หลังจากที่เมื่อปี 2557 กระทรวงพาณิชย์จีนและกระทรวงกิจการพลเรือนได้ออกประกาศเชิญชวนต่างชาติลงทุนในภาคการให้บริการและดูแลผู้สูงอายุ (China’s elder care sector) ทั้งในรูปแบบการจัดตั้งเองทั้งหมดหรือร่วมทุนกับผู้ประกอบการ องค์กรหรือหน่วยงานของจีนแล้ว ล่าสุด เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2558 คณะรัฐมนตรีจีนได้ให้ความเห็นชอบแผนพัฒนาระบบการแพทย์และการให้บริการสุขภาพแห่งชาติซึ่งครอบคลุมแผนการเปิดให้ต่างชาติสามารถเข้ามาลงทุนจัดตั้งโรงพยาบาลในจีนได้
เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา ปักกิ่ง เทียนจิน เซี่ยงไฮ้และอีกสี่มณฑลของจีนได้รับอนุญาตจากรัฐบาลให้ดำเนินการโครงการนำร่องจัดตั้งโรงพยาบาลที่ลงทุนโดยต่างชาติทั้งหมด โดยก่อนหน้านี้ต่างชาติสามารถถือหุ้นได้ไม่เกินร้อยละ 70 และมีสัญญาอายุไม่เกิน 20 ปี ซึ่งทำให้นักลงทุนต่างชาติมีความห่วงกังวลเพราะธุรกิจโรงพยาบาลใช้เวลานานกว่าจะได้กำไร
บริษัทที่ปรึกษา McKinsey & Co Inc. เห็นว่า “ประเทศจีนเป็นตลาดที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนต่างชาติ เพราะคาดว่าจะมีเม็ดเงินใช้จ่ายในอุตสาหกรรมนี้เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า ในปี 2020”
อนึ่ง แผนพัฒนาระบบการแพทย์และการให้บริการสุขภาพแห่งชาติถือเป็นการยกระบบการดูแลสุขภาพครั้งใหญ่ที่เน้นการพัฒนาระบบการให้การบริการทางการแพทย์ในระยะยาว เช่น การจัดตั้งสถาบันการแพทย์ใหม่ที่ไม่แสวงหากำไร การปรับโครงสร้างโรงพยาบาลของรัฐ การพัฒนาการบริหารจัดการโรงพยาบาล การจัดระเบียบการบริการสาธารณะในพื้นที่ชนบท เป็นต้น
ปัจจุบัน คุณภาพการให้บริการทางการแพทย์ในพื้นที่ชนบทจีนมีข้อจำกัดอยู่มาก ในขณะที่โรงพยาบาลของรัฐขนาดใหญ่ในเมือง เช่น ปักกิ่ง ก็ไม่สามารถรองรับความต้องการของผู้ป่วยได้เต็มที่ ทั้งนี้ ที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้มีการเพิ่มการลงทุนและดำเนินการปฏิรูปเชิงลึกเพื่อจัดระเบียบการบริการสาธารณะในพื้นที่ชนบท อาทิ การพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ประจำหมู่บ้านเพื่อดูแลสุขภาพของคนชนบทจำนวนหลายร้อยล้านคนโดยการจัดหาแพทย์ 1 คนต่อประชากร 1,000 คน การจัดสรรงบประมาณเพื่อซื้อเครื่องมือที่ทันสมัยและเพิ่มห้องผ่าตัด อย่างไรก็ดี แพทย์ในชนบทยังต้องการการอบรมอย่างสม่ำเสมอรวมถึงการปรับปรุงสวัสดิการและเงินเดือนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตทุรกันดารและชายแดนhttp://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=462&ELEMENT_ID=15031
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
