
|
|
รัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์ของจีน (พคจ.) ได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาเส้นทางรถไฟเชื่อมต่อภายในประเทศเป็นอย่างมากนับตั้งแต่ขึ้นมามีอำนาจในการบริหารประเทศ โดยผลงานของ พคจ. ชิ้นแรกในการก่อสร้างเส้นทางรถไฟก็คือ สายเฉิงตู-ฉงชิ่ง ซึ่งเปิดใช้เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 2495 มีระยะทาง 505 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางเชื่อมสองนครประมาณ 5 ชั่วโมง ภายหลังรัฐบาล พคจ. ได้เริ่มดำเนินยุทธศาสตร์พัฒนาภาคตะวันตกเมื่อปี 2543 เป็นต้นมาเส้นทางนี้ก็ได้ปรับเปลี่ยนเป็นเส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายแรกของภาคตะวันตกเมื่อปี 2552
นครเฉิงตู เป็นนครใหญ่ของภาคตะวันตกที่รัฐบาลจีนตั้งเป้าหมายให้เป็น ศูนย์กลางการขนส่งเชื่อมต่อภาคตะวันตกและภาคตะวันออกของจีน ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคตะวันตกของจีนที่ประกาศใช้มาตั้งแต่ ปี 2543 และมณฑลเสฉวนก็เป็น 1 ใน 3 มณฑลหลัก (เสฉวน ยูนนาน กุ้ยโจว) ที่ฝ่ายจีนให้ความสำคัญในการพิจารณาความเชื่อมโยงในการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาเส้นทางรถไฟเชื่อมสู่ประเทศไทยโดยผ่านประเทศลาว โดยปัจจัยที่เกี่ยวข้องย่อมรวมถึงศักยภาพและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การเคลื่อนที่ของประชากร ตลาดและสินค้า ซึ่งน่าจะมีแนวโน้มความเป็นไปได้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
สำหรับภายในจีนเอง การพัฒนาเส้นทางรถไฟความเร็วสูงลงใต้กำลังอยู่ในขั้นตอนของการก่อสร้าง อาทิ เส้นทางเฉิงตู–คุนหมิง (เสร็จปี 2557) และเส้นทางเฉิงตู–กุ้ยหยาง (เสร็จปี 2558) ดังนั้น การเชื่อมต่อระหว่าง 3 มณฑล น่าจะมีผลที่สำคัญยิ่งขึ้นต่อการเชื่อมโยงมายังประเทศลาวและไทย หากมีปัจจัยด้านการเคลื่อนย้ายของประชากร การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวสนับสนุน
ด้านการพัฒนารถไฟความเร็วสูงจากกรณีศึกษาของมณฑลเสฉวน มีรูปแบบการก่อสร้างโครงการพัฒนาระบบรถไฟแบ่งได้เป็น 4 ระดับ ดังนี้
ระดับแรก จากศูนย์กลางสู่เมืองบริวาร
เพื่อส่งเสริมการเคลื่อนย้ายประชากร โดยเฉพาะภาคแรงงานให้เดินทางเข้าออกเมืองแบบเช้าไปเย็นกลับได้ อาทิ เส้นทาง เฉิงตู–อำเภอตูเจียงเยี่ยน (ใช้เวลา 20 นาทีในการเดินทาง ปัจจุบันมี 34 เที่ยวไปกลับ/วัน)
ระดับที่สอง จากศูนย์กลางสู่เมืองใหญ่ในปริมณฑล
เพื่อขยายการขนส่งไปยังเมืองขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ และประชากรมีศักยภาพเพียงพอที่จะใช้บริการรถไฟความเร็วสูงที่มีค่าโดยสารที่แพงกว่าปกติ อาทิ การพัฒนาสายเฉิงตู –เหมียนหยาง (เมืองใหญ่ลำดับที่ 2 ทางเหนือของนครเฉิงตู) และเฉิงตู–เล่อซาน (เมืองท่องเที่ยวและเมืองประวัติศาสตร์ ทางใต้ของนครเฉิงตู) การก่อสร้างลักษณะนี้ จะเป็นส่วนต่อเชื่อมระหว่างมณฑลไปในขณะเดียวกัน สายเฉิงตู–เหมียนหยาง จะต่อไปเชื่อมกับนครซีอาน และเส้นเฉิงตู–เล่อซาน จะสร้างต่อไปเชื่อมกับนครกุ้ยหยาง
ระดับที่สาม จากนครใหญ่ ถึง นครใหญ่
มีการเคลื่อนไหวของทรัพยากรทั้งผู้คนและการค้าในระดับที่สูงมาก อาทิ กรณีของเฉิงตู-ฉงชิ่ง ซึ่งปัจจุบันมีการเดินรถทั้งหมด 16 เที่ยวไปกลับ/วัน และมีผู้ใช้บริการค่อนข้างหนาแน่นเดิมมีขบวนละ 8 โบกี้/เที่ยว ต่อมาเพิ่มเป็น 2 ขบวนต่อกันเป็น 16 โบกี้/เที่ยว นอกจากนั้น ยังมีสายอื่นๆ อาทิ เฉิงตู-ปักกิ่ง ฉงชิ่ง-เซี่ยงไฮ้ ซึ่งก็จะผ่านเมืองสำคัญหลายเมืองเช่นกัน
|
|
ระดับที่สี่ จากนครใหญ่ ถึง นครอื่นๆ
อยู่ในแผนพัฒนาเส้นทางให้สมบูรณ์ ถือเป็นการขยายเส้นทางรถไฟความเร็วสูงให้มีการเชื่อมโยงโครงข่ายอย่างสมบูรณ์และสามารถเชื่อมต่อทั่วทั้งประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ โครงการ เฉิงตู–กุ้ยหยาง เฉิงตู-หลานโจว (กานซู) และเฉิงตู–ลาซา
สำหรับระดับที่สี่นี้ มักจะเป็นโครงการที่ต้องผ่านพื้นที่มีสภาพภูมิประเทศที่ทุรกันดาร ใช้งบประมาณในการลงทุนสูง และคาดหวังการคืนทุนได้ต่ำกว่าในสามระดับแรก ด้วยข้อเสียเปรียบจากปัจจัยของขนาดความเป็นเมืองประชากรที่มีศักยภาพในการใช้บริการและปริมาณของการเคลื่อนย้ายทุน
ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับการพัฒนาเส้นทางรถไฟความเร็วสูง
1. การก่อสร้างรถไฟหัวกระสุนจะมีความคุ้มค่าและคุ้มทุนมากที่สุด มีปัจจัยสำคัญประการหนึ่ง คือ ต้องเป็นเส้นทางที่เชื่อมนครใหญ่ที่การโดยสารรถไฟจะใช้เวลาใกล้เคียงกับการโดยสารเครื่องบิน (การรอเช็กอิน/ขึ้นเครื่อง + ระยะเวลาบิน + การผ่านกระบวนการเข้าออกท่าอากาศยาน)
ในกรณีของเส้นทางเฉิงตู–ฉงชิ่ง การเคลื่อนย้ายของประชากรโดยรถไฟ (ราว 2 ชม. ในปัจจุบัน) รวมเวลาแล้วใช้ระยะเวลาน้อยกว่าการเดินทางไปสนามบินที่ตั้งอยู่ชานเมืองของทั้งสองนครและกระบวนการที่สนามบินมีความซับซ้อนมากกว่า ปัจจุบันสายการบินตรงทุกเที่ยวบินเฉิงตู-ฉงชิ่ง ได้ยกเลิกแล้วทั้งหมด
2. การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงของแต่ละประเทศควรมีแนวนโยบายเช่นเดียวกับการก่อสร้างภายในประเทศจีนและประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ กล่าวคือ ลงทุนประเดิมในการสร้างเพื่อเชื่อมต่อเมืองขนาดใหญ่ที่มีการเคลื่อนไหวของประชากรสูงภายในของตนเองก่อนและจัดลำดับขยายเครือข่ายให้ต่อเนื่องสอดคล้องกับงบประมาณและความจำเป็น ก้าวต่อไปคือการเจรจาการขยายข้ามพรมแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยเส้นทางรถไฟที่มีระยะเวลาเดินทางยาวไกล ผ่านสภาพภูมิประเทศที่ลาดชัน และประชากรเบาบางนั้น อาจไม่จำเป็นต้องเป็นรถไฟความเร็วสูง แต่ควรเน้นโครงสร้างระบบที่เสถียรและแข็งแรงทนทาน เน้นการใช้ประโยชน์ไปยังการเคลื่อนย้ายทรัพยากรธรรมชาติและสินค้าเป็นสำคัญ
3. การใช้ข้อมูลในการสร้างความชอบธรรมในการทำโครงการร่วมรถไฟจีน-ไทย อาจต้องใช้ข้อมูลความสัมพันธ์ทางการค้าและการเคลื่อนไหวของประชาชนในภาพรวม มากกว่าการเจาะระดับมณฑลเสฉวนหรือภูมิภาคตามที่จีนประสานขอ ซึ่งไม่น่ามีปริมาณที่เหมาะสมมากพอที่จะเอื้อให้เห็นความสำคัญของการเร่งรัดจัดสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อมโยงลาว–ไทย
อย่างไรก็ตามหากจีนพิจารณาในภาพรวมถึงการเชื่อมต่อประเทศจีนทั้งประเทศเข้ากับภูมิภาคอาเซียนและ CAFTA ประโยชน์จากการเชื่อมโยงกับไทยโดยรถไฟน่าจะมีนัยสำคัญในระดับที่ยอมรับได้
4. สำหรับภายในเขตแดนจีนเอง การลงทุนในรถไฟความเร็วสูงน่าจะยังคงเดินหน้าต่อไป ในส่วนของโครงการที่เริ่มก่อสร้างแล้วและมีการระบุเป้าหมายเวลาโดยเฉพาะในมณฑลภาคตะวันตก เพื่อเชื่อมโครงข่ายการคมนาคมระบบรางให้สมบูรณ์ ซึ่งการเปิดใช้เส้นทางในบริเวณภาคใต้ อาทิ เสฉวน-ยูนนาน น่าจะเป็นตัวแปรสำคัญที่จะจูงใจให้จีนต้องการขยายเส้นทางออกมายังเพื่อนบ้าน
5. ปัญหาด้านเทคนิคที่เกิดขึ้นกับระบบรถไฟความเร็วสูงสายปักกิ่ง-เซี่ยงไฮ้และอุบัติภัยของขบวนรถไฟความเร็วสูงในเขตมณฑลเจ้อเจียงเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2554 จะเป็นการกระตุ้นให้หน่วยงานเทคนิคของจีนให้ความสำคัญกับระบบและความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=468&ELEMENT_ID=15151
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน


