SEZ) ให้ครอบคลุมเซินเจิ้นทั้งเมือง มีการเชื่อมโยงกับเมืองใกล้เคียง ขยายความร่วมมือกับฮ่องกง มาเก๊า ตลอดจนได้พัฒนาเขตความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการค้าจีน-เวียดนาม (เซินเจิ้น-ไฮฟอง)

  5. ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ประชากรมีรายได้สุทธิต่อปี 32,200 หยวน ซึ่งสูงที่สุดในจีน มีอัตราการว่างงานต่ำกว่าร้อยละ 3 มีระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า และได้พัฒนาด้านการศึกษา สาธารณสุข วัฒนธรรมและการกีฬา

  6. พัฒนาการบริหารงานของรัฐให้เข็มแข็ง บังคับใช้กฎหมาย ข้อบังคับและมาตรการต่าง ๆ และสนับสนุน e-governance

อย่างไรก็ตามเมืองเซินเจิ้นยังมีความท้าทายที่ยังคงเผชิญอยู่ในด้านต่าง ๆ เช่น

  • ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัด
  • การเติบโตอย่างรวดเร็วของประชากรโดยเฉพาะคนจากพื้นที่อื่น ๆ ในจีนที่เข้ามาทำงานในเซินเจิ้น
  • ช่องว่างระหว่างสภาพเมืองเซินเจิ้นที่เป็นจริงในปัจจุบันกับเมืองที่มีความเป็นสากลและ พัฒนาแล้ว
  • การพัฒนาเป็นรัฐสวัสดิการและตั้งอยู่บนพื้นฐานของกฎระเบียบและกฎหมาย

แนวทางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม 5 ปี ฉบับที่ 12 (2554-2558) โดยมีหัวใจหลัก คือ “คุณภาพเซินเจิ้น”

เป้าหมายในแง่สถิติ เมื่อถึงปี 2558 ตั้งเป้าหมายสำคัญ ดังนี้

  • อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจร้อยละ 10
  • มูลค่า GDP 1.5 ล้านล้านหยวน โดยมี GDP ต่อหัวต่อปีมูลค่า 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ
  • การลงทุนด้าน R&D คิดเป็นร้อยละ 4 ของ GDP
  • รายได้สุทธิต่อหัวต่อปี 49,000 หยวน และมีอัตราการว่างงานไม่เกินร้อยละ 3

แผนการดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมาย

- เร่งรัดการปรับรูปแบบการพัฒนาทางเศรษฐกิจโดยให้ความสำคัญกับการคิดค้นนวัตกรรมเพื่อมิให้ถูกจำกัดด้วยปัจจัยการผลิตทางกายภาพ (‘hard’ resources) เน้นอุตสาหกรรมขั้นสูงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีชีวภาพ และพลังงานใหม่ เร่งพัฒนาในสาขาเกี่ยวกับความรู้ อินเตอร์เน็ต และภาคบริการ ส่งเสริมการผลิตผลิตภัณฑ์โดยใช้ยุทธศาสตร์แบรนด์สินค้าที่มีคุณภาพระดับนานาชาติที่ผลิตจากเซินเจิ้น (made-in-Shenzhen) และจะใช้การบริโภคและการลงทุนจากภายในประเทศเป็นปัจจัยร่วมผลักดันการพัฒนาทางเศรษฐกิจมากกว่าการพึ่งพาการส่งออกเพียงอย่างเดียว ตลอดจนจะดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถจากทั่วโลกเพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการคิดค้นและการจัดตั้งธุรกิจ

- ปรับปรุงการพัฒนาทางสังคมโดยเน้นสาธารณบริการด้วยการปฏิรูประบบกระจายรายได้ พัฒนาให้เซินเจิ้นเป็นเมืองแรกที่ปฏิรูปการศึกษาให้เป็นระบบสมัยใหม่ สร้างมาตรฐานให้กับการบริการทางการแพทย์ สร้างความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยสำหรับประชาชน เสริมสร้างมิติด้านวัฒนธรรมโดยชูความเป็นเมืองที่มีประชาชนจากต่างถิ่น (immigrants’ city) สร้างสรรค์ให้เซินเจิ้นเป็นเมืองแห่งการออกแบบ แฟชั่นและการกีฬา และการดำเนินการต่าง ๆ ตั้งอยู่บนพื้นฐานของตัวบทกฎหมาย

- พัฒนาระบบนิเวศน์และปรับปรุงคุณภาพของสิ่งแวดล้อมโดยเน้นการเป็นเมืองสีเขียวและมีคาร์บอนต่ำ อนุรักษ์พลังงาน วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ นำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ ตลอดจนจะพัฒนากลไกการชดเชยแก่ระบบนิเวศน์

- พัฒนาชุมชนเมืองโดยเน้นการผนวกทั้งเมืองเซินเจิ้นให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) ใช้ประโยชน์จากที่ดินในการสร้างโครงการต่าง ๆ สร้างให้เซินเจิ้นเป็นศูนย์กลางการคมนาคมภายในประเทศ ขยายรัศมีโครงข่ายคมนาคมให้ครอบคลุมเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียงและไปไกลถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้เซินเจิ้นเป็นเมืองที่มี Wi-Fi ครอบคลุมและเป็นศูนย์กลางด้านข้อมูล ควบคู่ไปกับการพัฒนาสิ่งแวดล้อม

- ปฏิรูปและเปิดเสรีอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการสร้าง “คุณภาพเซินเจิ้น” ให้เศรษฐกิจเป็นไปตามกลไกตลาด ปฏิรูประบบการลงทุน การเงิน และการจดทะเบียนธุรกิจ ลดการกีดกันทางการค้า โดยให้ภาครัฐมีบทบาทเพียงการจัดหาบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานต่าง ๆ ขณะที่ตลาดเป็นผู้จัดหาบริการเฉพาะและบริการขั้นสูงอื่น ๆ ปรับปรุงระบบและกลไกการบริหารของรัฐให้โปร่งใสสามารถตรวจสอบได้

- ขยายความร่วมมือในภูมิภาคและขยายพื้นที่สำหรับการสร้าง “คุณภาพเซินเจิ้น” โดยการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนกับต่างประเทศและการสร้างเซินเจิ้นให้เป็นเมืองสากล มีบรรยากาศการลงทุนเทียบเท่านานาประเทศ และให้ความสำคัญกับประเทศในอาเซียนเป็นลำดับต้น ๆ โดยมีเขตการค้าเสรีจีน-อาเซียนเป็นพื้นฐานในการสำรวจตลาดใหม่และยกระดับศักยภาพการแข่งขันของเซินเจิ้น


เป้าหมายสำหรับปี 2554 ของเมืองเซินเจิ้น

- ทำให้กีฬามหาวิทยาลัยโลก ฤดูร้อน ครั้งที่ 26 ที่เซินเจิ้นจะเป็นเจ้าภาพในช่วงวันที่ 12-23 สิงหาคม 2554 ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

- สร้างเสริมศักยภาพด้านความเป็นอิสระในการคิดค้น โดยการดำเนินโครงการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับชาติต่าง ๆ รวมถึงจะสร้าง National Supercomputing Center และจัดงาน China Hi-Tech Fair ครั้งที่ 13 ให้สำเร็จ

- ส่งเสริมการยกระดับทางอุตสาหกรรม โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการบริการ ด้านการวิจัยและพัฒนา การออกแบบและเทคนิคด้านการพิมพ์ อัญมณี นาฬิกา และเสื้อผ้า ตลอดจนให้การสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ใน 5 ด้าน ได้แก่ การเสนอขายหุ้นแก่สาธารณะ (IPO) การสนับสนุนทางการเงิน การปรับปรุงห่วงโซ่อุตสาหกรรม การสนับสนุนความสามารถและการคิดค้น และการหาตลาด

- ปรับปรุงโครงสร้างของการเติบโตด้านความต้องการ โดยจะเร่งสร้างระบบการลงทุนและการเงินที่ได้มาตรฐาน สร้างโครงสร้างพื้นฐานทั้งด้านการคมนาคมและด้านพลังงาน ตลอดจนโครงสร้างด้านสังคมเพื่อรองรับการเติบโตของความต้องการที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนหาตลาดเชิงรุกจากทั้งในและต่างประเทศโดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียน

- พัฒนาคุณภาพชีวิตในเมือง โดยการพัฒนาอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ ระบบจัดการน้ำและสิ่งปฏิกูล ใช้กฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม ดำเนินโครงการ “หมู่บ้านในเมือง” และจะลงทุน 33,700 ล้านหยวน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 75.4 ของการลงทุนของรัฐทั้งหมดเพื่อพัฒนาโครงข่ายการคมนาคมทางรางและทางด่วน

- ปฏิรูปองค์กร ระบบและกลไกต่าง ๆ ทั้งในส่วนของรัฐบาล อาทิ การสรรหาข้าราชการ ระบบการจัดการสำหรับรัฐวิสาหกิจไปจนถึงประชาชนรากหญ้า และจะเริ่มนำภาษีทรัพย์สินและภาษีสำหรับการปกป้องสิ่งแวดล้อมมาใช้

- การเปิดกว้างมากขึ้นสำหรับภายในจีนเองและสู่โลก ผลักดันการใช้ยุทธศาสตร์ “go-global” พัฒนาเขตความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการค้าจีน-เวียดนาม (เซินเจิ้น-ไฮฟอง) และเขตอุตสาหกรรมความร่วมมือด้านการบริการสมัยใหม่เซินเจิ้น-ฮ่องกง (Qianhai Shenzhen-Hong Kong Modern Service Industry Cooperation Zone) ใช้ประโยชน์จาก Economic Cooperation Framework Agreement (ECFA) เพื่อขยาย ความร่วมมือทางธุรกิจกับไต้หวัน และการวางแผนการพัฒนาให้ครอบคลุมเซินเจิ้นกับเมืองใกล้เคียงที่สำคัญ ได้แก่ ตงกว่าน และหุ้ยโจว

- พัฒนาสวัสดิการสังคมและชีวิตประชาชน โดยการดูแลควบคุมราคาสินค้าและให้การสนับสนุนครอบครัวที่มีรายได้ต่ำ เพิ่มรายได้โดยมีเป้าหมายให้รายได้สุทธิต่อหัวต่อปีเพิ่มเป็น 35,000 หยวน สนับสนุนการจ้างงานให้เต็มอัตรา ปรับปรุงการประกันสังคม ตอบสนองความต้องการด้านที่พักอาศัย ให้ความสำคัญอันดับต้นกับการศึกษา ยกระดับบริการทางการแพทย์ พัฒนาและเร่งสร้างองค์ประกอบด้านวัฒนธรรม อาทิ การสร้างแกลลอรี Shenzhen Contemporary Art และการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกทางด้านวัฒนธรรมและการกีฬาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พัฒนาระบบขนส่งมวลชน และทำให้สังคมปลอดภัย


บทสรุป

จากผลงานการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของเมืองเซินเจิ้นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมานับได้ว่าบรรลุผลเป็นที่ประจักษ์ในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ การลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางด้านการคมนาคมและสาธารณูปโภคพื้นฐานของเมือง การลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาทั้งวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ตลอดจนการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ ในภาคอุตสาหกรรมและการบริการ รวมถึงการเปิดรับความร่วมมือในด้านต่าง ๆ กับนานาประเทศ ส่งผลให้เมืองเซินเจิ้นก้าวสู่เมืองระดับนานาชาติของโลก

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม 5 ปี ฉบับที่ 12 ของเทศบาลเมืองเซินเจิ้นให้ความสำคัญการพัฒนาเซินเจิ้นให้ก้าวหน้าและได้มาตรฐานสากลทั้งในแง่ของตัวเมืองและการเป็นฐานอุตสาหกรรมขั้นสูงที่เน้นการคิดค้นนวัตกรรม พัฒนาอุตสาหกรรมการบริการและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น รวมถึงการเปิดขยายความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ มากขึ้น

และในปีนี้ที่เมืองเซินเจิ้นจะเป็นเจ้าภาพจัดงานใหญ่ระดับโลก แม้ว่าจะเป็นงานด้านการกีฬาแต่เป็นโอกาสสำคัญของเซินเจิ้นในการแสดงศักยภาพในด้านต่าง ๆ ให้ประชาคมโลกได้เห็นถึงผลการเปิดประเทศของจีนในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา จึงเป็นโอกาสที่สำคัญของธุรกิจที่สนใจจะเข้าไปเกาะเกี่ยวโอกาสตามแนวทางการพัฒนาของเซินเจิ้นในอีก 5 ปีนับจากนี้ในด้านธุรกิจการเงินการธนาคาร ภาคการบริการ โลจิสติกส์ ตลอดจนธุรกิจสร้างสรรค์ที่ไทยมีศักยภาพในการแข่งขัน

10 กุมภาพันธ์ 2554
แหล่งข้อมูล: เอกสารผลงานการดำเนินงานของเทศบาลเมืองเซินเจิ้นปี 2553 ที่รายงานในการประชุมสภาผู้แทนประชาชนเมืองเซินเจิ้นเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2554(16/01/2011)
โดย: นายเจตนา เหล่ารักวงศ์

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ