
ปิดฉากไปแล้วอย่างงดงามกับมหกรรมกีฬาแห่งประชาคมเอเชียในกีฬาเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 16 ณ นครกว่างโจว เมืองเอกของมณฑลกวางตุ้ง หรือ กว่างโจวเกมส์ 2010 โดยในแง่ของการแข่งขันกีฬา มีการทำลายสถิติโลก 3 รายการ สถิติเอเชีย 15 รายการและสถิติของเอเชียนเกมส์ถึง 27 รายการ และจีนก็ได้เหรียญทองเป็นอันดับ 1 ตามความคาดหมายถึง 199 เหรียญทอง นับได้ว่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขันเอเชียนเกมส์
พิธีเปิดมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 16 ณ นครกว่างโจว
การเป็นเจ้าภาพจัดงานเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ของประเทศจีน นับเป็นการจัดงานมหกรรมกีฬาขนาดใหญ่ครั้งที่ 3 หลังจากการเป็นเจ้าภาพจัดงานเอเชียนเกมส์ในปี 2533 (ค.ศ. 1990) การเป็นเจ้าภาพจัดกีฬาโอลิมปิคในปี 2551 (ค.ศ. 2008) โดยการจัดงานเอเชียนเกมส์ในครั้งนี้ได้แสดงถึงศักยภาพจีน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งนครกว่างโจวได้เป็นอย่างดี ตั้งแต่พิธีเปิด การจัดการแข่งขันกีฬาต่าง ๆ การอำนวยความสะดวก สาธารณูปโภคพื้นฐาน จนถึงพิธีปิด ที่สามารถทำได้อย่างงดงามและได้รับคำชมจากมวลหมู่นักกีฬา เจ้าหน้าที่ สื่อมวลชนและกองเชียร์จากประเทศต่าง ๆ อย่างล้นหลาม
ในปี 2553 นี้ หลายคนมองว่าเป็นปีทองของนครกว่างโจว ด้วยเป็นปีที่นครกว่างโจวมีมูลค่าของจีดีพีเกินกว่า 1 ล้านล้านหยวนเป็นครั้งแรก กลายเป็นเมืองอันดับ 3 ของจีนที่มีมูลค่าจีดีพีเกินกว่า 1 ล้านล้านหยวน และเป็นเมืองแรกที่ไม่ได้เป็นเมืองมหานครที่ขึ้นตรงกับรัฐบาลกลางแต่มีมูลค่าจีดีพีเกินกว่าล้านล้านหยวน การเพิ่มขึ้นของจีดีพีของนครกว่างโจวเริ่มตั้งแต่ปี 2549 ที่มูลค่า 600,000 ล้านหยวนและเพิ่มขึ้นมาเป็น 700,000 ล้านหยวนในปีถัดมา จนมาถึง 1 ล้านล้านหยวนในปี 2553 ถือเป็นการก้าวกระโดดของตัวเลขกว่าร้อยละ 50 ของนครกว่างโจว เป็นการเติบโตครั้งใหญ่ที่บรรลุเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจของมณฑลกวางตุ้ง 5 ปี ฉบับที่ 11 (ค.ศ. 2006-2010) สิ่งที่สร้างความภาคภูมิใจยิ่งให้กับนครกว่างโจวในปีนี้อีกอย่างหนึ่ง ก็คือ การเป็นเจ้าภาพจัดงานเอเชียนเกมส์และเอเชียนพาราเกมส์ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่การจัดงานแข่งขันกีฬาที่ใหญ่ระดับนี้ไม่ได้จัดขึ้นที่เมืองหลวงของจีน
หากมองสภาพของนครกว่างโจวที่พัฒนารุดหน้าไปอย่างมากดังที่เห็นในปัจจุบัน ย้อนกลับไปเมื่อ 6 ปีที่แล้วก่อนหน้าที่นครกว่างโจวได้เสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดกีฬาเอเชียนเกมส์และได้รับคัดเลือกนั้น ก็จะพบกับแนวทางการพัฒนาและการวางแผนที่เป็นระบบที่น่าสนใจไม่น้อย นครกว่างโจวได้วางแนวคิดหลักคือ “ต้อนรับการเป็นเจ้าภาพเอเชียนเกมส์ด้วยวิถีชีวิตรูปแบบใหม่” โดยมีเป้าหมายคือ “ฟ้าที่ใสขึ้น น้ำที่ใสสะอาดขึ้น การจราจรที่สะดวกมากขึ้น ตึกรามบ้านช่องและเมืองที่สวยงามขึ้น” นครกว่างโจวได้แปรเปลี่ยนแนวคิดดังกล่าวเป็นรูปธรรมผ่านการริเริ่มโครงการต่าง ๆ ตั้งแต่การบำบัดน้ำเสีย การลดการปล่อยก๊าซและควันพิษการสร้างถนนสีเขียว การปรับภูมิทัศน์ตามบริเวณต่าง ๆ ของเมือง การสร้างและขยายเครือข่ายรถไฟฟ้าใต้ดิน การสร้างระบบเส้นทางโดยสาร BRT การบูรณะซ่อมแซมและสร้างสนามแข่งขันในเมืองที่มีศักยภาพ โครงการเมืองเอเชียนเกมส์ ตลอดจนการพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานอย่างเป็นบูรณาการ
เกาะไห่ซินซา และทิวทัศน์ของเขตเมืองใหม่จูเจียงเมื่อมองจากวิวสูง
นอกจากนี้ กว่างโจวยังได้ใช้โอกาสของการเป็นเจ้าภาพจัดงานเอเชียนเกมส์พัฒนาใจกลางเมืองให้เป็นศูนย์กลางความเจริญของมหานครอย่างแท้จริง ในบริเวณ “เขตเมืองใหม่จูเจียง” และ “เมืองเอเชียนเกมส์” โดยในส่วนของ “เขตเมืองใหม่จูเจียง” นั้น นครกว่างโจวได้สร้างหอส่งสัญญาณโทรทัศน์ที่มีสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ขึ้นมาใหม่ริมแม่น้ำจูเจียง เทียบเคียงได้กับหอคอยไข่มุกหรือ Pearl Tower ริมแม่น้ำผู่ตงของนครเซี่ยงไฮ้ที่นักท่องเที่ยวที่ไปที่นั่นมิอาจพลาดในการเก็บภาพกลับไปเป็นที่ระลึก ย้อนกลับมาที่นครกว่างโจว เมื่อการถ่ายทอดสดพิธีเปิดและปิดเอเชียนเกมส์แพร่ภาพออกไปทั่วเอเชียเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา หอคอย Canton Tower ตลอดจนเกาะกลางน้ำซึ่งเป็นสถานที่จัดพิธีเปิดและปิดกว่างโจวเกมส์ หรือที่รู้จักกันในชื่อของ “เกาะไห่ซินซา” ก็ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของนครกว่างโจวที่โดดเด่น เป็นที่รู้จักของประชาคมเอเชีย และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญให้ทั้งชาวจีนและชาวต่างชาติได้แวะเวียนไปเยี่ยมชมอย่างไม่ขาดสายไปแล้ว
หลายท่านอาจยังไม่ทราบถึงความเป็นมาและเป็นไปของการเปลี่ยนมาใช้สถานที่แห่งนี้ เดิมคณะกรรมการจัดงานกว่างโจวเกมส์ได้เลือกที่จะใช้สนามกีฬาโอลิมปิคของนครกว่างโจวเป็นสถานที่จัดงานพิธีเปิดและปิดเนื่องจากสนามกีฬามีขนาดใหญ่ สามารถจุผู้ชมได้มากถึง 6-7 หมื่นคน มีระบบต่าง ๆ ที่ทันสมัยและพร้อมสรรพ แต่ก็ได้มีการเปลี่ยนสถานที่ใช้จัดพิธีเปิดและปิดเป็นเกาะไห่ซินซาในช่วง 14 เดือนสุดท้ายก่อนพิธีเปิดจะเริ่มขึ้น โดยหลังจากนั้นนครกว่างโจวก็ได้ทุ่มสรรพกำลังอย่างเต็มที่ในการพัฒนาและสร้างเกาะไห่ซินซาให้เป็นดั่งที่เห็น
สาเหตุสำคัญที่รัฐบาลจีนเลือกพัฒนาเกาะแห่งนี้เนื่องจากพื้นที่บริเวณดังกล่าวนั้นอยู่ในเขตเมืองใหม่จูเจียงที่ทางนครกว่างโจววางแผนพัฒนาให้เป็นเขตเมืองใหม่ เป็นศูนย์กลางด้านการเงิน การท่องเที่ยว วัฒนธรรมและสันทนาการของนครกว่างโจว อีกทั้งยังใกล้กับสถานีส่งสัญญาณโทรทัศน์แห่งใหม่ของนครกว่างโจวที่ปัจจุบันเป็นหอส่งสัญญาณโทรทัศน์ที่สูงที่สุดในโลกอีกด้วย รวมถึงการที่ต้องการให้ทั่วโลกได้เห็นนวัตกรรมและแนวคิดในการจัดพิธีเปิดและปิดใหม่ ๆ ที่ไม่เหมือนใคร และถือเป็นโอกาสที่ดีมาก ๆ ในการประชาสัมพันธ์นครกว่างโจวให้ทั่วโลกรู้จัก ด้วยประการทั้งปวง จึงได้มีการพัฒนาเกาะที่เคยเป็นพื้นที่เกษตรกรรมให้เป็นสถานที่ที่ยิ่งใหญ่อลังการดังที่เห็นในปัจจุบัน
ในโอกาสที่เลือกเกาะไห่ซินซาเป็นสถานที่เปิดและปิดกีฬานั้น นครกว่างโจวได้แสดงให้ทั่วโลกเห็นถึงนวัตกรรมต่าง ๆ ผ่านพิธีเปิด เช่น การทำให้พื้นที่แสดงสามารถลดระดับน้ำปริมาณมากได้เพียงเวลา 30 วิ นาที การใช้เทคโนโลยีของ LED ขนาดใหญ่ มาเป็นส่วนหนึ่งของพิธีเปิด-ปิด และการตกแต่งสถานที่ต่าง ๆ ให้สวยงาม ภาพที่เห็นผ่านการถ่ายทอดสดจึงเป็นองค์ประกอบที่ลงตัวเมื่อถ่ายภาพจากมุมสูงของบริเวณจัดงานและบริเวณโดยรอบ
เกาะไห่ซินซามีพื้นที่ 393,368 ตร.ม. มีการสร้างอัฒจรรย์ที่นั่งจุคนได้ประมาณ 26,000 คน ใช้เวลาก่อสร้าง 14 เดือน โดยเดือนเมษายน 2552 เมื่อได้รับเลือกให้เป็นสถานที่จัดพิธีเปิดและปิดกีฬานั้น มีเพียงผังการออกแบบพัฒนาเกาะไห่ซินซาเท่านั้น พื้นที่ส่วนใหญ่ยังเป็นพื้นที่เปล่า ยังไม่มีระบบการจ่ายไฟฟ้าและน้ำที่เพียงพอ โครงการได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อเดือนสิงหาคม 2552 และโดยที่จะต้องแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2553 นครกว่างโจวจึงมีเวลาในการดำเนินการเพียง 14 เดือน จากปกติที่ต้องใช้เวลาในการดำเนินการ 3 ปี
เมืองเอเชียนเกมส์
สำหรับ “เมืองเอเชียนเกมส์” นั้น นครกว่างโจวได้เลือกพัฒนาพื้นที่ขึ้นใหม่ สร้างสาธารณูปโภคต่าง ๆ ให้สามารถรองรับคณะนักกีฬาและเจ้าหน้าที่มากกว่า 15,000 คน สื่อมวลชนอีกเกือบ 10,000 คน โดยสร้างเป็นเมืองเอเชียนเกมส์ขึ้นมาใหม่ มีการแบ่งโซนอาคารที่พักของนักกีฬา เจ้าหน้าที่เทคนิคและผู้สื่อข่าว สนามกีฬา ศูนย์ข่าว เป็นต้น บนเนื้อที่ 2.73 ตร.กม. มีขนาดใหญ่กว่าหมู่บ้านนักกีฬาโอลิมปิคที่กรุงปักกิ่งถึง 4 เท่า และมีขนาดใหญ่กว่าหมู่บ้านเอเชียนเกมส์ซึ่งกรุงปักกิ่งเคยเป็นเจ้าภาพเมื่อ 20 ปีที่แล้วถึง 8 เท่า ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นการร่วมมือกันของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ถึง 5 ราย เพื่อให้สามารถระดมทุนและดำเนินการก่อสร้างอาคารต่าง ๆ ได้ทันภายในกำหนด และหลังจากเสร็จสิ้นงานเอเชียนเกมส์และเอเชียนพาราเกมส์แล้ว จะมีการพัฒนา “เมืองเอเชียนเกมส์” เป็นเขตเมืองใหม่อีกแห่งหนึ่งของนครกว่างโจว โดยในเฟสแรกมีจำนวนห้องพัก 8,078 ชุด ห้องพักในแต่ละโซนจะจำหน่ายออกให้ประชาชนที่สนใจจะอยู่อาศัยต่อไป สามารถรองรับประชาชนได้กว่า 100,000 คน โดยในอนาคตจะมีการพัฒนาพื้นที่บริเวณโดยรอบเพื่อให้สามารถรองรับคนได้มากถึง 500,000 คน นับเป็นการกระจายความแออัดของประชากรในตัวเมืองไปยังพื้นที่รอบนอกของตัวเมืองได้อย่างดีอีกด้วย
|
|
|
ด้านการคมนาคม นครกว่างโจวได้พัฒนาขยายเครือข่ายการคมนาคมเพื่อรองรับการเป็นเจ้าภาพจัดงานเอเชียนเกมส์ ทั้งสนามบินนานาชาติไป๋หยุนที่มีขนาดใหญ่อันดับ 3 ของประเทศ มีเครือข่ายถนนรวมกว่า 8,800 กม. มีเส้นทางรถไฟฟ้าใต้ดิน 8 สาย ความยาวรวม 236 กม. ซึ่งรวมถึงเส้นทางรถไฟฟ้าใต้ดินสายกว่างโจว-ฝอซานที่เป็นรถไฟใต้ดินเชื่อมระหว่างเมืองสายแรกของจีนอีกด้วย มีรถโดยสารประจำทางกว่า 565 สาย เส้นทางรถ BRT ตลอดจนเส้นทางการขนส่งทางเรือที่พร้อมสรรพ โดยในอีก 10 ปีข้างหน้าจะมีการเปิดเส้นทางรถไฟความเร็วสูงระหว่างเมืองต่าง ๆ ในเขตสามเหลี่ยมเศรษฐกิจปากแม่น้ำจูเจียง (นครกว่างโจว เมืองเซินเจิ้น จูไห่ ฝอซาน เจียงเหมิน ตงกว่าน จงซาน หุ้ยโจวและจ้าวชิ่ง) โดยนครกว่างโจวจะเป็นศูนย์กลางของเส้นทางรถไฟและจะใช้เวลาในการเดินทางภายในเขตสามเหลี่ยมเศรษฐกิจฯ ไม่เกิน 1 ชม. และเป็นศูนย์กลางการเดินทางระหว่างมณฑลโดยสามารถเดินทางจากกว่างโจวไปยังนครหนานหนิง กุ้ยหยาง หวู่ฮั่น ฉางซา ฝูโจว ได้ในภายในระยะเวลา 4 ชม.
ด้านสนามแข่งขัน สนามส่วนใหญ่กว่า 75% ที่ใช้ในการแข่งขันกว่างโจวเกมส์ครั้งนี้ เป็นสนามเดิมที่มีอยู่แล้ว อีก 25% เป็นสนามที่สร้างขึ้นมาใหม่ โดยรัฐบาลจีนได้วางแผนการใช้ประโยชน์ของสนามใหม่เหล่านี้ล่วงหน้า อาทิ สนามแข่งม้าต่าง ๆ จะถูกพัฒนาไปเป็นเขตสาธิตการเกษตรสมัยใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ เป็นต้น การกระจายสนามแข่งขันไปยังเมืองอื่น ๆ รอบนครกว่างโจว ไม่ว่าจะเป็นเมืองฝอซาน ตงกว่าน และซ่านเหว่ย ก็เป็นหนึ่งในกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์เมืองรอบ ๆ กว่างโจว และกระจายการพัฒนาไปสู่เมืองต่าง ๆ อีกด้วย
การบำบัดน้ำเสียและปรับปรุงสภาพอากาศของนครกว่างโจวก็เป็นอีกหนึ่งผลงานที่โดดเด่นในการต้อนรับการเป็นเจ้าภาพจัดงานเอเชียนเกมส์ นครกว่างโจวได้กำหนดมาตรการเพื่อบำบัดน้ำเสียในแม่น้ำลำคลองให้ใสสะอาดภายในระยะเวล 2 ปี นับเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของนครกว่างโจว ใช้งบประมาณราว 50,000 ล้านหยวน โดยจวบจนปี 2551 โรงงานบำบัดน้ำเสียของนครกว่างโจวซึ่งได้ดำเนินโครงการมากว่า 19 ปี มีเครือข่ายท่อบำบัดน้ำเสียยาว 1,813 กม. แต่ในระยะเวลาหลังจากนั้นเพียง 1 ปีครึ่ง นครกว่างโจวได้ผลักดันการบำบัดน้ำเสียอย่างจริงจังและเห็นผลเป็นรูปธรรม โดยสามารถสร้างเครือข่ายท่อบำบัดน้ำเสียได้เพิ่มขึ้นถึง 1,094 กม. ทำให้จากเดิม สามารถบำบัดน้ำเสียของนครกว่างโจวจาก 2.286 ล้านลบ.ม./วัน ในปี 2551 เป็น 4.652 ล้านลบ.ม./วัน ในปี 2553 สามารถบำบัดน้ำเสียในเขตเมืองได้ถึง 90% ในแต่ละวัน และสามารถลดการปล่อยน้ำเสียลงแม่น้ำจูเจียงได้ถึง 800,000 ลบ.ม./วัน
|
|
|
อีกแง่มุมหนึ่งในด้านการลดภาวะโลกร้อนและรักษาสิ่งแวดล้อม นครกว่างโจวได้ผลักดันให้โรงงานผลิตไฟฟ้ามีการลงทุนด้านการกำจัดก๊าซและควันก่อนปล่อยสู่อากาศ ตลอดจนนโยบายการเคลื่อนย้ายอุตสาหกรรมที่ใช้ทรัพยากรและปล่อยก๊าซและควันจำนวนมากออกจากนครกว่างโจวและเขตสามเหลี่ยมเศรษฐกิจปากแม่น้ำจูเจียงไปยังรอบนอกของมณฑลกวางตุ้ง รวมถึงการสร้างถนนสีเขียวที่เป็นต้นแบบของจีน โดยปัจจุบันนครกว่างโจวได้เปิดถนนสีเขียวที่ปลอดมลพิษจำนวน 6 เส้นทาง ความยาวรวม 480 กม. และภายใน 3 ปี จะมีการขยายเส้นทางถนนสีเขียวในเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียงเชื่อมระหว่างกัน ความยาวทั้งสิ้น 1,678 กม. ส่งผลให้สภาพอากาศและนิเวศวิทยาของนครกว่างโจวและเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียงดีขึ้นกว่าเดิมมาก
เมื่อย้อนดูอดีตจะเห็นว่าการใช้โอกาสของการเป็นเจ้าภาพจัดงานกีฬาในการพัฒนากว่างโจวนั้นก็ไม่ได้เป็นครั้งแรก เมื่อ 20 กว่าปีก่อนที่นครกว่างโจวได้เป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 6 ได้มีการพัฒนาพื้นที่เขตเทียนเหอจากชนบทสมัยนั้นให้กลายมาเป็นหนึ่งในศูนย์กลางเศรษฐกิจของนครกว่างโจวในปัจจุบัน และจากการเป็นเจ้าภาพจัดงานเอเชียนเกมส์ในครั้งนี้นั้น นอกจากจะช่วยพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจแล้ว ยังเป็นการประชาสัมพันธ์และแสดงให้เห็นว่านครกว่างโจวพร้อมในการพัฒนาเป็นเมืองนานาชาติ เป็นการยกระดับมุมมองและภาพลักษณ์ของนครกว่างโจวในเวทีโลกได้อย่างดีอีกด้วย
แม้ว่านครกว่างโจวจะมีการเปลี่ยนแปลงผู้นำของเมืองไปกี่ครั้ง ไม่ว่าจะเป็นนายกเทศมนตรีหรือเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำนครกว่างโจว แต่สิ่งที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงคือ แนวนโยบายการพัฒนาเมืองที่มีความต่อเนื่อง จากการวางแผนการพัฒนาเมืองที่มีวิสัยทัศน์และคิดรอบไปจนสิ้นสุดการดำเนินการตามแผนให้สัมฤทธิ์ผลตามเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ สำหรับจีนและนครกว่างโจว การเป็นเจ้าภาพจัดงานเอเชียนเกมส์ไม่ใช่แค่การจัดงานการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ แต่หมายถึงการยกระดับและพัฒนาเมืองในทุกด้าน ทั้งคุณภาพชีวิต สภาพสิ่งแวดล้อม ซึ่งในท้ายที่สุดจะส่งผลบวกกับดัชนีความสุขของประชาชน การพัฒนาและยกระดับเมืองด้วยองค์รวมโดยใช้การจัดการแข่งขันกีฬาเข้ามาเป็นตัวเร่งผลักดันของนครกว่างโจว นับเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดีสำหรับการวางแผนและพัฒนาเมืองที่ประเทศไทยสามารถนำมาศึกษาและนำมาใช้เป็นแบบอย่าง หากสนใจจะเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขันกีฬาใหญ่ ๆ หรือแม้แต่งานใหญ่ระดับโลกอื่น ๆ
สำหรับกว่างโจวหลังจากนี้ แนวทางการพัฒนานครกว่างโจวที่ได้วางไว้ก่อนจัดงานเอเชียนเกมส์ถึง 6 ปีล่วงหน้านั้น จะประสบผลสำเร็จในการทำให้นครกว่างโจวเป็นมหานครที่มี “ฟ้าที่ใสขึ้น น้ำที่ใสสะอาดขึ้น การจราจรที่สะดวกมากขึ้น ตึกรามบ้านช่องและเมืองที่สวยงามขึ้น” อย่างยั่งยืนหรือไม่ คงจะต้องรอพิสูจน์กันในระยะยาวต่อไป
หมายเหตุ: บทความนี้ได้รับการลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 13 ธันวาคม 2553
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=441&ELEMENT_ID=15037
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
