เส้นทางโลจิสติกส์ : เส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายเซี่ยงไฮ้-อู่ฮั่น-เฉิงตู
เส้นทางโลจิสติกส์ : เส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายเซี่ยงไฮ้-อู่ฮั่น-เฉิงตู


เมื่อ 44 ปีก่อน การเดินทางด้วยรถไฟจากนครเซียงไฮ้ถึงนครเฉิงตู มีความลำบากมาก ประชาชนต้องใช้เวลาเดินทางข้ามวันข้ามคืนนานถึง 77 ชม. กว่าจะถึงจุดหมายปลายทางด้วยความเหน็ดเหนื่อย ต่อมาได้มีการก่อสร้างขยายเส้นทางรถไฟเพิ่มขึ้นทั่วประเทศ รวมถึงปรับปรุงประสิทธิภาพรถไฟให้ดีขึ้นจากอดีต ทำให้การเดินทางระหว่าง 2 นครใหญ่เมื่อ 15 ปีที่ผ่านมา ใช้เวลาลดลงครึ่งหนึ่งเหลือประมาณ 36 ชม. ปัจจุบัน การรถไฟจีนมีการพัฒนาเป็นอย่างมากจนก้าวเข้าสู่ยุคแห่งรถไฟความเร็วสูงอย่างเต็มตัว ในหลายเส้นทางสำคัญเริ่มมีการเดินรถไฟความเร็วสูงที่สามารถใช้ความเร็วได้ถึง 200-350 กม./ชม. รวมถึงเส้นทางสายเซี่ยงไฮ้-อู่ฮั่น-เฉิงตู ทำให้ลดเวลาเดินทางเหลือเพียง 15 ชม. ในขณะนี้ และจะเหลือเพียง 8 ชม. ในอนาคตอันใกล้

หากมองย้อนภาพการเดินทางด้วยรถไฟเมื่อ 15 ปีก่อน ราวปี 2538 รถไฟที่ให้บริการผู้โดยสารเป็นแบบ “รถไฟตัวถังสีเขียวหรือรถพัดลม (绿皮车 ) ” และหากตรงกับช่วงเทศกาลตรุษจีนหรือเทศกาลเฉลิมแลองวันชาติ ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดยาวประจำปี จะมีผู้โดยสารจำนวนมหาศาลเดินทางกลับภูมิลำเนา รถพัดลมจึงมีจำนวนไม่เพียงพอ ทำให้ต้องใช้ “รถไฟตู้สินค้า ( 闷罐车 ) ” แต่ใช้ขนส่งมวลชนเพิ่มไปในเที่ยวขบวนนั้นๆ เนื่องจากมีผู้โดยสารจำนวนมากเดินทางถึงเที่ยวละ 5,000 ถึง 6,000 คน

ภาพ รถขบวนพัดลมสีเขียว รถขบวนตู้สินค้าที่ให้บริการมวลชนในช่วงเทศกาลเดินทางในอดีต และรถขบวนปรับอากาศสีส้ม


จากนั้นปี 2541 รถพัดลมค่อยๆ ถูกปลดระวางและเปลี่ยนมาใช้ “รถไฟตัวถังสีส้มหรือรถขบวนปรับอากาศ (空调车 )” ที่มีคุณภาพขึ้นจากแต่ก่อน ซึ่งชาวเฉิงตูได้ใช้บริการรถไฟขบวนปรับอากาศเที่ยวแรกในสายเฉิงตู-ปักกิ่งนี้ในปี 2538 โดยใช้เวลาในการเดินทางกว่า 30 ชม. ถือว่าเป็นขบวนรถปรับการอากาศที่ทันสมัยที่สุดในช่วงนั้น

ในปี 2550 เป็นครั้งแรกในเขตภูมิภาคตะวันตกที่มีการปฏิวัติรูปแบบการเดินทางด้วยระบบรางจากรถไฟสมัยเก่าสู่ยุคของ “รถไฟความเร็วสูง ( 动车 ) ” อย่างเต็มตัว โดย “ทางรถไฟสายเฉิงตู-ฉงชิ่ง” เป็นเส้นทางแรกที่เปิดเดินรถไฟความเร็วสูงแก่ประชาชน เพื่อให้การคมนาคมระหว่าง 2 นครใหญ่แห่งภาคตะวันตก มีความสะดวกรวดเร็วขึ้น (ซึ่งเป็นไปตามแผนพัฒนาภาคตะวันตกของจีน) โดยรถไฟความเร็วสูงรุ่นแรกที่วิ่งในเส้นทางดังกล่าวมีชื่อว่า “รุ่นเซียนเฟิงฮ่าว ( 先锋号 ) ” สามารถวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 110 กม./ชม. จากนั้นในปี 2551 ได้เปลี่ยนมาใช้รถไฟความเร็วสูง “รุ่นหลานเจี้ยนฮ่าว ( 蓝箭号 ) ” ที่สามารถวิ่งด้วยความเร็วสูงถึง 160 กม./ชม.



ภาพซ้าย รถไฟความเร็วสูงรุ่นเซียนเฟิงฮ่าว ขวา รถไฟความเร็วสูงรุ่นหลายเจี้ยนฮ่าว

การพัฒนารถไฟความเร็วสูงของจีนก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง หลังจากที่กระทรวงรถไฟจีนมีการแลกเปลี่ยนความร่วมมือทั้งด้านวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีรถไฟกับต่างประเทศ อาทิ เยอรมันนี ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และแคนาดา ทำให้สามารถผลิตรถไฟหัวกระสุนรุ่นใหม่ล่าสุดชื่อว่า “รุ่นเหอเสียฮ่าว (和谐号 ) หรือ รุ่น CRH (China Railway High-speed— 中国铁路高速 ) ” ได้เป็นของตัวเองในรุ่น CRH1, 2, 3 ,5 และ 380A

จากนั้นในเดือน ก.ย. 2552 เส้นทางจากนครเฉิงตูถึงนครฉงชิ่ง ได้เปลี่ยนมาใช้รถไฟหัวกระสุนรุ่น CRH1 ขบวนแรกแห่งภาคตะวันตกให้บริการตั้งแต่นั้นมาก ซึ่งสามารถใช้ความเร็วได้ถึง 200 กม./ชม. ใช้เวลาเดินทางเพียง 2 ชม. (จากเดิม 4-5 ชม.โดยรถไฟขบวนธรรมดา) รวมถึงในปี 2553 เมื่อเส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายเฉิงตู-ตูเจียงเอี่ยน ( 成灌 ) และสายเฉิงตู-ต๋าโจว ( 成达 ) สร้างแล้วเสร็จ ก็ได้ใช้รถไฟรุ่นดังกล่าววิ่งให้บริการใน 2 เส้นทางใหม่นี้ด้วยเช่นกัน


ภาพ รถไฟหัวกระสุนรุ่น CRH1 สายแรกแห่งตะวันตกวิ่งในเส้นทางระหว่างนครเฉิงตูกับนครฉงชิ่ง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ม.ค. 2554 กระทรวงรถไฟจีนได้ประกาศเดินรถไฟหัวกระสุนใน “เส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายเซี่ยงไฮ้-อู่ฮั่น-เฉิงตู ( 沪汉蓉高速铁路 ) ” อย่างเป็นทางการ เพื่อเชื่อมเขตเศรษฐกิจภูมิภาคชายฝั่งทะเลตะวันออกกับเขตเศรษฐกิจภูมิภาคตะวันตกของจีนเข้าด้วยกัน ตามแผน “โครงข่ายเส้นทางรถไฟโดยสารความเร็วสูง 4 แนวตั้ง 4 แนวขนาน ( 四纵四横 ) ” ที่บรรจุอยู่ในแผนแม่บท “โครงข่ายระบบรางระยะกลาง/ยาว ( 中长期铁路网规划 ) ” อนุมัติโดยคณะรัฐมนตรีแห่งชาติจีนในปี 2547 ปัจจุบัน นครเฉิงตูมีการเดินรถในเส้นทางรถไฟความเร็วสูงแล้วเป็นจำนวน 5 สาย (สายที่6 เฉิงตู-เหมียนหยาง-เล่อซาน อยู่ระหว่างก่อสร้าง คาดแล้วเสร็จและเปิดให้บริการในปี 2555)


ภาพซ้าย โครงข่ายเส้นทางรถไฟความเร็วสูง 4 แนวตั้ง 4 แนวขนาน ( 四纵四横 )
ภาพขวา พิธีเปิดการเดินรถเที่ยวปฐมฤกษ์เฉิงตู-อู่ฮั่น-เซี่ยงไฮ้ เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2554


เส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายเซี่ยงไฮ้-อู่ฮั่น-เฉิงตู ที่ได้เปิดให้บริการไปเมื่อต้นปี 2554 มีระยะทางยาวทั้งสิ้น 2,078 กม. เดินรถผ่านใน 6 ช่วงเส้นทางสำคัญ (จะกล่าวในช่วงต่อไป) เริ่มต้นจากสถานีรถไฟหงเฉียวนครเซี่ยงไฮ้ ผ่านนครหนานจิง นครเหอเฟย นครอู่ฮั่น นครฉงชิ่ง และสิ้นสุดที่สถานีรถไฟนครเฉิงตู

ทว่าในขณะนี้ ยังมีเส้นทางอีก 3 ช่วง อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง คือ สายอู่ฮั่น-อี๋ชาง สายฉงชิ่ง-ลี่ชวน สายเฉิงตู-ฉงชิ่ง (สายใหม่) จึงทำให้รถไฟความเร็วสูงเมื่อมาถึงนครอู่ฮั่นแล้ว ต้องเดินรถอ้อมขึ้นเหนือโดยใช้เส้นทางรถไฟผ่านเมืองเซียงฝาน อันคัง หนานชง และสิ้นสุดที่นครเฉิงตู ทำให้ระยะแรกของการเดินรถในเส้นทางสายนี้ ใช้เวลาทั้งสิ้น 15 ชม. 35 นาที (เร็วกว่ารถไฟขบวนธรรมดาที่ปกติใช้เวลา 40 ชม. 22 นาที และ 36 ชม. 23 นาที) หากเส้นทางที่เหลืออีก 3 ช่วงก่อสร้างแล้วเสร็จ จะทำให้การเดินรถจากนครเซี่ยงไฮ้ถึงนครเฉิงตูใช้เวลาเพียง 8 ชม. ดังเป็นไปตามแผน “วงแหวนคมนาคม 8 ชม. (8 小时交通圈 ) ” อย่างสมบูรณ์


ภาพ เส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายเซี่ยงไฮ้-อู่ฮั่น-เฉิงตู
เส้นสีดำ คือ เส้นทางเดินรถไฟความเร็วสูงที่เปิดให้บริการอยู่ในขณะนี้
เส้นสีแดง คือ เส้นทางรถไฟความเร็วสูงตามแผนวงแหวนคมนาคม 8 ชม. เส้นประสีแดง คือ ช่วงที่กำลังอยู่ในระหว่างก่อสร้าง



สถานีรถไฟหงเฉียว นครเซี่ยงไฮ้ D356/7

สถานีรถไฟ นครเฉิงตู D358/5

17.15 น.

หงเฉียว เซี่ยงไฮ้

เฉิงตู

17.15 น.

17.42 น.

ซูโจว

หนานชง

18.39 น.

18.50 น.

หนานจิง

เหอเฟย

06.06 น.

19.52 น.

เหอเฟย

หนานจิง

07.11 น

07.19 น.

หนานชง

ซูโจว

08.21 น.

08.45 น.

เฉิงตู

หงเฉียว เซี่ยงไฮ้

08.50 น.

สถานีรถไฟ นครเฉิงตู

สถานีรถไฟหงเฉียว นครเซี่ยงไฮ้

ตารางเวลาเดินรถไฟความเร็วสูงสายเซี่ยงไฮ้-อู่ฮั่น-เฉิงตู และเมืองที่แวะจอดรายทาง

เส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายเซี่ยงไฮ้-อู่ฮั่น-เฉิงตู ประกอบด้วย 6 ช่วงเส้นทางสำคัญ ดังนี้

ช่วงที่ 1 : นครเซี่ยงไฮ้-นครหนานจิง ใช้เส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายเซียงไฮ้-หนานจิง

มีเส้นทางเดินรถสายหลักอยู่ 2 สายในช่วงที่ 1 นี้ คือ “เส้นทางรถไฟความเร็วสูง (สร้างขึ้นใหม่) สายเซี่ยงไฮ้-หนานจิง (沪宁城际铁路 ) ” และ “สายปักกิ่ง-เซี่ยงไฮ้ ( 京沪高速铁路 ) ” ซึ่งทั้ง 2 เป็นเส้นทางรถไฟความเร็วสูงสำหรับขนส่งมวลชนโดยเฉพาะและเชื่อมกับเส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายเซี่ยงไฮ้-อู่ฮั่น-เฉิงตู นอกจากนี้ยังมีเส้นทางรถไฟ “สายปักกิ่ง-เซี่ยงไฮ้ ( 京沪铁路 ) ” ช่วง “สายเซี่ยงไฮ้-หนานจิง ( 沪宁铁路 ) ” ใช้เป็นเฉพาะเส้นทางเดินรถไฟขบวนธรรมดาและรถไฟบรรทุกสินค้า

ช่วงที่ 1 ก่อสร้างปี 2551-2553 มีระยะทาง 300 กม.

“เส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายเซียงไฮ้-หนานจิง ( 沪宁城际铁路 ) ” มีระยะทาง 300 กม. เริ่มก่อสร้างในเดือน ก.ค. 2551 สร้างแล้วเสร็จและเปิดเดินรถในเดือน ก.ค. 2553 ด้วยเงินลงทุนก่อสร้างราว 39,450 ล้านหยวน รางรถไฟสามารถรองรับความเร็วได้ที่ 300-350 กม./ชม. หลังจากที่เส้นทางสายนี้สร้างแล้วเสร็จ การเดินทางจากนครหนานจิงถึงนครเซี่ยงไฮ้ ใช้เวลาเพียง 72 นาที คาดในปี 2563 จะมีปริมาณการขนส่งผู้โดยสารมากที่สุดต่อปีที่ 48.50 ล้านราย และในปี 2573 เพิ่มเป็นที่ 67 ล้านราย

ภาพถ่ายบนเส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายเซียงไฮ้-หนานจิง ( 沪宁城际铁路 )

ช่วงที่ 2 : นครหนานจิง-นครเหอเฝย

จากมณฑลเจียงซูมุ่งหน้าสู่มณฑลอันฮุยในช่วงที่ 2 ใช้ “เส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายเหอเฟย-หนานจิง ( 合宁城际铁路 ) ” มีระยะทาง 166.237 กม. เริ่มก่อสร้างในเดือน ก.ค. 2548 สร้างแล้วเสร็จและเปิดเดินรถในเดือน ส.ค. 2551 ด้วยเงินลงทุนก่อสร้างราว 4,310 ล้านหยวน รางรถไฟสามารถรองรับความเร็วได้ที่ 200-250 กม./ชม. เส้นทางสายนี้สามารถเดินรถได้ทั้งรถไฟความเร็วสูงและรถไฟบรรทุกสินค้า อีกทั้งสามารถเชื่อมต่อไปยัง “สายซีอัน-เหอเฝย” และ “สายปักกิ่ง-เซี่ยงไฮ้” ได้

ช่วงที่ 2 ก่อสร้างปี 2548-2551 มีระยะทาง 166 กม.

นอกจากนี้ การเดินทางจากนครหนานจิงถึงนครเหอเฝย จากเดิมมีระยะทาง 312 กม. ใช้เวลาเดินทาง 4 ชม. ลดลงเหลือราว 154 กม. ซึ่งใช้เวลาเดินทางเพียง 1 ชม. เท่านั้น และจากนครเหอเฝยถึงนครเซี่ยงไฮ้ จากเดิมใช้เวลาเดินทาง 7 ชม. ลดลงเหลือเพียง 3 ชม. เท่านั้น

ภาพถ่ายบนเส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายเหอเฟย-หนานจิง

ช่วงที่ 3 : นครเหอเฝย-นครอู่ฮั่น

จากมณฑลอันฮุยมุ่งหน้าสู่มณฑลหูเป่ย ในช่วงนี้ใช้ “เส้นทางรถไฟสายเหอเฟย-อู่ฮั่น ( 合武铁路客运专线 ) ” มีระยะทาง 359.361 กม. เริ่มก่อสร้างในเดือน ต.ค. 2548 สร้างแล้วเสร็จและเปิดเดินรถในเดือน เม.ย. 2552 ด้วยเงินลงทุนก่อสร้างราว 16,000 ล้านหยวน รางรถไฟสามารถรองรับความเร็วได้ที่ 250-350 กม./ชม. สามารถเดินรถได้ทั้งรถไฟความเร็วสูงและรถไฟบรรทุกสินค้า

ช่วงที่ 3 ก่อสร้างปี 2548-2552 มีระยะทาง 359 กม.

เส้นทางสายนี้ สามารถย่นระยะทางจากนครอู่ฮั่นถึงนครเหอเฟยจากเดิมที่ 565 กม. เหลือ 351 กม. ใช้เวลาเดินทางภายใน 2 ชม. ถึงนครหนานจิง ใช้เวลา 3 ชม และถึงนครเซี่ยงไฮ้ภายใน 5 ชม.

ภาพถ่ายบนเส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายเหอเฟย-อู่ฮั่น

ช่วงที่ 4 : นครอู่ฮั่น-เมืองอี๋ชาง

ในช่วงนี้มีเส้นทางรถไฟความเร็วสูง (กำลังก่อสร้าง) “สายอู่ฮั่น-อี๋ชาง” ที่เชื่อมกับ “สายอี๋ชาง-ว่านโจว” ทางด้านตะวันตกของมณฑล

ช่วงที่ 4 สายอู่ฮั่น-อี๋ชาง ก่อสร้างปี 2551-2555 มีระยะทาง 291 กม. ปัจจุบัน รถไฟความเร็วสูงสายเซี่ยงไฮ้-อู่ฮั่น-เฉิงตู วิ่งในเส้นทางสายอู่ฮั่น-ตันเจียงโข่ว เริ่มก่อสร้างปี 2547-2552 มีระยะทาง 300 กม.

“เส้นทางสายอู่ฮั่น-อี๋ชาง ( 汉宜铁路 ) ” มีระยะทาง 291 .83 กม. เริ่มก่อสร้างในเดือน ก.ย. 2551 ตลอดเส้นทางสายนี้เป็นสะพานและอุโมงค์ถึง 55.6% เนื่องจากตัดผ่านภูมิประเทศที่เป็นทั้งแม่น้ำและหุบเขา คาดจะสร้างแล้วเสร็จและเปิดเดินรถในปี 2555 ด้วยเงินลงทุนราว 23,760 ล้านหยวน รางรถไฟสามารถรองรับความเร็วได้ที่ 200-250 กม./ชม. หากเส้นทางสายนี้สร้างแล้วเสร็จ จะสามารถร่นระยะเวลาการเดินทางจากนครอู่ฮั่นถึงเมืองอี๋ชางเหลือเพียง 1.5 ชม. ซึ่งเร็วกว่าเดิมถึง 3 ชม.

ซ้าย (ส.ค. 2553) สะพานเซินหู ข้าม น.แยงซีเกียง ที่สร้างแล้วเสร็จ ซึ่งเป็นช่วงสำคัญในเส้นทางรถไฟคามเร็วสูงสายอู่ฮั่น-อี๋ชาง กลาง (พ.ย. 2553) คานรองรับทางรถไฟความเร็วสูง ที่กำลังเร่งสร้างตลอดช่วงในเส้นทางสายอู่ฮั่น-อี๋ชาง ขวา (พ.ค. 2554) การวางรางรถไฟความเร็วสูงในช่วงเมืองจิงโจว มณฑลหูเป่ย ใกล้เสร็จสิ้น คาดเป็นเดินรถได้ในปลายปี 2554

สำหรับในขณะนี้ เมื่อรถไฟความเร็วสูงมาถึงนครอู่ฮั่น จะใช้ “เส้นทางสายอู่ฮั่น-ตันเจียงโข่ว ( 汉丹铁路 ) ” มุ่งหน้าขึ้นสู่เมืองเซียงฝานและเมืองตันเจียงโข่ว (โดยไม่ผ่านเมืองอี๋ปิน) เส้นทางนี้เดิมเป็นเส้นทางสายเก่าสร้างตั้งแต่ปี 2501 ระยะทาง 431 กม. ต่อมาในเดือน ธ.ค. 2547 ได้มีการก่อสร้างทางรถไฟสายใหม่ขึ้นสำหรับรถไฟความเร็วสูง แล้วเสร็จในปีเดือน ก.ค. 2552 มีระยะทาง 300 กม. รางรถไฟสามารถรองรับความเร็วได้ที่ 200 กม./ชม.


ซ้าย (ต้นปี 2552) สะพานรถไฟความเร็วสูงในขณะกำลังก่อสร้างข้ามแม่น้ำ (ปัจจุบันเปิดเดินรถแล้ว) ขนานกับสะพานรถรถไฟสายเก่าในช่วงสายอู่ฮั่น-ตันเจียงโข่ว กลางและขวา (ธ.ค. 2553) เส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายดังกล่าวสร้างแล้วเสร็จและเปิดเดินรถอย่างเป็นทางการแล้ว

ช่วงที่ 5 : เมืองอี๋ชาง-นครฉงชิ่ง

จากมณฑลหูเป่ยมุ่งหน้าสู่นครฉงชิ่ง ใช้ “เส้นทางรถไฟสายอี๋ชาง-ว่านโจว ( 宜万铁路 ) ” มีระยะทาง 377 กม. เริ่มก่อสร้างในเดือน ก.ย. 2549 สร้างแล้วเสร็จในเดือน ธ.ค. 2553 และเปิดเดินรถในช่วงเส้นทางนี้แล้วในปัจจุบัน ใช้งบประมาณก่อสร้างทั้งสิ้นราว 22,570 ล้านหยวน

เนื่องจากเส้นทางสายนี้ตัดผ่านภูมิประเทศที่เป็นหุบเขาและต้องข้ามแม่น้ำหลายสาย ตลอดเส้นทางสายนี้เป็นสะพานและอุโมงค์ถึง 70 % (รวมระยะทางกว่า 278 กม.) ทำให้การก่อสร้างมีตวามยากลำบาก และใช้เวลาก่อสร้างเฉลี่ยต่อปีนานที่สุด (ประมาณ 50 กม./ปี) รวมถึงมีการใช้งบประมาณก่อสร้างต่อ กม. แพงที่สุด (ราว 60 ล้านหยวน/กม. มากกว่าค่าก่อสร้างทางรถไฟสายชิงไห่-ทิเบตที่จำนวน 29 ล้านหยวน/กม.)

รถไฟความเร็วสูงที่วิ่งในเส้นทางนี้ ใช้ความเร็ว 2 อัตรา ใน 2 ช่วงเส้นทาง คือ ช่วงจากสถานีรถไฟตะวันออกเมืองอี๋ชาง ถึง ต.เหลียงอู้ เมืองลี่ชวน (สุดเขตตะวันตกของมณฑลหูเป่ย) และช่วง ต. เหลียงอู้ เมืองลี่ชวน ถึง เขตว่านโจว นครฉงชิ่ง ใช้ความเร็วที่ 160 กม./ชม. และ 120 กม./ชม.

ช่วงที่ 5 สายอี๋ชาง-ว่านโจว ก่อสร้างปี 2549-2553 มีระยะทาง 377 กม. ปัจจุบัน รถไฟความเร็วสูงสายเซี่ยงไฮ้-อู่ฮั่น-เฉิงตู

วิ่งในเส้นทางสายเซียงฝาน-ฉงชิ่ง (襄渝铁路二线 ) เส้นที่ 2 เริ่มก่อสร้างปี 2548-2552 มีระยะทาง 507 กม.

ภาพถ่ายบนเส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายอี๋ชาง-ว่านโจว

จาก “เส้นทางรถไฟสายอี๋ชาง-ว่านโจว” ต่อเนื่องสู่ “เส้นทางรถไฟสายฉงชิ่ง-ลี่ชวน (渝利 ( 川 ) 铁路 ) ” เข้าสู่อาณาเขตมหานครฉงชิ่ง มีระยะทาง 259.5 กม. สามารถใช้ความเร็วที่ 200 กม./ชม. เริ่มก่อสร้างในเดือน ธ.ค. 2551 คาดจะแล้วเสร็จและเปิดเดินรถในปี 2555 ใช้งบประมาณก่อสร้างทั้งสิ้นราว 27,000 ล้านหยวน ตลอดเส้นทางสายนี้เป็นสะพานและอุโมงค์ถึง80% สามารถเดินรถได้ทั้งรถไฟความเร็วสูงและรถไฟบรรทุกสินค้า (ขนส่งสินค้า IT เป็นหลัก มีการปริมาณขนส่งที่ 12 ล้านตัน/ปี)

สายฉงชิ่ง-ลี่ชวน ก่อสร้างปี 2551-2555 มีระยะทาง 259.5 กม.

ปัจจุบัน การเดินทางจากนครอู่ฮั่นถึงนครฉงชิ่ง ใช้เวลาเพียง 8 ชม. ซึ่งลดลงจากปกติกว่า 10 ชม. หากเส้นทางรถไฟความเร็วสูง “สายฉงชิ่ง-ลี่ชวน” สร้างเสร็จและเชื่อมต่อกับ “สายอี๋ชาง-ว่านโจว” อย่างสมบูรณ์ จะทำให้การเดินทางจากนครเซี่ยงไฮ้ถึงนครฉงชิ่ง ใช้เวลาไม่เกิน 10 ชม. (ลดลงจากแต่ก่อนที่ต้องใช้เวลาเดินทางนานกว่า 30 ชม.) และจากนครอู่ฮั่นถึงนครฉงชิ่ง จะใช้เวลาเพียง 4 ชม.

บน (มิ.ย. 2554) สะพานรถไฟความเร็วสูง “หันเจียถัว” ข้าม น. แยงซีเกียง ในเส้นทางสายฉงชิ่ง-ลี่ชวน กำลังก่อสร้างอยู่ในขณะนี้ ล่าง (ก.ค. 2554) สะพานไช่เจียวัลเลย์ กำลังก่อสร้าง ตั้งอยู่ในเขตฟูหลิง ในเส้นทางสายฉงชิ่ง-ลี่ชวน

สำหรับในขณะนี้ รถไฟความเร็วสูงใช้ “เส้นทางสายเซียงฝาน-ฉงชิ่ง เส้นที่ 2 ( 襄渝铁路二线 ) ” ต่อเนื่องจากเส้นทางสายอู่ฮั่น-ตันเจียงโข่ว ผ่านเมืองอันคังถึงเมืองต๋าโจว จากนั้นใช้เส้นทางสายต๋าโจว-เฉิงตูต่อไป

เส้นทางนี้ก่อสร้างในเดือน ส.ค. 2548 แล้วเสร็จและเปิดเดินรถในเดือน ก.ย 2552 มีระยะทาง 507 กม. ใช้งบประมาณก่อสร้างทั้งสิ้นราว 14,730 ล้านหยวน รางรถไฟรองรับความเร็วได้ที่ 160 กม./ชม. สามารถเดินรถไฟความเร็วสูงและรถไฟขนส่งสินค้าได้ โดยมีปริมาณขนส่งมากกว่า 40 ล้านตัน

ภาพถ่ายบนเส้นทางรถไฟสายเซียงฝาน-ฉงชิ่ง สายใหม่

ช่วงที่ 6 : นครฉงชิ่ง-นครเฉิงตู

จากนครฉงชิ่งมุ่งสู่จุดหมายปลายนครเฉิงตู ใช้เส้นทางรถไฟ “สายซุ่ยหนิง-ฉงชิ่ง” และ “สายต๋าโจว-เฉิงตู” เป็นหลัก ทั้ง 2 สายนี้ เป็นเส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายแรกแห่งภาคตะวันตก

สายเฉิงตูต๋าโจว-เฉิงตู ก่อสร้างปี 2547-2552 มีระยะทาง 198 กม. สายซุ่ยหนิง-ฉงชิ่ง ก่อสร้างปี 2546-2549 มีระยะทาง 164 กม. สายซุ่ยหนิง-ฉงชิ่ง (สาย 2) ก่อสร้างปี 2552-2555 มีระยะทาง 131 กม. สายเฉิงตู-ฉงชิ่ง (สายใหม่) ก่อสร้างปี 2553-2557 มีระยะทาง 308.59 กม.

“เส้นทางรถไฟสายซุ่ยหนิง-ฉงชิ่ง ( 遂渝铁路 ) ” ช่วงนครฉงชิ่งถึงเมืองซุ่ยหนิง มีระยะทาง 128ก กม. เริ่มก่อสร้างในเดือน ก.พ. 2546 สร้างแล้วเสร็จในเดือน พ.ค. 2549 ใช้งบประมาณ 4,925 ล้านหยวน สามารถรองรับความเร็ว 200 กม./ชม. ถือเป็นเส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายแรกแห่งภาคตะวันตกที่ทำให้การเดินทางระหว่างนครเฉิงตูและนครฉงชิ่งใช้เวลา 2 ชม. จากเดิมที่ 4 ชม. เท่านั้น นอกจากนี้ “สายซุ่ยหนิง-ฉงชิ่ง เส้นที่ 2 ( 遂渝铁路二线 )” ยังกำลังอยู่ในระหว่างก่อสร้าง (เริ่ม ม.ค. 2552) คาดจะแล้วเสร็จในปี 2555 มีระยะทาง 131 กม. ใช้งบประมาณลงทุน 4,810 ล้านหยวน รองรับความเร็วได้สูงถึง 200-260 กม./ชม. หลังจากสร้างเสร็จรถไฟความเร็วสูงสายเซี่ยงไฮ้-อู่ฮั่น-เฉิงตู จะเปลี่ยนมาใช้เดินรถในเส้นทางสายนี้ตามแผนวงแหวนจราจร 8 ชม. “เส้นทางรถไฟสายต๋าโจว-เฉิงตู ( 达成铁路 ) ” ช่วงเมืองซุ่ยหนิงถึงนครเฉิงตู มีระยะทาง 198 กม. เริ่มปรับปรุงเส้นทางเมื่อปลายปี 2547 เพื่อให้สามารถรองรับความเร็วจาก 80 กม./ชม. เป็น 200 กม./ชม. แล้วเสร็จในเดือน ก.ค. 2552 ใช้งบประมาณ 11,600 ล้านหยวน เส้นทางนี้เป็นเส้นทางเดินรถไฟความเร็วสูงสายเฉิงตู-ฉงชิ่ง (สายแรกแห่งภาคตะวันตกเชื่อมต่อกับสายซุ่ยหนิง-ฉงชิ่ง) ใช้เวลาเดินทางเพียง 2 ชม. จากเดิมที่ 4 ชม. อีกทั้งในตอนนี้ยังเป็นเส้นทางของรถไฟความเร็วสูงสายเซี่ยงไฮ้-อู่ฮั่น-เฉิงตู วิ่งผ่านในช่วงนี้ด้วย

บน ภาพถ่ายเส้นทางรถไฟสายซุ่ยหนืง-เฉิงตู ล่าง ภาพถ่ายบนเส้นทางรถไฟสายต๋าโจว-เฉิงตู

อนึ่งยังมีอีกหนึ่งเส้นทางรถไฟความเร็วสูงที่ได้เริ่มก่อสร้างไปแล้วเมื่อ เดือน มี.ค. 2553 และถือเป็นเส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายที่ 3 ที่เชื่อมระหว่างนครเฉิงตูกับนครฉงชิ่ง คือ “เส้นทางรถไฟโดยสารความเร็วสูงสายเฉิงตู-ฉงชิ่ง ( 成渝客运专线 ) ”คาดจะสร้างแล้วเสร็จในปี 2557 มีระยะทาง 308.59 กม. ใช้งบประมาณก่อสร้าง 39,890 ล้านหยวน สามารถรองรับความเร็วได้ 300-350 กม./ชม. (ซึ่งจะเป็นรางรถไฟที่รองรับความเร็วที่สูงที่สุดในเขตตะวันตกเฉียงใต้ของจีน) จะทำให้การเดินทางระหว่าง 2 นครใหญ่ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง เป็นไปตามเป้าหมาย “วงแหวนเศรษฐกิจ 1 ชม. (1 小时经济圈 ) ” คาดในปี 2573 ปริมาณการขนส่งผู้โดยสารในเส้นทางสายนี้จะมีสูงถึง 60 ล้านคน และมีเที่ยวรถวันละมากกว่า 200 เที่ยว

ภาพ เส้นทางรถไฟโดยสารความเร็วสูงสายเฉิงตู-ฉงชิ่งที่กำลังเร่งก่อสร้างอยู่ในขณะนี้

สำหรับขบวนรถไฟหัวกระสุนที่ให้บริการใน “เส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายเซี่ยงไฮ้-อู่ฮั่น-เฉิงตู” เป็นขบวนรถ “เหอเสียฮ่าว รุ่น CRH1E” (ซึ่งเป็นขบวนรถนอนระดับหรู) มีความยาว 430 ม. จำนวน 16 โบกี้ (ขับเคลื่อน 10 โบกี้) จุผู้โดยสารทั้งสิ้น 618 คน วิ่งด้วยความเร็วเฉลี่ย 200 -250 กม./ชม. ความดังภายในรถไฟจำกัดไว้ไม่เกิน 60 เดซิเบล

ภาพ รถไฟหัวกระสุนรุ่นเหอเสียฮ่าว รุ่น CRH1E

ภายในประกอบด้วยตู้นั่ง 2 โบกี้ มีจำนวนที่นั่ง 122 ที่ ราคา 501 หยวน ตู้นอน (พร้อมทีวีจอ LCD พร้อมหูฟัง สามารถเลือกชมรายการทีวี/บันเทิงจำนวน 4 ช่องได้อย่างอิสระ) 13 โบกี้ แบ่งเป็นตู้นอนธรรมดาชั้น 2 จำนวน 12 โบกี้ ภายในมีตู้นอนตู้ละ 4 เตียง (ราคาเตียงบน 1,035 หยวน เตียงล่าง 1,165 หยวน) และตู้นอนวีไอพีชั้น 1 จำนวน 1 โบกี้ ภายในมีตู้นอนตู้ละ 2 เตียง พร้อมโซฟายาว ตู้เสื้อผ้า (ราคาเตียงบน 2,075 หยวน เตียงล่าง 2,330 หยวน) อีกทั้งในแต่ละโบกี้ยังมีห้องประชุมเล็กขนาด 5 ตร.ม. 1 ห้อง ห้องเติมน้ำร้อน และห้องน้ำ (ทั้งโถนั่งและนั่งยอง) รวมผู้โดยสารในตู้นอนทั้งสิ้น 496 คน


ภาพ บรรยากาศภายในขบวนรถไฟความเร็วสูงสายเซี่ยงไฮ้-อู่ฮั่น-เฉิงตู

นอกจากนี้ ยังมีตู้เสบียง 1 โบกี้ คอยให้บริการทั้งอาหารตามสั่งสไตล์เสฉวน เซี่ยงไฮ้ และอื่นๆมากกว่า 10 ชนิด รวมถึงมีบริการอาหารชุด (ในราคา 15, 28, 38 หยวน) และเครื่องดื่ม ทั้งชา กาแฟ รวมถึงไวน์จากฝรั่งเศส เบียร์อาซาฮี เบียร์ดำ ไอศครีมฮาเก้น-ดาซส์ เป็นต้น ด้านการบริการของพนักงานบนรถไฟยังใช้มาตรฐานเดียวกับการบริการบนเครื่องบินอีกด้วย

ภาพ พนักงานบริการบนรถไฟที่มีมาตรฐานเที่ยบเท่าบนเครื่องบิน

รถไฟจีน มีการพัฒนาด้านเทคโนโลยีอย่างไม่หยุดยั้ง จากอดีตที่รถไฟใช้ความเร็วได้เพียง 80 กม./ชม. จนถึง 5 ปีที่แล้วในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 รัฐบาลจีนสามารถพัฒนารถไฟให้มีความเร็วสูงถึง 200-250 กม./ชม. และปัจจุบันจนถึงอีก 5 ปีข้างหน้าในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 รถไฟจีนจะสามารถใช้ความเร็วได้ถึง 250-350 กม./ชม. รวมถึงบรรลุความสำเร็จในการก่อสร้าง “โครงข่ายเส้นทางรถไฟความเร็วสูงทั่วประเทศจีน” ซึ่งจะทำให้การเดินทางจากนครเฉิงตูไปยังนครใหญ่ทั่วประเทศใช้เวลาภายใน 8 ชม. (นครเฉิงตูถึงนครฉงชิ่ง 1 ชม. นครกุ้ยหยาง/นครซีอาน 2.5 ชม. นครคุนหมิง/หลานโจว/เจิ้งโจว/ฉางซา/นครอู่ฮั่น 4 ชม. นครกวางโจว/กรุงปักกิ่ง/นครเซี่ยงไฮ้ 8 ชม.) ตามแผน “วงแหวนคมนาคม 8 ชม. (8小时交通圈 ) ”

ข้อมูลเพิ่มเติม

การก่อสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงในมณฑลเสฉวน ปี 2548 เส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายเฉิงตู-ต๋าโจว ( 成达 ) เริ่มทำการปรับปรุงทางรถไฟให้สามารถรองรับความเร็วได้ถึง 200 กม./ชม. ถือเป็นการเปิดฉากการสร้างรางรถไฟความเร็วสูงเส้นทางแรกของมณฑลเสฉวน

ปี 2551 เริ่มต้นก่อสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายเฉิงตู-ตูเจียงเอี่ยน ( 成灌 ) และเฉิงตู-เหมียนหยาง-เล่อซาน ( 成绵乐 )

ปี 2552 เริ่มต้นก่อสร้างเส้นทางเฉิงตู-หลานโจว ( 成兰 ) สายเฉิงตู-ซีผู่ ( 成浦 ) เริ่มต้นปรับปรุงเส้นทางสายเฉิงตู-คุนหมิง ( 成昆 ) ในช่วงเฉิงตูถึงเมืองเอ๋อเหมยซาน และสายเฉิงตู-ตูเจียงเอี่ยนช่วงเมืองเผิงโจว เพื่อรองรับความเร็วได้ถึง 200 กม./ชม.

ปี 2553 เริ่มต้นก่อสร้างเส้นทางรถไฟโดยสารความเร็วสูง (เส้นทางขนส่งมวลชนโดยเฉพาะ- 客运专线 ) สายเฉิงตู-ซีอาน สายเฉิงตู-หย่าอัน สายเฉิงตู-กุ้ยหยาง และสายเฉิงตู-ฉงชิ่ง รองรับความเร็วได้กว่า 250-350 กม./ชม. ตามแผน “วงแหวนคมนาคม 8 ชม.”

แหล่งข้อมูล

  1. นสพ. เฉิงตูหว่านเป้า วันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554
  2. นสพ. หัวซีตูซื่อเป้า วันที่ 12, 13, 17 มกราคม พ.ศ. 2554
  3. http://news.163.com/10/1220/02/6OAHL2L000014AED.html
  4. http://baike.baidu.com/view/710670.htm
  5. http://news.163.com/10/1220/02/6OAHL2L000014AED.html
  6. http://baike.baidu.com/view/712313.htm
  7. http://baike.baidu.com/view/5199102.htm
  8. http://www.shrail.com/2010cj/20102cj新闻12 - 3. html
  9. http://baike.baidu.com/view/620031.htm
  10. http://sichuan.scol.com.cn/cddt/content/2011-01/14/content_1806470.htm
  11. http://baike.cngaosu.com/index.php?doc-view-5891.html
22 กรกฎาคม 2554
แหล่งข้อมูล: ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ นครเฉิงตู(07/07/2011)
โดย: นายชลพรรษ ตั้งตระการ

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ