ด้วยระหว่างวันที่ 20-22 มกราคม 2558 นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ได้เข้าร่วมการประชุมเศรษฐกิจโลกประจำปี 2015 (World Economic Forum 2015) ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Uphold Peace and Stability, Advance Structural Reform and Generate New Momentum for Development” โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
1. การยืนหยัดต่อสันติภาพและเสถียรภาพ
· ภายใต้สถานการณ์ระหว่างประเทศที่มีความซับซ้อน ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันเพื่อให้เกิดสันติภาพและเสถียรภาพซึ่งถือเป็นผลประโยชน์ร่วมกันของทุกฝ่าย จีนให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่สงบสุขและเสถียรภาพในภูมิภาค และไม่ต้องการแข่งกับประเทศใดประเทศหนึ่งเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจสูงสุด (supremacy)
· ท่ามกลางความแตกต่างทางอารยธรรม ทุกฝ่ายควรเน้นการอาศัยร่วมกันอย่างสงบสุข มีความสามัคคีและเคารพซึ่งกันและกัน ประชาคมโลกร่วมมือกันในด้านที่มีผลประโยชน์ร่วมกันและยอมรับในประเด็นที่เห็นต่างและแสวงหาความร่วมมือในลักษณะ win-win ผ่านการร่วมมือและการเรียนรู้ร่วมกัน
· ในภาวะที่เศรษฐกิจมีความผันผวน ทุกฝ่ายควรจะสนับสนุนการเปิดตลาดและการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ผลักดันความคืบหน้าของเขตเสรีการค้า ปฏิเสธระบอบปกป้องทางการค้า และเร่งขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค
2. ภาวะเศรษฐกิจจีน
· เศรษฐกิจจีนก้าวเข้าสู่ภาวะ ‘New Normal’ ที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจและระดับการพัฒนาในระดับปานกลางถึงสูง ซึ่งเอื้อต่อการปฏิรูปโครงสร้างอย่างต่อเนื่อง เศรษฐกิจจีนไม่มุ่งเน้นอัตราการเติบโตที่สูงแต่เน้นให้มีการเติบโตอย่างมั่นคง
· ปัจจุบัน เศรษฐกิจจีนใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก การเติบโตของเศรษฐกิจในอัตราที่เหมาะสมจะสร้างความสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน ลดการใช้ทรัพยากรที่สิ้นเปลืองและการทำลายสิ่งแวดล้อม ทำให้สามารถดำเนินการปฏิรูปได้เต็มที่ ทำให้เกิดโอกาสและ ‘growth engine’ ใหม่ๆ
· สำหรับปี 2557 จีนไม่ได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแต่เน้นการปฏิรูป ส่งผลให้ GDP เติบโตในอัตราร้อยละ 7.4 ซึ่งสูงที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ จีนสามารถสร้างตำแหน่งงานใหม่ 13 ล้านตำแหน่ง จีนมีอัตราการว่างงานลดลง และ CPI อยู่ที่ร้อยละ 2 ซึ่งถือเป็นการพัฒนาการทางเศรษฐกิจทีดีในช่วงที่เศรษฐกิจอยู่ในช่วงขาลง
· ในปี 2558 เศรษฐกิจจีนยังคงเผชิญกับความกดดันขาลง จีนจะยังคงดำเนินนโยบายการคลังเชิงรุกและนโยบายการเงินแบบระมัดระวัง ดำเนินมาตรการเพื่อลดความเสี่ยงจากหนี้เสียและตลาดการเงิน อัตราการออมเงินของจีนที่ร้อยละ 50 สามารถรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ นอกจากนี้ หนี้สินของรัฐบาลท้องถิ่นซึ่งร้อยละ 70 เป็นการลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานมีสินทรัพย์รองรับ และการปฏิรูปตลาดการเงินมีความก้าวหน้ามาก ดังนั้น จีนจะไม่เจอ วิกฤตเศรษฐกิจแน่นอน
3. การเดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อให้เกิดแรงหนุนใหม่ในการพัฒนา
· จีนเป็นประเทศกำลังพัฒนาและมีหนทางอีกยาวไกลกว่าจะก้าวขึ้นเป็นประเทศ ที่พัฒนาแล้วอย่างเต็มตัว ในขณะที่ความสงบสุขเป็นพื้นฐานของการพัฒนา การปฏิรูปและเปิดประเทศและความต้องการของประชาชนที่ต้องการมีชีวิตที่ดีจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยิ่งใหญ่ อุปสงค์ในประเทศกอปรกับการที่จีนยังมีพื้นที่สำหรับการพัฒนาอีกมากจะทำให้การพัฒนาในอัตราปานกลางถึงสูงในช่วง 10 – 20 ปีข้างหน้านำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม
· จีนจะเดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ สนับสนุนนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กลไกตลาดเป็นตัวจัดสรรทรัพยากรและสนับสนุนบทบาทของผู้ประกอบการรายย่อยเพื่อให้เศรษฐกิจจีนสามารถเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ปัจจุบัน จีนมีผู้ประกอบการรายย่อยกว่า 70 ล้านราย (นรม. ยกตัวอย่างของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกที่มีอยู่ 700 ครัวเรือน แต่จดทะเบียนร้านค้าออนไลน์จำนวน 2,800 ร้าน และในแต่ละวันจะมีสินค้ามากกว่า 30 ล้านชิ้นจัดส่งไปยังทั่วทุกมุมโลก แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของผู้ประกอบการรายย่อย)
· แผนการปฏิรูปต่างๆ ของจีน อาทิ
- การปฏิรูประบบการบริหารจัดการของภาครัฐ ลดขั้นตอนการขออนุมัติต่างๆ จากส่วนกลาง นำระบบ Negative-List มาใช้ และปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา นอกจากนี้ จีนจะเพิ่มสินค้าและบริการสาธารณะเพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนซึ่งจะมีส่วนกระตุ้นให้เกิดการบริโภค
- การลงทุนในโครงการต่างๆ อาทิ เส้นทางรถไฟในภาคกลางและภาคตะวันตก โครงการชลประทาน โครงการซ่อมแซมที่พักอาศัยเก่าในเขตเมืองและชนบท และโครงการจัดการกับปัญหามลภาวะทางอากาศ ทั้งนี้ รัฐบาลจะเปิดให้ภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศสามารถร่วมลงทุนในลักษณะ public-private partnership (PPP)
- การปฏิรูปภาษี ลดภาษี และค่าธรรมเนียมต่างๆ สำหรับวิสาหกิจ โดยเฉพาะในภาคบริการและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อย นอกจากนี้ ในการปฏิรูปตลาดการเงิน จีนจะสนับสนุนการเปิดเสรีอัตราดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยน พัฒนาสถาบันการเงินขนาดกลางและขนาดเล็ก สนับสนุนการจัดตั้งธนาคารเอกชน และลดจำนวนประเภทสินค้าที่รัฐบาลเป็นผู้กำหนดโดยให้กลไกตลาดเป็นผู้กำหนด
· การปฏิรูปเศรษฐกิจจีนจะสร้างโอกาสสำหรับทั่วโลก ทำให้การเข้าถึงตลาดง่ายขึ้นสำหรับการลงทุนจากต่างชาติ และบริษัทจีนและบริษัทต่างชาติจะได้รับสิทธิเท่าเทียมกัน จีนจะเปิดสาขาการเงิน การศึกษา วัฒนธรรม การแพทย์ และภาคบริการอื่นๆ มากขึ้น และจะนำประสบการณ์จากเขตการค้าเสรีเซี่ยงไฮ้ไปใช้กับเขตอื่นๆ ในประเทศ เพื่อสนับสนุนนักลงทุนจาก ทั้งในและต่างประเทศ
· จีนยังคงหาแนวทางและวิธีการใหม่ๆ ที่จะเสริมสร้างความร่วมมือกับต่างประเทศ ปัจจุบัน สินค้าจีนที่ทันสมัย อาทิ รถไฟความเร็วสูง พลังงานนิวเคลียร์ เครื่องบิน และอุปกรณ์การสื่อสารโทรคมนาคม เริ่มตีตลาดต่างประเทศและสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ นอกจากนี้ การส่งออกสินค้าบางอย่างช่วยเปิดตลาดประเทศที่ 3 ให้กับจีนได้
· การพัฒนาเศรษฐกิจจีนก็เปรียบดั่งการเล่นสกี ที่ต้องเคลื่อนไปในความเร็วที่เหมาะสม รักษาสมดุล และมีความกล้าหาญ สิ่งสำคัญสำหรับจีนในวันนี้คือการรักษาอัตราการเติบโตที่ระดับปานกลางถึงสูง รักษาความสมดุลระหว่างการเติบโตและการปรับโครงสร้าง และมุ่งหน้าไปอย่างกล้าหาญ
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=469&ELEMENT_ID=15047
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
