เศรษฐกิจส่านซี 2014 โตร้อยละ 9.7 รัฐบาลเร่งส่งเสริมการลงทุนของต่างประเทศ
เศรษฐกิจส่านซี 2014 โตร้อยละ 9.7 รัฐบาลเร่งส่งเสริมการลงทุนของต่างประเทศ

รายงานข่าวจาก สนง.พาณิชย์มณฑลส่านซี โดยมีข้อมูลและประเด็นข้อคิดเห็นที่น่าสนใจดังนี้

1. ภาพรวมเศรษฐกิจเติบโตช้าลงเนื่องจากปัจจัยเศรษฐกิจที่ชะลอตัวของยุโรปและสหรัฐรวมไปถึงการลดความร้อนแรงทางเศรษฐกิจของรัฐบาล

มูลค่าผลผลิตมวลรวมอยู่ที่ 1.77  ล้านล้านหยวน (คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 26.09 ของ GDP มณฑลกวางตุ้งซึ่งมีขนาด GDP ใหญ่ที่สุดในจีน) เป็นอันดับที่ 7 ของประเทศ(จากเดิมอันดับ 16 ในปีที่แล้ว) และอันดับที่ 3 ของจีนตะวันตกรองจากเสฉวนและมองโลเลียใน การเติบโตเศรษฐกิจอยู่ที่ร้อยละ 9.7 ต่ำกว่าเป้าหมาย (ร้อยละ 11) แต่ยังคงสูงกว่าอัตราเฉลี่ยทั้งประเทศ (ร้อยละ 7.4) 

ปัจจัยการเติบโตทางเศรษฐกิจของส่านซี

(1) การเร่งลงทุน ซึ่งเป็นผลจากนโนยบาย Go West และการอิ่มตัวในบางอุตสาหกรรมของเศรษฐกิจ จากจีนตอ. และผลเกิดจากการประกาศลงทุนของซัมซุงส่งผลให้วิสาหกิจต่างชาติจำนวนมากเชื่อมั่นในศักยภาพของส่านซี

(2) กิจการด้านพลังงาน (ส่านซีเป็นแหล่งพลังงานถ่านหินและก๊าซที่สำคัญ และมียักษ์ใหญ่ด้านพลังงานอันดับสี่ของประเทศ คือ Yanchang  ซึ่งเป็นวิสาหกิจเดียวของจีนตะวันตก ที่ขึ้นลิสต์ Fortune 500 และมีการลงทุนในหลายประเทศ รวมทั้งในไทย(ในปี 2014 ตัวเลขการลงทุนในไทยของ Yanchang Petroleum และ Yanchang Rubber รวม 30.28 ล้านเหรียญสหรัฐ)

(3) ส่านซีเร่งการก่อสร้างระบบโลจิสติกส์ที่สามารถเชื่อมโยงกับเมืองอื่นรวมถึงประเทศเอเชียกลางและยุโรป โดยอาศัยอานิสงส์การเป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดเส้นทางสายไหมทางบกเป็นจุดเชื่อมโยงกับประเทศเอเชียกลางและยุโรป

2. การค้าระหว่างประเทศโตขึ้นกว่าร้อยละ 36

ส่านซีมีมูลค่าการค้าระหว่างประเทศรวมกว่า 27,410 ล้านเหรียญสหรัฐ โตขึ้นร้อยละ 36.2  มณฑลส่านซีจัดอยู่ในลำดับที่ 6 จาก 12 มณฑลในพื้นที่จีนตะวันตก ทั้งนี้เป็นที่คาดการณ์ได้เนื่องจาก (1) เศรษฐกิจส่านซียังเป็นรองฉงชิ่งและเสฉวน (2) ส่านซีไม่ใช่มณฑลชายแดน

มูลค่าการค้าระหว่างประเทศของส่านซี แบ่งเป็นมูลค่าส่งออก 13,930 ล้านเหรียญสหรัฐ (โตร้อยละ 36.2) มูลค่านำเข้า 13,480 ล้านเหรียญสหรัฐ (โตขึ้นร้อยละ 31.2)

ประเทศคู่ค้าที่สำคัญ 5 ลำดับแรก ได้แก่ 1)สหรัฐอเมริกา 35,330 ล้านหยวน โตขึ้นร้อยละ 40.6 2)ไต้หวัน 26,490 ล้านหยวน โตขึ้น 1.1เท่า 3)สหภาพยุโรป 19,720 ล้านหยวน โตขึ้นร้อยละ 6.1  4)ฮ่องกง 17,620 ล้านหยวน โตขึ้นร้อยละ 59.8 และ 5)เกาหลีใต้ 17,530 ล้านหยวน โตขึ้นร้อยละ 58.6  

ภาพรวมของการค้าระหว่างปท.ของไทยและส่านซี ปรับตัวสูงขึ้นโดยตลอด 4 ปี(2010-2013)ในปี 2014 อยู่ที่ 213 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงจากปีที่แล้วร้อยละ 4.27 โดยแบ่งเป็นมูลค่าส่งออก 147 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงร้อยละ 28.34 มูลค่านำเข้า 66 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 267.64 โดยสินค้าหลักที่ส่านซีนำเข้าจากไทยได้แก่ ผลิตภัณฑ์จากยางพาราและวงจรรวม(Integrated circuit) และสินค้าที่ส่านซีส่งออกไปไทยได้แก่ ซิลิกอน ผลิตภัณฑ์เกษตร(น้ำผึ้งและผลไม้) โซเดียมกลูตาเมตและสิ่งทอ

3. มูลค่าการลงทุนจากต่างชาติสูงขึ้นจากปี 2013 ร้อยละ 13.6

ในปี2014 มูลค่าการลงทุนจากต่างชาติรวม 4,180 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.6 โดยในปี 2014 มีวิสาหกิจจาก 17 ปท.เข้าลงทุนในส่านซีโดย 5 ลำดับแรกได้แก่

1) ฮ่องกง มูลค่าการลงทุนตามจริง(actual utilization of foreign capital) 2,342.6 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 32.62

2) เกาหลีใต้ มูลค่าการลงทุนตามจริง 1,329.5 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 81.15 

3) หมู่เกาะมอริเชียส มูลค่าการลงทุนตามจริง 74.18 ล้านเหรียญสหรัฐ

4) เนเธอแลนด์ มูลค่าการลงทุน 53.29 ล้านเหรียญสหรัฐ

5) หมู่เกาะเวอร์จิน มูลค่าการลงทุน  42.65 ล้านหยวน

ในปี 2013 ประเทศไทยมีตัวเลขการลงทุนในส่านซีรวมทั้งสิ้น 64 ราย มูลค่าการลงทุนจริง 111 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยในปี 2014 มีการลงทุนเพิ่มจากไทย 1 โครงการ มูลค่าการลงทุนตามสัญญา 100,000 เหรียญสหรัฐ 

4. ส่านซีออกไปลงทุนในต่างปท.มากยิ่งขึ้น ผลจากการสนับสนุนของภาครัฐ

ตัวเลขมูลค่าการลงทุนของส่านซีในต่างประเทศเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 56.4  ส่านซีมีวิสาหกิจที่เข้าลงทุนใหม่ในตปท. 45 ราย(เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 13 ราย) มูลค่าราว 450 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงร้อยละ14.12 จากปีที่แล้ว(ลำดับที่ 5 ของจีนตต.รองจากยูนนาน,เสฉวน,ฉงชิ่งและซินเจียง และลำดับที่ 21 ของปท.) และคิดเป็นร้อยละ 0.375 ของการลงทุนในต่างปท.ของจีนในปี 2014 โดยปท.ที่ส่านซีเข้าลงทุนได้แก่ ฮ่องกง สหรัฐอเมริกา ไทย รวมกว่า 48 ประเทศ โดยเป็นการลงทุนในกิจการผลิตอุปกรณ์ต่างๆ ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจเหมืองแร่ อสังหาริมทรัพย์

5.การท่องเที่ยวของส่านซีในปี 2014

ในปี 2014 มณฑลส่านซีต้อนรับนักท่องเที่ยวรวม 332.18 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 16.5 สร้างรายได้กว่า 252,140  ล้านหยวน (ประมาณร้อยละ 14.25 ของ GDP มณฑล) อัตราเติบโตของการท่องเที่ยวมณฑลสูงขึ้นร้อยละ 18.1 อย่างไรก็ตามนักท่องเที่ยวมาส่านซีส่วนใหญ่ยังคงเป็นชาวจีน กล่าวคือ ร้อยละ 99.19 ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด โดยมีรายได้จากนักท่องเที่ยวในประเทศ 243,500 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.9 ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากนโยบายกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศของรัฐบาล ในขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวส่านซี 2.66 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1,416 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนส่านซีมากที่สุดได้แก่

1) ไต้หวัน 340,025 คน เพิ่มร้อยละ 12.25  2) ฮ่องกง 293,016 คน เพิ่มร้อยละ 2.77  3) เกาหลีใต้ 229,839 คน เพิ่มร้อยละ 24.4  4) สหรัฐอเมริกา 192,320 คน เพิ่มร้อยละ3.45  5) มาเก๊า 171,628 เพิ่มขึ้นร้อยละ 9

นักท่องเที่ยวจากอาเซียนที่มาเยือนส่านซีในปี 2014 มากที่สุดสองลำดับแรกได้แก่ 1) มาเลเซีย 81,747 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 145.56  2)สิงคโปร์ 42,738 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.3

6. นโยบายของรัฐบาลส่านซีในปี 2015

6.1 รัฐบาลส่านซีได้ประเมินภาพรวมของเศรษฐกิจว่าแม้อัตราการเติบโตจะลดลงบ้างแต่ก็ยังคง “ประคับประคอง” สภาพเศรษฐกิจให้ก้าวข้ามช่วงเวลายากลำบากที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายในและภายนอกรวมไปถึงมาตรการส่งเสริมกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศให้มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งลดอัตราการว่างงานในพื้นที่ให้ไม่สูงไปกว่าร้อยละ 4 

6.2 เป้าหมายสำคัญในปี 2015 รัฐบาลส่านซีให้ความสนใจในด้านการพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพชีวิตรวมถึงนโยบายสิ่งแวดล้อม โดยตั้งเกณฑ์การปล่อยปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์,แอมโมเนียไนโตรเจนและไนโตรเจนออกไซด์สู่อากาศให้ไม่เกินร้อยละ 0.5,1.5, 6 ภายในปีนี้ นอกจากนี้รบ.ส่านซียังได้ขานรับแนวคิดตามนโยบายศก.ของประเทศที่สำคัญ อาทิ ครม.ตามกรอบเส้นทางสายไหมทางบกและทางทะเล เร่งสร้างระบบเชื่อมโยงให้เกิดความร่วมมือกับประเทศในเอเชียกลางไปยังทวีปยุโรปตามแนวคิดเส้นทางสายไหมทางบก(เส้นทางรถไฟความเร็วสูงหลาน-ซิน,เส้นทางรถไฟความเร็วสูงต้า-ซี) เปิดตลาดการท่องเที่ยว พัฒนาเส้นทางการคมนาคม/นโยบาย72 hours visa free ที่ล้วนแต่เป็นปัจจัยสำคัญที่มีส่วนในการในการกระตุ้นโครงสร้างตลาดการท่องเที่ยวของมณฑลรวมถึงการกระตุ้นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น 

23 กุมภาพันธ์ 2558
แหล่งข้อมูล: สนง.พาณิชย์มณฑลส่านซี,รายงานประจำปีรัฐบาลส่านซี (26/01/2015)
โดย: ตรีชฎา ขันตยานุวงศ์ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครซีอาน

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ