
ในภาวะที่ธุรกิจการเงินในประเทศศูนย์กลางการเงินโลกด้านตะวันตกได้รับผลกระทบจากวิกฤตการเงินโลก ทำให้เงินทุนจากประเทศฝั่งตะวันตกมีแนวโน้มถ่ายโอนมาสู่ประเทศในฝั่งตะวันออกมากขึ้น นครเซี่ยงไฮ้ในฐานะศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศเกิดใหม่จะเป็นโอกาสให้ธุรกิจสถาบันการเงินขนาดใหญ่ทั้งในและต่างประเทศสามารถเติบโตต่อไปในภาวะดังกล่าว เนื่องจากจะได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการที่เศรษฐกิจจีนยังมีแนวโน้มขยายตัว ในขณะที่ประเทศเศรษฐกิจหลักอื่นๆ อยู่ในภาวะชะลอตัว
มาตรการผลักดันการเป็นศูนย์กลางการเงินของโลกของนครเซี่ยงไฮ้
จากเป้าหมายของนครเซี่ยงไฮ้ที่จะพัฒนาเป็นศูนย์กลางการเงินโลกภายในปี 2563 นั้น ล่าสุดได้มีการวางแผนและผลักดันมาตรการต่างๆ เพื่อเป้าหมายดังกล่าว ดังนี้
1. เตรียมความพร้อมในการผลักดันให้เงินหยวนเป็นสกุลเงินที่ใช้ในการทำการค้าระหว่างประเทศ โดยเมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2552 คณะรัฐมนตรีจีนได้อนุมัติแผนทดลองใช้เงินหยวนในการทำการค้าระหว่างประเทศของเมือง 5 แห่งในจีน ได้แก่ นครเซี่ยงไฮ้ นครกวางโจว เมืองเซินเจิ้น เมืองตงก่วน และเมืองจูไห่ ซึ่งขณะนี้ทางการจีนกำลังอยู่ในขั้นร่างหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังเตรียมแผนทดลองใช้เงินหยวนในการทำการค้าระหว่างประเทศระหว่างมณฑลยูนนาน เขตปกครองตนเองกวางสี และกลุ่มประเทศอาเซียน ทั้งนี้ รัฐบาลจีนประเมินว่า แผนทดลองใช้เงินหยวนในการทำการค้าระหว่างประเทศดังกล่าวจะช่วยเพิ่มเสถียรภาพด้านการค้าระหว่างประเทศของจีน ลดความเสี่ยงจากการผันผวนของสกุลเงินระหว่างประเทศให้กับผู้ส่งออก และเสริมสถานะของเงินหยวนในระบบการเงินโลก ปัจจุบันธนาคาร Bank of China สาขานครเซี่ยงไฮ้กำลังเตรียมทดสอบระบบการใช้เงินหยวนในการทำการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งจะครอบคลุมเพียงด้านการซื้อขายสินค้า อาทิ เหล็ก ปิโตรเคมี และอุปกรณ์การผลิต
2. พัฒนาการซื้อขายตราสารอนุพันธ์ในตลาดต่อรอง (Over-the-Counter market : OTC) สำหรับบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในเขตเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำแยงซี
3. ศึกษาระบบกลไกที่จะส่งเสริมให้บริษัทที่ซื้อขายตราสารอนุพันธ์ในตลาดต่อรอง (OTC) ได้พัฒนาไปซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์
4. พัฒนาผลิตภัณฑ์กองทุนเพื่อการเกษียณอายุ โดยการให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษี เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนลงทุนในกองทุนดังกล่าวเพิ่มขึ้น
5. ส่งเสริมให้มีสถาบันเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศที่ออกพันธบัตร / หุ้นกู้ สกุลเงินหยวนมากขึ้น
6. ศึกษาและวางแผนที่จะเปิดให้ธุรกิจข้ามชาติสามารถออกพันธบัตร / หุ้นกู้ สกุลเงินหยวนในประเทศจีนได้
7. พิจารณาการอนุญาตให้บริษัทข้ามชาติที่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติสามารถออกหุ้นสกุลเงินหยวนได้
8. พัฒนาตลาดประกันภัยต่อ (re-insurance)
9. ให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจประเภทธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจจัดการกองทุนที่เป็นธุรกิจร่วมทุนระหว่างจีนและต่างชาติเป็นอันดับต้นๆ
10. ส่งเสริมให้สถาบันการเงินทำธุรกิจ / ให้บริการด้านการเงินที่ครบวงจร
11. ส่งเสริมการพัฒนาของบริษัทที่ลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (private equity) และบริษัทร่วมลงทุน (venture capital)
อุปสรรคและข้อจำกัดสู่เป้าหมายการเป็นศูนย์กลางการเงินของนครเซี่ยงไฮ้
นครเซี่ยงไฮ้ซึ่งแม้จะเป็นเมืองศูนย์กลางการเงินของจีนในปัจจุบัน โดยเป็นที่ตั้งของตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ ตลาดสินค้าล่วงหน้าประเภทโลหะพื้นฐาน และพลังงาน ตลาดซื้อขายทองคำล่วงหน้า และเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศของจีน แต่ก็ยังล้าหลังกว่าศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศอื่นๆ ในประเทศตะวันตก อาทิ วอลสตรีท เนื่องจากขาดปัจจัยที่สำคัญในด้านต่างๆ ดังนี้
1. ขาดบุคลากรและผู้เชี่ยวชาญในสายการเงิน
2. ขาดกลไกและกฎหมายที่เป็นระบบในการรองรับการเป็นศูนย์กลางการเงิน
3. ระบบการทำงานของหน่วยงานภาครัฐยังไม่ได้มาตรฐานในระดับสากล
4. ขาดผลิตภัณฑ์ทางการเงินด้านการลงทุน
5. ขาดความเข้าใจและความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงทางการเงินในระดับประเทศ
นโยบายและมาตรการที่ดำเนินการในช่วงที่ผ่านมา
จากปัจจัยความไม่พร้อมดังกล่าวข้างต้น รัฐบาลนครเซี่ยงไฮ้ได้ออกนโยบายดึงดูดบริษัทและสถาบันการเงินเข้ามาจัดตั้งสำนักงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยการให้สิทธิพิเศษด้านภาษี อีกทั้งดึงดูดบุคลากรด้านการเงินเข้ามาทำงาน และตั้งถิ่นฐานในนครเซี่ยงไฮ้ โดยการปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการดำรงชีวิต อำนวยความสะดวกในขั้นตอนการดำเนินเอกสาร และการให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษี นอกจากนี้ นครเซี่ยงไฮ้ยังเร่งส่งเสริมการพัฒนาศูนย์กลางการขนส่งทางเรือระหว่างประเทศ เพื่อเสริมบทบาทการเป็นศูนย์กลางการเงินโลกเช่นเดียวกับประเทศศูนย์กลางเศรษฐกิจและการเงินโลกทั้งหลายhttp://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=465&ELEMENT_ID=15159
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
