การประชุมสภา NPC ของมหานครฉงชิ่งและมณฑลเสฉวน ประจำปี 2554 (ตอนแรก)
การประชุมสภา NPC ของมหานครฉงชิ่งและมณฑลเสฉวน ประจำปี 2554 (ตอนแรก)

เมื่อช่วงกลางเดือน ม.ค. 2554 ที่ผ่านมา ทั้งมหานครฉงชิ่งและมณฑลเสฉวน ได้มีการประชุมสภาประชาชน (NPC) ประจำปี 2554 ขึ้น โดยการประชุมของทั้งสองภูมิภาคใหญ่แห่งตะวันตกของจีนเป็นการแถลงสรุปผลการทำงานของรัฐบาลทั้ง 2 ในรอบปี 2553 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปีที่สิ้นสุดการใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม 5 ปี (ค.ศ. 2006-2010) ฉบับที่ 11 รวมถึงแถลงนโยบายแผนการทำงานในปี 2554 ซึ่งเป็นปีที่จะประกาศใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม 5 ปี (ค.ศ. 2011-2015 ) ฉบับที่ 12 ซึ่งมีเนื้อหาที่น่าสนใจ ดังนี้

การประชุม NPC ของมหานครฉงชิ่ง วันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2554

ภาพ บรรยากาศของการประชุมสภาประชาชนแห่งมหานครฉงชิ่ง ครั้งที่ 3 สมัยที่ 4 ประจำปี 2554 ณ ศาลาประชาคม ใจกลางมหานครฉงชิ่ง

การประชุมสภาประชาชนครั้งที่ 3 สมัยที่ 4 เป็นการรายงานผลการปฏิบัติงานของรัฐบาลมหานครฉงชิ่ง ณ หอประชุมศาลา ปชช. มหานครฉงชิ่ง โดยมีสมาชิกสภาฯ เข้าร่วม 782 คน (จากจำนวนทั้งหมด 867 คน) ซึ่งนายโป๋ ซีไหล เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสนิสต์จีนประจำมหานครฉงชิ่งเป็นประธาน และมีนายหวง ฉีฟาน นายกเทศมนตรีมหานครฉงชิ่ง เป็นผู้แถลงผลการปฏิบัติภารกิจตลอดปีที่ผ่านมา โดยนายเฉิน กวงกว๋อ ประธานคณะกรรมการประจำสภาประชาชน ทำหน้าที่ดำเนินการประชุมฯ

ภาพ นายโป๋ ซีไหล เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสนิสต์จีนประจำมหานครฉงชิ่งเป็นประธานการประชุมสภาในครั้งนี้

นายเฉิน แถลงว่า การประชุมสภาในครั้งนี้ เป็นการสรุปผลงานที่บรรลุผลสำเร็จตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม 5 ปี ฉบับที่ 11 และรายงานนโยบายการทำงานในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม 5 ปี ฉบับที่ 12 รวมถึงการผลักดันนโยบาย 5 ฉงชิ่ง (หมายถึง ที่อยู่อาศัย, การคมนาคม, สิ่งแวดล้อม, ความสงบสันติ, และสุขภาพของประชาชน), นโยบายลดช่องว่างระหว่างเมืองกับชนบท,ส่งเสริมและเร่งการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้เติบโตอย่างมั่นคง, วางแผนการใช้นโยบาย 314 (3 หมายถึง เร่งพัฒนามหานครฉงชิ่งใน 3 ด้าน คือ 1) เร่งสร้างอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจให้อยู่ในระดับที่สูงของภูมิภาคตะวันตก 2) เร่งสร้างศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งต้น น.แยงซีเกียง และ 3) เร่งพัฒนานโยบายลดช่องว่างระหว่างเมืองกับชนบท สำหรับ 1 หมายถึง มหานครฉงชิ่ง จะต้องสร้างการกินดีอยู่ดีให้แก่ประชาชนในสังคมอย่างถ้วนหน้า และ 4 หมายถึง 1) สนับสนุนอุตสาหกรรมส่งเสริมด้านเกษตรกรรม ใช้ความแข็งแกร่งของเมืองส่งเสริมชนบทให้แข็งแกร่งและส่งเสริมการสร้างชุมชนเกษตรกรสังคมนิยมที่เข้มแข็ง 2) เร่งการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยการปฏิรูปด้านอุตสาหกรรมสมัยใหม่ทดแทน 3) แก้ปัญหาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ส่งเสริมสังคมสมานฉันท์ และ 4) สร้างเมืองให้เจริญ ยกระดับการควบคุมดูแลเมืองให้มีความปกติสุข), ส่งเสริมภารกิจการพัฒนาเมืองให้ถูกทิศทาง, และวางแนวทางการพัฒนาสู่แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12

นายเฉิน กวงกว๋อ ประธานคณะกรรมการประจำสภาประชาชน ทำหน้าที่ดำเนินการประชุมสภาในครั้งนี้

หลังจากนั้น นายหวง ฉีฟาน ได้แถลงผลการปฏิบัติภารกิจตลอดช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 ว่า ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมาถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญของการพัฒนามหานครฉงชิ่งเป็นอย่างมากและบรรลุผลสำเร็จเป็นอย่างมาก แม้ต้องเผชิญหน้ากับวิกฤติการณ์การเงินโลก ทั้งภายธรรมชาติ โดยยึดแนวทางการปฏิรูปและยุทธศาสตร์พัฒนาตะวันตก จนสามารถผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของมหานครฉงชิ่งให้เจริญเข้าสู่ยุคใหม่

หากย้อนมองถึงตัวเลข GDP ของมหานครฉงชิ่งในปี 2553 พบว่า มีมูลค่าถึง 780,000 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นถึง 17% ขยายเพิ่มเป็นเท่าตัวเมื่อเทียบกับ 5 ปีที่แล้ว) รายได้งบประมาณเข้ารัฐอยู่ที่ 199,100 ล้านหยวน ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า มูลค่าการค้าปลีกอยู่ที่ 287,000 ล้านหยวน เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 18.5% ต่อปี มูลค่าสินทรัพย์ถาวรอยู่ที่ 680,000 ล้านหยวน เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 27.7% ต่อปี ยอดการจำหน่ายภาคอุตสาหกรรมเกินกว่า 1,000,000 ล้านหยวน รายได้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่มีกำไรเกินกว่า 40,000 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 2.8 เท่า และที่เห็นเด่นชัดที่สุด คือ ผลิตภัณฑ์มวลรวมต่อคนของมหานครฉงชิ่งเพิ่มเป็น 4,000 ดอลลาร์สหร้ฐฯ ซึ่งเทียบทันมาตรฐานของประเทศแล้ว กล่าวได้ว่า สามารถบรรลุเป้าหมายของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 อย่างสมบูรณ์

ภาพ นายกเทศมนตรีหวง ฉีฟานแถลงผลงานต่อสภาประชาชน มหานครฉงชิ่ง

นายหวง ได้แถลงถึงเป้าหมายภาพรวมภารกิจในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม 5 ปี ฉบับที่ 12 (ระหว่างปี ค.ศ. 2011-2015) ว่า หลังจากนี้อีก 5 ปี เป็นช่วงเวลาแห่งการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เสมือนเป็นตัวจักรสำคัญแห่งการก้าวเข้าสู่การพัฒนาอย่างยิ่งใหญ่ รวมถึงการเปิดวิสัยทัศน์สู่ทั้งในและต่างประเทศ ทำให้มหานครฉงชิ่งเป็นภูมิภาคที่เปี่ยมไปด้วยศักยภาพและช่วงเวลาแห่งโอกาส

นอกจากนี้ ระบบเศรษฐกิจของมหานครฉงชิ่งจะได้รับการปรับปรุงให้สอดคล้องกับการพัฒนายิ่งขึ้นไป นโยบาย 5 ฉงชิ่ง นโยบาย 314 จะถูกนำมาปฏิบัติอย่างต่อเนื่องโดยใช้เทคโนโลยีเป็นตัวผลักดันส่งเสริมเป็นหลัก เพื่อเป็นหนทางหลักสู่รูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจที่รุดหน้า ให้สอดคล้องกับวิถีของประชาชน

อีกทั้ง เพิ่มการเปิดพื้นที่เศรษฐกิจภาคตะวันตก (ตอนใน) ให้กว้างขวางยิ่งขึ้นเพื่อรองรับการพัฒนา ส่งเสริมนโยบาย ส่งเสริม 3 ปัจจัยที่เกี่ยวกับภาคเกษตร (三农 อันได้แก่ 1) ส่งเสริมเกษตรกรมีรายได้เพิ่ม 2) ส่งเสริมผลผลิตทางการเกษตรเพิ่มพูน และ 3) ส่งเสริมเกษตรกรให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี) บรรลุภารกิจผู้ย้ายภูมิลำเนากว่า 1 ล้านคนให้เป็นผลสำเร็จ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเริ่มต้นแนวทางการพัฒนาแบบพิเศษ โดย การเร่งพัฒนาให้ล้ำหน้าและสอดคล้อง กับประชาชนผู้ได้รับประโยชน์จากการแนวทางการพัฒนาดังกล่าว

ดังนั้น เมื่อสิ้นสุดการใช้แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 หรือในอีก 5 ปีถัดมา ภารกิจที่ต้องบรรลุเป้าหมายอยู่ที่การเพิ่มปริมาณมวลรวมทางเศรษฐกิจและรายได้ของประชากรให้เพิ่มขึ้นพร้อมก้าวเข้าสู่อีกช่วงแห่งความทันสมัย สร้างความเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่พร้อมจะเชื่อมโยงสู่ทุกภูมิภาคระหว่างในประเทศ ดินแดนตอนใน กับภูมิภาคทั่วโลก ดำเนินนโยบายลดช่องว่างระหว่างเมืองกับชนบทก่อนภูมิภาคอื่น และดำเนินนโยบาย 5 ฉงชิ่ง เพื่อให้ประชาชนประกอบอาชีพและมีสังคมครอบครัวอย่างปกติสุข

นายหวง แถลงต่อเกี่ยวกับการพัฒนาเมืองตลอดแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 มีภารกิจในการดำเนินยุทธศาสตร์สำคัญ 9 ด้าน ได้แก่

ด้านที่ 1 เร่งยกระดับและพัฒนาโครงสร้างภาคการผลิตเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

ด้านที่ 2 เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสนับสนุนการสร้างเมืองแห่งศูนย์กลางระดับประเทศ

ด้านที่ 3 เร่งสร้างเวทีเศรษฐกิจ เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการลงทุนให้เข้าสู่ดินแดนตอนใน

ด้านที่ 4 ดำเนินนโยบายลดช่องว่างระหว่างเมืองกับชนบทอย่างต่อเนื่อง

ด้านที่ 5 ขจัดปัญหาด้านการปกครองที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนามหานครฉงชิ่ง

ด้านที่ 6 ดำเนินยุทธศาสตร์ด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเมือง

ด้านที่ 7 เสริมสร้างสังคมและด้านดูแลความสงบเรียบร้อยอย่างแข้งขัน

ด้านที่ 8 ผลักดันและสร้างจิตสำนึกด้านวัฒนธรรม เร่งสร้างศูนย์วัฒนธรรมแห่งต้น น. แยงซีเกียง

ด้านที่ 9 ผลักดันการสร้างอารยนิเวศ เพื่อเพิ่มศักยภาพแห่งการพัฒนาความเจริญทางเศรษฐกิจและเมืองอย่างต่อเนื่อง

ภาพ สถานที่จัดประชุมสภาประชาชน ศาลาประชาคม ใจกลางมหานครฉงชิ่ง

สำหรับในปี ค.ศ. 2011 นายหวง กล่าวว่า ปีนี้จะเป็นปีที่เริ่มต้นประกาศใช้แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 ซึ่งเป้าหมายของภารกิจในปีแรกนี้จะมุ่งไปที่ การสร้างตัวเลข GDP ของมหานครฉงชิ่ง ให้มีการขยายตัวที่ 13.5% รายได้งบประมาณเข้ารัฐเพิ่มขึ้น 15% รายได้ของชาวเมืองและชาวชนบทเพิ่มขึ้น 13.5% และ 18% อัตราเงินเฟ้อควบคุมที่ไม่เกิน 4% ด้วยเหตุนี้ ภาครัฐบาลจะเริ่มต้นการปฏิบัติภารกิจสำคัญใน 8 ด้านหลัก คือ 1) รักษาภาวะการเติบโตทางเศรษฐกิจให้เป็นไปอย่างราบรื่น 2) ปรับปรุงโครงสร้างภาคอุตสาหกรรม 3) เร่งดำเนินการสร้างโครงสร้างพื้นฐานของเมืองให้แล้วเสร็จ 4) เร่งเพิ่มผลผลิตภาคการเกษตร เพิ่มรายได้ของเกษตรกร และสร้างความเป็นอยู่ที่ดีแก่เกษตรกร 5) ดำเนินภารกิจต่อเนื่องหลังโครงการเขื่อนสามโตรกได้สร้างแล้วเสร็จ 6) ยกระดับการพัฒนาและบทบาททางเศรษฐกิจของดินแดนตอนใน 7) ปฏิรูปขั้นตอนการดำเนินงานสู่การเป็นภูมิภาคที่สำคัญ และ 8) ปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้นและดูแลหลักประกันทางสังคมแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง

นายหวง ได้แถลงในตอนสุดท้ายเกี่ยวกับนโยบายการทำงานของภาครัฐฯ ในช่วงการดำเนินแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 ที่ผ่านมาว่า รัฐบาลได้ปฏิบัติภารกิจอย่างจริงจังด้วยความโปร่งใสตามหลักกฎหมายโดยยึดถือประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ ส่งผลต่อการพัฒนาสู่อีกขั้นของการทำงานของเจ้าหน้าที่ภาครัฐฯ ในทุกหน่วยงาน ทั้งด้านการบริการประชาชน ความรู้ความสามารถ และด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นการปฏิบัติตามระบบการปกครองภายใต้กฎหมายในการพัฒนามหานครฉงชิ่งสู่การเป็นผู้นำแห่งภูมิภาคตะวันตกของจีน

โปรดติดตาม รายงานการประชุมสภา NPC ของมหานครฉงชิ่งและมณฑลเสฉวน ประจำปี 2554 (ตอนจบ)

25 มกราคม 2554
แหล่งข้อมูล: http://v.cqnews.net (09/01/2011)
โดย: นายชลพรรษ ตั้งตระการ

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ