ฝูเจี้ยนกับภาพรวมด้านการค้าระหว่างประเทศปี 2553
ฝูเจี้ยนกับภาพรวมด้านการค้าระหว่างประเทศปี 2553

มณฑลฝูเจี้ยน มณฑลซึ่งเปรียบเสมือนเป็นประตูสู่การติดต่อกับต่างประเทศ โดยเฉพาะกับเกาะไต้หวันของดินเเดนมังกร ครอบคลุมพื้นที่ทั้งสิ้น 121,400 ตร.กม. ซึ่งใหญ่เป็นอันดับที่ 23 ของประเทศ

แม้ว่าทำเลที่ตั้งของมณฑลฝูเจี้ยนน่าจะเป็นข้อได้เปรียบมณฑลอื่นๆ ในเรื่องของการพัฒนาหรือการติดต่อค้าขายกับต่างชาติ แต่ทว่า ด้วยความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างจีนและไต้หวันที่ดำเนินต่อเนื่องตั้งแต่อดีตเป็นต้นมาได้กลายเป็นจุดอ่อนที่ทำให้มณฑลฝูเจี้ยนไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่สถานการณ์ทางการเมืองระหว่างจีนเเละไต้หวันเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดี โดยเฉพาะเมื่อจีนและไต้หวันลงนามในข้อตกลงกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจ หรือ ECFA ในช่วงกลางปีที่ผ่านมานั้น ได้เป็นเสมือนการทะลายกำแพงน้ำแข็งที่กั้นกลางระหว่างสองดินแดนลงอย่างสิ้นเชิงและนับได้ว่าเป็นการเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในความสัมพันธ์ของทั้งสองดินแดน

ปัจจุบัน มณฑลฝูเจี้ยนได้กลายเป็นมณฑลยุทธศาสตร์ของจีนในการติดต่อกับนานาชาติและไต้หวัน ทั้งยังได้รับการสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพในด้านต่างๆ จากส่วนกลาง ทั้งนี้จากการที่มณฑลฝูเจี้ยนอยู่ติดชายฝั่งทะเลและมีท่าเทียบเรือน้ำลึกทำให้ฝูเจี้ยนกลายเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์การนำเข้าและส่งออกกับต่างประเทศที่สำคัญ

1. ลักษณะเด่นด้านการค้าระหว่างประเทศกับมณฑลฝูเจี้ยนในปี 2553

1.1 มณฑลฝูเจี้ยนมีท่าเรือหลัก 2 แห่ง ได้แก่ ท่าเรือเมืองฝูโจวและท่าเรือเมืองเซี่ยเหมิน ทั้งนี้ในปี 2553 เมืองเซี่ยเหมินมีการนำเข้าและส่งออก 57.04 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 31.7 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 52.4 ของมูลค่าการค้าระหว่างประเทศทั้งหมดภายในมณฑลฝูเจี้ยนของช่วงเวลาเดียวกัน โดยแบ่งเป็นมูลค่าการส่งออก 35.32 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 27.2 และมูลค่าการนำเข้า 21.72 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 38.7

สำหรับเมืองฝูโจวนั้นมีมูลค่าการนำเข้า-ส่งออก 24.58 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 37.7 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 22.6 ของมูลค่าการค้าระหว่างประเทศทั้งหมดภายในมณฑลฝูเจี้ยนของช่วงเวลาเดียวกัน แบ่งออกเป็นมูลค่าการส่งออก 16.31 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 35.8 และมูลค่าการนำเข้า 8.27 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 41.7

1.2 สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของมณฑลฝูเจี้ยน นอกจากนี้ประเทศคู่ค้าที่สำคัญของฝูเจี้ยนยังได้แก่ สหภาพยุโรป (อียู) อาเซียน ไต้หวันและญี่ปุ่น

ตารางที่ 1 ตารางมูลค่านำเข้า - ส่งออกระหว่างฝูเจี้ยนเเละประเทศคู่ค้า

ตารางที่ 2 ตารางการนำเข้า - ส่งออกมณฑลฝูเจี้ยนเเละอัตราการเปลี่ยนเเปลง

จากตารางแสดงปริมาณการนำเข้า – ส่งออกจะเห็นได้ว่าสหรัฐอเมริกามีการนำเข้าส่งออกสูงที่สุด ทั้งนี้มีมูลค่าการนำเข้า – ส่งออกระหว่างมณฑลฝูเจี้ยนและสหรัฐอเมริกาทั้งสิ้น 18.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 36.7 โดยมีการส่งออก 14.87 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 37.1 และการนำเข้า 3.73 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 35.2

ทั้งนี้ยังมีข้อที่น่าสนใจในการค้าระหว่างประเทศของมณฑลฝูเจี้ยน คือ หลังจากที่จีน - อาเซียนเริ่มใช้ข้อตกลงการค้าเสรี หรือ CAFTA อย่างเป็นทางการและจีน – ไต้หวันเริ่มใช้ข้อตกลงกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจ หรือ ECFA ได้ส่งผลให้มูลค่าการค้าระหว่างมณฑลฝูเจี้ยน – อาเซียนและฝูเจี้ยน - ไต้หวันพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน

1.3 สินค้าส่งออกหลายประเภทเพิ่มสูงขึ้น ในช่วงปีที่ผ่านมา มณฑลฝูเจี้ยนมีการส่งออกสินค้าประเภทเครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้าสู่ต่างประเทศ 29.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 32.8 ส่งออกสินค้าเทคโนโลยีชั้นสูง 13.17 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 25.8 ส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม 11.54 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 22 ส่งออกรองเท้า 6.94 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 35 ส่งออกสินค้าเกษตร 4.95 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 44.8 และส่งออกเครื่องใช้ภายในบ้าน 2.53 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 35.6

1.4 การนำเข้าสินค้าเครื่องจักร อุปกรณ์ไฟฟ้าและสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงปี 2553 มณฑลฝูเจี้ยนมีการนำเข้าสินค้าที่เป็นวัตถุดิบ 10.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 52.2 นำเข้าผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม 26.99 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 38 นำเข้าสินค้าเทคโนโลยีชั้นสูง 12.44 พันล้านเหรียญสหรัฐ และนำเข้าวัตถุดิบประเภทพลาสติก 2.21 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 8

2. การติดต่อการค้าระหว่างมณฑลฝูเจี้ยนกับไทยในปี 2553

ปัจจุบันมณฑลฝูเจี้ยนมีการติดต่อการค้ากับประเทศไทยมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะภายหลังการใช้ข้อตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างจีน – อาเซียน (China – ASEAN Free Trade Area - CAFTA) โดยที่ผ่านมาประเทศไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้า

ตารางที่ 3 มูลค่าการค้าระหว่างไทย - มณฑลฝูเจี้ยน ปี 2553

สำหรับสินค้าไทยที่มณฑลฝูเจี้ยนนำเข้าและส่งออกมากที่สุด ได้แก่ เครื่องจักรไฟฟ้า (Electrical Machinery) โดยมีมูลค่าการนำเข้า 296.59 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 30.88 และมีมูลค่าการส่งออก 131.59 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 49.39

ตารางที่ 4 สินค้าที่มณฑลฝูเจี้ยนนำเข้าจากไทย 5 อันดับเเรกของปี 2553

ตารางที่ 5 สินค้าที่มณฑลฝูเจี้ยนส่งออกไปไทย 5 อันดับเเรกของปี 2553

3. แนวทางการเชื่อมโยงการค้าระหว่างไทยและฝูเจี้ยนในอนาคต

3.1 ฝูเจี้ยนและไทยควรจะส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ (strategic partnership) ให้มีความแข็งแกร่งและกว้างขวาง รวมถึงแสวงหาโอกาสและค้นหาศักยภาพใหม่ๆ ตลอดจนร่วมกันแก้ไขปัญหาและอุปสรรค

3.2 การใช้ประโยชน์จากข้อตกลงกรอบการค้าเสรี (FTA) ให้ได้มากที่สุด ในปัจจุบันมีการใช้ประโยชน์จาก FTA เพียงร้อยละ 12 เท่านั้น ดังนั้นจะต้องพยายามประชาสัมพันธ์ให้นักธุรกิจ พ่อค้าและประชาชนสนใจ เข้าใจและใช้ประโยชน์จาก FTA ให้เพิ่มมากขึ้น

3.3 การส่งเสริมการจัดประชุม Business Forum ระหว่างนักธุรกิจชาวมณฑลฝูเจี้ยนและนักธุรกิจชาวไทย ทั้งนี้ในปัจจุบันนักธุรกิจมณฑลฝูเจี้ยนมีศักยภาพเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยในช่วงปีที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้เดินทางเข้ามาในเมืองเซี่ยเหมิน มณฑลฝูเจี้ยน เพื่อเชิญชวนให้นักธุรกิจเข้าร่วมจดทะเบียนในพอร์ตกลุ่มบริษัทต่างประเทศในตลาดทรัพย์แห่งประเทศไทย

ทั้งนี้ ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2554 สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเซี่ยเหมินยังจะจัดงานประชุมสัมมนาการค้าเเละการลงทุน โดยเชิญนักธุรกิจชาวมณฑลฝูเจี้ยนที่มีความสนใจจะทำการค้าเเละลงทุนในประเทศไทยเข้าร่วมฟังบรรยาย โดยมีวิทยากรสำคัญ อาทิ สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สคร.) ณ เมืองเซี่ยเหมิน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ตลาดทรัพย์แห่งประเทศไทย ธนาคารกรุงเทพฯ และบริษัทที่ปรึกษาเอกชน KPMG ทั้งนี้งานดังกล่าวยังได้รับเกียรติจากเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปักกิ่งมาเป็นประธานในพิธีเปิดงานอีกด้วย

3.4 การพัฒนาระบบโลจิสติกส์และการขนส่งของไทยให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น ในปัจจุบันสินค้าของไทยที่ถูกส่งออกสู่มณฑลฝูเจี้ยนนั้นผ่านมาทางท่าเรือกว่างโจวและฮ่องกงเป็นหลัก หลังจากนั้นต้องเดินทางทางบกต่อซึ่งทำให้เกิดความล่าช้าและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากปัญหาการขนส่งทางน้ำและทางอากาศที่ใช้ในการส่งสินค้าจากไทยสู่มณฑลฝูเจี้ยน

- ปัญหาการขนส่งทางน้ำ ปัจจุบันมีเรือนำเข้าตรงจากประเทศไทยสู่เมืองเซี่ยเหมินเมืองท่าหลักในการนำเข้า – ส่งออกของมณฑลฝูเจี้ยนเพียง 1 ลำ/สัปดาห์ ทำให้ผู้นำเข้ามีข้อจำกัดในการขนส่ง

- ปัญหาการขนส่งทางอากาศ ในขณะนี้มีเพียงสายการบินไทยสายการบินเดียวที่ทำการบินตรงระหว่างกรุงเทพและเมืองเซี่ยเหมิน โดยทำการบินสัปดาห์ละ 3 วันซึ่งไม่เพียงพอแก่จำนวนผู้ที่ต้องการเดินทางไปท่องเที่ยวและติดต่อธุรกิจระหว่างประเทศไทยและเมืองเซี่ยเหมิน ทั้งนี้ยังส่งผลไปถึงปัญหาการขาดแคลนพื้นที่ในการขนส่งทางอากาศ (Cargo Space)

นอกจากนี้ เวลาที่ทำการบินของการบินไทยซึ่งมาถึงเวลา 15.00 น. ของวันที่ทำการบิน ส่งผลให้บางครั้งไม่สามารถดำเนินการพิธีทางศุลกากรได้ทัน โดยสินค้าส่วนใหญ่ที่การขนส่งทางอากาศมักเป็นของสด อาทิ ผลไม้และอาหาร จึงก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้นำเข้า

3.5 การส่งเสริมความร่วมมือในธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ระหว่างพ่อค้าชาวฝูเจี้ยนและชาวไทย ทั้งนี้เนื่องจากธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของทั้งไทยและจีนเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศมาโดยตลอด

จากข้อมูลสถิติพบว่าในประเทศจีนมีธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมถึงร้อยละ 99 ของธุรกิจทั้งหมดในประเทศจีนและนอกจากนี้ยังเป็นธุรกิจที่เป็นแหล่งสร้างงานที่สำคัญในกับคนในประเทศถึงร้อยละ 80 สร้างรายได้ทางภาษีคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 50 ของรายได้จากภาษีทั้งหมดของภาครัฐ และคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 60 ของจีดีพีของปี 2551[①]

สำหรับประเทศไทยนั้นมีการดำเนินธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม คิดเป็นร้อยละ 95 ของธุรกิจทั้งหมด เนื่องจาก SMEs มีอยู่ในธุรกิจทุกประเภททั้งธุรกิจอุตสาหกรรมการผลิต ธุรกิจการจำหน่ายและธุรกิจการบริการ ทำให้ SMEs มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นระบบเศรษฐกิจของประเทศให้ดีขึ้น[②]

ดังนั้นการส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมนั้น จะเป็นการส่งเสริมรากฐานการค้าและการลงทุนระหว่างมณฑลฝูเจี้ยนและไทยให้แข็งแรงและยั่งยืนอีกทางหนึ่ง

มณฑลฝูเจี้ยนเป็นมณฑลที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูงมณฑลหนึ่งของจีน ดังนั้นประเทศไทยควรที่จะเร่งส่งเสริมการเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์กับมณฑลฝูเจี้ยน พร้อมทั้งใช้ประโยชน์จากข้อตกลงเขตการค้าเสรีจีน – อาเซียนให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่

ทั้งนี้การพัฒนาจำเป็นต้องดำเนินควบคู่กันไปในหลายด้านด้วยกัน ซึ่งรวมถึงการสร้างความรู้เเละความเข้าใจในการทำการค้าระหว่างนักธุรกิจชาวจีนเเละชาวไทย ซึ่งหน่วยงานราชการอาจยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือธุรกิจเอกชน ทั้งนี้ตัวอย่างของการจัดประชุมสัมมนาที่สถานกงสุลใหญ่ไทย ณ เมืองเซี่ยเหมินจะจัดขึ้นนั้นเป็นการเเสดงให้เห็นถึงความพยายามของภาครัฐในการเข้ามาเป็นตัวกลางประสานระหว่างธุรกิจเอกชนจีนเเละไทย ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญสู่การเชื่อมโยงทางการค้าเเละเศรษฐกิจระหว่างมณฑลฝูเจี้ยนเเละไทยต่อไปในอนาคต

เเหล่งข้อมูลอ้างอิง

1. บทความ Supporting the SMEs จาก Beijing Review ฉบับวันที่ 14 มกราคม 2553

2. บทความ “การประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม” จากเว็ปไซต์ www.ferniturethai.com/home/book-2.pdf

3. บทความ “2010 年福建省外贸进出口突破千亿美元” ฉบับวันที่ 27 มกราคม 2554



[①] Supporting the SMEs, Beijing Review, 14 January 2010, P.30

[②] บทความ “การประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม” จากเว็ปไซต์ www.ferniturethai.com/home/book-2.pdf

17 กุมภาพันธ์ 2554
แหล่งข้อมูล: (17/02/2011)
โดย: นายเก่งการ เหล่าวิโรจนกุลเเละนางสาวชุติมา อริยะวัตรกุล

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ